ผึ้งไทยใกล้สูญพันธุ์ เร่งวิจัยแบบครบวงจร “พันธุกรรม – วงจรชีวิต – นิเวศฯ – การเลี้ยง” - newswit

กรุงเทพฯ--30 ก.ย.--สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นักชีวะจุฬาฯ ผู้ศึกษาความหลากหลายทางชีววิทยาของ "ผึ้ง" มากว่า 20 ปี ระบุขณะนี้ผึ้งมิ้มและตัวชันโรงมีจำนวนลดน้อยลงจนมีใกล้สูญพันธุ์ ล่าสุดเตรียมศึกษาปัจจัยการอยู่รอดของผึ้งมิ้ม ชันโรง และพืชอาศัยที่สัมพันธ์กับความหลากหลายทางชีวภาพของถิ่นที่อยู่อาศัยในเขตร้อน เพื่อขยายผลถึงงานวิจัยในอนาคตรองรับนักวิจัยรุ่นใหม่ ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงให้ชาวบ้านลดการทำลายผึ้งจากธรรมชาติ (สามารถดาวน์โหลดข่าวและภาพประกอบได้ที่ http://pr.trf.or.th) ผึ้งเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันดี มีเรื่องเล่าว่าผึ้งเป็นสัตว์ชนิดแรกที่สอนให้คนรู้จักกับรสหวานตามธรรมชาติ สิ่งนั้นคือน้ำผึ้ง คนโบราณรู้จักลิ้มรสน้ำผึ้งมานานนับหมื่นปี ซึ่งหลักฐานจากภาพวาดบนผนังถ้ำในประเทศสเปนซึ่งอายุประมาณ 9,000 ปี แสดงให้เห็นว่าคนในยุคหินกำลังปีนขึ้นไปตีรังผึ้งที่อยู่ในโพรงธรรมชาติ และเก็บน้ำผึ้งใส่หม้อดินไว้กิน ก่อนที่จะรู้จักน้ำตาลจากพืชในปัจจุบัน สำหรับงานวิจัยค้นคว้าในประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา โดย ศ.ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ อาจารย์จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาปัจจัยการอยู่รอดของผึ้งมิ้ม และตัวชันโรงในประเทศไทย และได้ทำการศึกษาวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ค้นพบผึ้งมิ้มเล็กชนิดใหม่ (Apis andreniformis) และเมื่อได้รับทุนเมธีวิจัยอาวุโส จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปี 2545 จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้งให้ละเอียดและลึกซึ้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไป "แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นเพื่อศึกษาถึงชีววิทยาของผึ้งคือ มีนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมนีได้ศึกษาด้านชีววิทยาของผึ้งไว้อย่างละเอียด และจัดตั้งสถาบันเพื่อการเผยแพร่ให้กับประชาชนและสถาบันการศึกษา ดังนั้นจึงต้องการให้ประเทศไทยได้มีการศึกษาชีววิทยาของผึ้งสายพันธุ์ในเอเชียหรือประเทศไทยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นเรื่องที่สามารถสร้างชื่อเสียงของประเทศชาติได้ ด้วยการศึกษาหาข้อมูลพืชอาศัย พืชอาหาร พืชที่ให้ Propolis (สารเหนียวหรือยางเหนียวๆ ที่ผึ้งงานเก็บมาจากตาหรือเปลือกของต้นไม้เพื่อใช้ปิดรอยโหว่ของรังผึ้ง) ของผึ้งและชันโรงในด้านการแพร่กระจายและชนิดของพืช ที่เป็นปัจจัยการอยู่รอดของผึ้งชนิดต่างๆ และตัวชันโรงในประเทศไทย โดยศึกษาความแตกต่างทางด้านพันธุกรรมของผึ้งต่างๆ จากพื้นฐานของพฤติกรรมการต่อสู้เพื่อการอยู่รอดของผึ้งและชันโรง ตลอดจนวิวัฒนาการ บทบาทการแสดงออกของยีนที่มีผลต่อพฤติกรรมและการเก็บน้ำหวานและน้ำผึ้งอันเป็นผลิตภัณฑ์หลักของผึ้ง โดยศึกษาทั้งในระดับแอคติวิตี้ของเอมไซม์ RNA และ DNA โดยนำข้อมูลที่ได้มาศึกษาในเชิงเปรียบเทียบพฤติกรรมระหว่างผึ้งแต่ละชนิด" ศ.