สศก. จัดเสนอผลงานทางวิชาการ "การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรหลัก"
กรุงเทพฯ--28 พ.ย.--สศก. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จัดเสนอผลงานทางวิชาการ "กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรหลัก" ในวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2545 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมพึ่งบุญ ชั้น 8 อาคารสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อนำเสนอผลงานเกี่ยวกับการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจ (Agro-Economic Zone) สำหรับสินค้าเกษตรหลัก 12 ชนิดให้ผู้เข้าร่วมฟังการเสนอผลงานได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นประธานการเสวนา และมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการสำนักงานเศรษฐกิจ และสื่อมวลชน เข้าร่วมประมาณ 150 คน โดยจะมีการเสนอผลงานในหัวข้อ "แนวทางการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรหลัก" โดยนางวรรณภา ยงเจริญ "การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรหลัก" โดย ดร.สุพรรณ กาญจนสุธรรม และ "แนวทางหรือมาตรการในการสนับสนุนหรือช่วยเหลือเกษตรกรภายหลังการประกาศเขตเกษตรเศรษฐกิจ" โดยนายพินิจ กุลมงคล การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตร (Zoning) นับว่ามีความสำคัญมากเพราะในปัจจุบันเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากสินค้าเกษตรหลายชนิดประสบปัญหาราคาตกต่ำในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สินค้าบางชนิดถูกกีดกันการนำเข้าโดยอ้างปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ทำให้เราไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้เกษตรกรทำการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สามารถใช้ทรัพยากรทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอันเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร สำหรับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนในการผลิตสินค้าเกษตร ส่วนเกษตรกรนอกเขตเกษตรเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำหนด ทางภาครัฐจะแนะนำ และให้การสนับสนุน ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปผลิตสินค้าเกษตรอื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่า ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าเกษตร และทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าเกษตรมีความมั่นใจในด้านปริมาณสินค้า ราคา ความเสี่ยงทางการตลาด และการตัดสินใจในการประกอบอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการแปรรูปสินค้าเกษตร และรัฐบาลก็สามารถวางแผนและส่งเสริมการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างถูกต้อง ผู้บริโภคก็สามารถหาซื้อผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างสม่ำเสมอ เกษตรกรก็ขายสินค้าเกษตรได้ราคาดีเพราะไม่สินค้าออกมาเกินความต้องการของตลาด เกษตรกรก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น--จบ-- -ศน-