ประธานสภากทม. ห่วงคนกรุงนำทีมตรวจสภาพน้ำท่วมริมฝั่งเจ้าพระยา
กรุงเทพฯ--9 ต.ค.--กทม. สภากทม.ห่วงใยประชาชน ประธานสภาฯนำคณะ ส.ก. ออกตรวจสภาพน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ระบุปีงบประมาณ 2546 นี้ ผ่านงบฯ ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหลายโครงการ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดด้านการระบายน้ำ เมื่อวานนี้ ( 8 ต.ค.45 ) เวลา 13.00 น. นายสามารถ มะลูลีม ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย คณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานครร่วมกับสำนักระบายน้ำลงเรือตรวจสภาพน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเริ่มจากท่าน้ำเชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฝั่งพระนครด้านศูนย์ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร ถึงสวนสาธารณะสะพานพระราม 9 โดยมีนายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์ นายเดชา ยิ้มอำนวย ส.ก.เขตสายไหม นายอภิชาติ หาลำเจียก ส.ก.เขตจตุจักร นายธนน ดารามั่น เลขานุการประธานสภากทม. นายสมศักดิ์ กลั่นพจน์ นายนารา เทวคุปต์ รองผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการกองระบบอาคารบังคับน้ำ นายศรีสุวรรณ ชินประหัษฐ์ ผู้อำนวยการกองระบบท่อระบายน้ำ ว่าที่ ร.ต.สุชาติ จันทร์น้อย ผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมตรวจพื้นที่ โดยประธานสภากทม. และคณะได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อตรวจดูความแข็งแรงของแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมถาวรของกรุงเทพมหานคร และดูการสร้างเขื่อนส่วนต่อเนื่อง ซึ่งมีปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับการรุกล้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของประชาชน ขณะนี้กทม.กำลังดำเนินการเจรจาอยู่ สำหรับจุดที่น่าเป็นห่วงอยู่นอกคัน กั้นน้ำ อาทิ ชุมชนวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย และบางจุดในเขตบางคอแหลม ขณะนี้ทาง กทม.ได้เพิ่มจำนวนกระสอบทรายกั้นน้ำให้กับประชาชนแล้ว ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สภากรุงเทพมหานครมีความห่วงใยประชาชนชาวกทม. เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากในปีนี้มีปริมาณน้ำมาก ใกล้เคียงปี พ.ศ. 2538 โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม 2545 ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม วันนี้สภากทม.ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ จึงลงเรือตรวจสภาพริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยตัวเอง ตามที่ตนได้เคยพูดไว้ว่า "เมื่อท่านเลือกพวกเราซึ่งเป็น ส.ก. ทุกคนยินดีให้ความร่วมมือกับฝ่ายบริหารคือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณหรืออื่นๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้อง ชาวกทม.ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมโดยไม่ชะล่าใจ"ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวด้วยว่า สภากรุงเทพมหานคร ได้ผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2546 ให้กับสำนักระบายน้ำ เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หลายโครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงจากสะพานกรุงเทพ ถึงสะพานพระราม 9 , โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ คลองแสนแสบและคลองลาดพร้าวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ จะผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงไม่ผ่านระบบระบายน้ำเดิมในปัจจุบัน สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 220 ตร.กม., โครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ยาวประมาณ 40.36 กิโลเมตร พร้อมสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ ผนังกั้นน้ำ ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังให้แก่ประชาชนได้ ประมาณ 24,000 หลังคาเรือน ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ 17 ตารางกิโลเมตร และโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำคลองเปรมประชากร จากตลาดบางซื่อถึงระยะที่กำหนด เพื่อช่วยระบายน้ำในพื้นที่ เขตดอนเมือง เขตบางเขน เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ และเขตจตุจักร เพราะปัจจุบันคลองเปรมประชากรมีสภาพตื้นเขินมาก การขุดคลองไม่สามารถขุดให้ต่ำจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 3 เมตรได้ จึงจำเป็นต้องก่อสร้างระบบระบายน้ำในคลองดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติให้มีการขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจำปี 2542 เพื่อใช้ในโครงการจัดทำระบบทำนายน้ำท่วมเนื่องจากน้ำฝนพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ภายในคันกั้นน้ำพระราชดำริ ซึ่งขณะนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ กรุงเทพมหานคร แล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการประกวดราคา ซึ่งคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายเงินและดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ 2546 รวมทั้งขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี 2543 โครงการก่อสร้างบ่อสูบน้ำใต้สะพานกรุงเทพและปลายถนนตกพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากผู้รับจ้างหยุดดำเนินการก่อสร้างเพราะขาดสภาพคล่องทางเงินทุนหมุนเวียน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณายกเลิกสัญญา "สภากทม.จะติดตามการดำเนินการป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามที่ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณต่อไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับชาวกรุงเทพมหานคร" ประธานสภากทม. กล่าว ด้านนายสมศักดิ์ กลั่นพจน์ รองผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 10-12 ต.ค.45 น้ำทะเลจะหนุนสูงเป็นรอบแรกของเดือนซึ่งในช่วงเช้าจะสูงอยู่ประมาณ 2.20 ซ.ม. และคาดว่าน้ำจะหนุนสูงสุดประมาณ 2.27 ซ.ม. เท่ากับปี พ.ศ.2538 ส่วนน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาจะยังทรงตัวอยู่ แล้วลดลงตามระยะเวลาไม่สูงมากไปกว่านี้ สำหรับประชาชนที่อยู่นอกเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในระหว่างวันที่ 10-12 ต.ค.45 ขอให้เตรียมยกระดับสิ่งของขึ้นอีกประมาณ 20 ซ.ม. ด้วย--จบ-- -นห-