ดร.สิริวัฒน์ กล่าว สำหรับวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัจจัยการอยู่รอดของผึ้งมิ้ม ตัวชันโรง และพืชอาศัยที่สัมพันธ์กับความหลากหลายทางชีวภาพของถิ่นที่อยู่อาศัยในเขตร้อน เนื่องจากปัญหาที่พบ 3 ประการคือ 1.ผึ้งมิ้ม (Apis Florea) และผึ้งมิ้มเล็ก (A.andreniformis) ตลอดจนชันโรงบางชนิด (Trigpna spp.) มีจำนวนลดน้อยลงทุกปี เนื่องจากการตัดไม้ เผาป่า ตัดรังผึ้งมาขาย การใช้ยาฆ่าแมลง และการขยายเมืองของประเทศไทย 2.ทฤษฎีการต่อสู้เพื่อการอยู่รอดเป็นความสำคัญของปัญหาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นทฤษฎีพื้นฐานของ Charles Darwin ที่ใช้อ้างอิงในชีววิทยาพื้นฐานและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่จะนำมาซึ่งคำตอบของปัญหานี้ รวมทั้งจะใช้เป็นทฤษฎีอ้างอิงในชีววิทยาของผึ้งในประเทศไทยต่อไปในอนาคตโดยเฉพาะชีววิทยาพื้นฐานในผึ้ง A.florea และ A.andreniformis เป็นครั้งแรก เพราะการเปลี่ยนแปลงในการเติบโตของเมืองอาจทำให้การอยู่รอดของผึ้งเป็นไปได้ยากขึ้น 3.ศึกษาสารออกฤทธิ์ที่ผึ้งมิ้มและชันโรงเก็บมาจากยางไม้ชนิดต่างๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้ป้องกันศัตรู เช่น มด แมลงอื่นๆ มีองค์ประกอบของสารที่สำคัญชนิดใดบ้านและองค์ประกอบเหล่านี้มีบทบาทหรือผลกระทบต่อศัตรูของผึ้งและชันโรงอย่างไร เพราะปัจจุบันได้มีการนำ Propolis ที่ได้จากผึ้งพันธุ์มาใช้เป็นส่วนประกอบของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในรูปการค้าอย่างแพร่หลาย เพื่อไล่แมลงชนิดอื่นๆ ที่เป็นศัตรูของคน ดังนั้นการศึกษาคุณสมบัติขั้นพื้นฐานของผึ้งมิ้มและชันโรง จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอีกทั้งจะเป็นแนวทางในการไปประยุกต์ใช้ทางอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการเพื่อเป็นแนวทางนำไปใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน เช่น ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยห้องปฏิบัติการทางด้านชีววิทยาโมเลกุล และการศึกษาชีววิทยาด้านอื่นๆ เช่น การผสมเทียม รวมถึงการเลี้ยงเพื่อการศึกษารองรับงานวิจัยในครั้งนี้ และเมื่อทำการสำรวจพืชอาหารและพืชอาศัยของผึ้งต่างๆ 1 ครั้งทุกเดือน ตลอดปี เพื่อหาข้อมูลความหลากหลายของสังคมพืช โดยบันทึกความถี่ของพรรณไม้ต่างๆ และวิเคราะห์ความแตกต่าง และศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชากรผึ้งและความหลากหลายของพืชอาหาร นอกจากนี้ได้วางแผนการศึกษาเปรียบเทียบในด้านต่างๆ วงจรชีวิต ชีววิทยาการผสมพันธุ์ และการเจริญเติบโต การผสมพันธุ์และพฤติกรรมการต่อสู้ ซึ่งจะนำไปสู่การไขปัญหากลไกการต่อสู้เพื่อการอยู่รอดของผึ้งชนิดต่างๆได้ ศ.ดร.สิริวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่าประโยชน์ของผึ้งยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะเกษตรกรพืชสวนที่ปลูกลำไย ลิ้นจี้ มะขาม ทุเรียน และทานตะวัน เพราะถ้าหากไม่มีผึ้งเป็นตัวช่วยจะทำให้ผลผลิตลดลงไปกว่าครึ่ง เพราะผึ้งจะเป็นตัวช่วยผสมเกษร และในอนาคตจะมีการพัฒนาและประยุกต์ถึงอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งนำไปสู่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง หรือเยลลี นับเป็นประโยชน์ที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้ทันที ขณะที่ปัจจุบันชาวบ้านยังไม่เข้าใจถึงการเติบโตและขยายพันธุ์ของผึ้งเท่าที่ควร จึงยึดเป็นอาชีพในการตีรังผึ้งจากธรรมชาติเพื่อสร้างรายได้ เช่น การตีรังผึ้งมิ้มและผึ้งหลวงที่เป็นผลิตภัณฑ์จากป่าเฉลี่ยปีละ 100,000 รัง ซึ่งถ้าหากไม่มีการศึกษาในเชิงอนุรักษ์ เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อไป เชื่อแน่ว่าในอนาคตผึ้งเหล่านี้อาจจะสูญพันธุ์ได้ ทั้งนี้การทำวิจัยเรื่องผึ้ง ก็เพื่อช่วยส่งเสริมให้คนไทยรักและอนุรักษ์ผึ้ง มิฉะนั้นแล้วนักล่าผึ้งจะเผาทำลายผึ้งเพื่อเอารัง และนำน้ำผึ้งมาขายกันจนหมด แม้แต่ชาวไร่ชาวนสวนซึ่งชอบให้ยาฆ่าแมลงก็จะฉีดพ่นผึ้งซึ่งเป็นแมลงที่มีประโยชน์ให้ตายไปเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำการวิจัยวิเคราะห์สายพันธุ์ผึ้งชนิดต่างๆ และการอนุรักษ์พันธุ์ผึ้งก็เป็นโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ส่วนอนาคตยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้ทำการวิจัยอีกมากมาย ถ้าทางคณะสร้างงานวิจัยที่สามารถอ้างอิงถึงทฤษฎีของนักชีววิทยาที่สำคัญ เช่น Charles Darwin งานระดับนี้จะได้รับการลงพิมพ์ในวารสารที่มีชื่อเสียง และได้รับการอ้างอิงตามมาอีกมากมาย พร้อมทั้งเกิดการค้นพบงานใหม่ๆ ต่อไปอีกเป็นลูกโซ่ เช่น งานวิจัยทางด้านวิวัฒนาการของผึ้งกับพืชอาหารและพืชอาศัยชนิดต่างๆ ในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อศึกษางานวิจัยไปได้ระดับหนึ่งแล้ว จะสานต่อโครงการด้วยการรวบรวมนักวิจัยรุ่นใหม่ที่ศึกษาชีววิทยาของผึ้งที่มีความเข้มแข็งสร้างความร่วมมือและเครือข่ายในการวิจัยทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เพื่อจัดตั้งสถาบันความเป็นเลิศในด้านชีววิทยาของผึ้ง นับเป็นความหวังที่มีความสำคัญสูงสุดในอนาคต และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเสนอผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กับนักวิชาการนานาประเทศและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตลอดจนส่งเสริมอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงผึ้ง และผลิตน้ำผึ้งให้ก้าวหน้าต่อไป ผึ้งมิ้ม มีขนาดตัวและรังเล็กที่สุด ขนาดของลำตัวใหญ่กว่าแมลงวันบ้านเล็กน้อย มีท้องเป็นปล้องสีดำสลับขาวชัดเจน บางคนชอบเรียกว่า "ผึ้งแมลงวัน" พบอยู่ทั่วไป ชอบตอบขนมหวาน ถ้ามีรังอยู่ใกล้บ้าน ผึ้งมิ้มชอบสร้างรังบนต้นไม้และในซุ้มไม้ที่ไม่สูงจนเกินไปนัก ลักษณะรวงรังมีชั้นเดียว มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือผู้ใหญ่เล็กน้อย (ประมาณ 20 ซม.) รังของผึ้งมิ้มมักจะปกปิดอยู่ในซุ้มไม้และกิ่งไม้เพื่อพรางตาป้องกันศัตรู ในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เป็นฤดูที่ผึ้งมิ้มได้น้ำผึ้งมากที่สุด ดาวน์โหลดข่าวและภาพประกอบได้ที่ http://pr.trf.or.th หรือติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ สกว.--จบ-- -ศน-

ข่าว จ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ล่าสุด