(ต่อ5) ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2545 - newswit
กรุงเทพฯ--28 พ.ย.--ศูนย์ปชส. กระทรวงคมนาคม 7. การแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการจัดหาพัสดุในรูปแบบการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) การแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการจัดหาพัสดุในรูปแบบการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) คณะรัฐมนตรีพิจารณาการแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการจัดหาพัสดุในรูปแบบการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ แล้วมีมติ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการให้มีการจัดหาพัสดุในรูปแบบการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กระทรวงการคลังเสนอตามความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 5 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) 2. อนุมัติหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. …. และร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดแนวทาง ขั้นตอนและหลักเกณฑ์สำหรับการดำเนินการหาพัสดุในรูปแบบการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้กระทรวงการคลังรับความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 5 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ไปพิจารณาและปรับปรุงร่างระเบียบฯ และร่างประกาศฯ แล้วดำเนินการต่อไป กระทรวงการคลัง (กค.) รายงานว่า 1. การจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐ (ยกเว้นรัฐวิสาหกิจบางแห่ง) จะต้องถือปฏิบัติ โดยมีแนวทางดำเนินการอย่างเป็นระบบครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การจัดซื้อจัดจ้าง การแต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบดำเนินการ วิธีการจัดหา การทำสัญญา การจ่ายเงิน การลงโทษ การเก็บรักษา และการจำหน่ายเพื่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้ปฏิบัติไปในทางเดียวกัน มีความเสมอภาค และไม่เกิดความรั่วไหลของงบประมาณแผ่นดิน 2. เนื่องจากความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) ทำให้มีการนำ IT เข้ามาช่วยจัดการรวบรวมข้อมูลซื้อ/ขาย/แลกเปลี่ยนของผู้ซื้อและผู้ขายไว้หลายรายในลักษณะของศูนย์จัดซื้อรวม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัตถุดิบส่งผลให้การดำเนินการสามารถบริหารให้มีต้นทุนต่ำ พร้อมการสร้างความพึงพอใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องภายใต้ ระบบ Online ที่เรียกว่า ระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Procurement) โดยกระบวนการ e-Procurement จะเริ่มตั้งแต่การจัดทำรายละเอียดข้อมูลสินค้า (e-Catalog) การคัดเลือกผู้ค้าและสินค้า (e-Sourcing) การขอให้ผู้ค้าเสนอราคาและเงื่อนไข (e-RFP (Request for Proposal) /e-RFQ (Request for Quotation)) การประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) และการชำระเงิน (e-Payment) เป็นต้น ซึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญต่อ (e-Procurement) คือ การจัดหาผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (e-MarketPlace Service Provider) ทำหน้าที่เสาะหาผู้ขายสินค้าหรือผู้ค้า (Suppliers) และบริการจัดซื้อสินค้าตามความต้องการของลูกค้า (Buyers) ผ่านตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (e-MarketPlace) ที่ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบราคาของสินค้าหรือบริการที่ประหยัดที่สุดก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ 3. เนื่องจากการประมูลด้วยระบบ e-Auction ที่เป็นแบบ Online Realtime เพิ่มเริ่มดำเนินการโดยภาคเอกชนในช่วงเวลาประมาณ 1 - 2 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ให้บริการแก่เอกชนรายใหญ่โดยมีปริมาณและมูลค่าจัดซื้อต่อครั้งเกิดกว่า 10 ล้านบาท จำนวน 2 - 3 ราย จึงมีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน 4. โครงสร้างของการบริหารจัดการทั้งระบบยังไม่มีความพร้อมเพียงพอที่จะรองรับการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีข้อ 2 ที่ให้มีการดำเนินการ e-Auction จำนวน 1 - 2 รายการภายในเดือนธันวาคม 2545 เพราะต้องมีการเตรียมการหลายด้าน เช่น 4.1 ภาครัฐในฐานะผู้ซื้อต้องจัดเตรียมงบประมาณ และการวางแผนการจัดหาพัสดุโดยไม่จำเป็นต้องว่าจ้างบริษัทเอกชนมาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นการเฉพาะ ซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายดำเนินการโดยไม่จำเป็น เพราะเป็นการใช้โปรแกรมฯ เพื่อจัดหาพัสดุเป็นครั้งคราวที่สามารถใช้บริการจากผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดหาพัสดุโดยประมูลด้วยระบบ e-Auction ได้ 4.2 ภาคเอกชนในฐานะผู้ค้าต้องมีการทำความเข้าใจการใช้ระบบ e-Auction และจัดเตรียมสินค้าและบริการ 4.3 ผู้ให้บริการจัดประมูล ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (e-MarketPlace Service Provider) ต้องจัดเตรียมระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย เอกสารสัญญาต่าง ๆ รวมทั้งการฝึกอบรมผู้ค้า 4.4 สาธารณชนทั่วไปควรต้องมีความเข้าใจว่าระบบ e-Auction จะสามารถช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างไร เพื่อช่วยสร้างแรงสนับสนุนในการดำเนินการ 5. การดำเนินการจัดหาพัสดุด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แบบ Online Realtime ต้องมีเงื่อนไขในการดำเนินการที่ช่วยให้กระบวนการประมูลมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยต้องเป็นการประมูลแบบ Reverse หรือ Forward ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลหรือผู้ค้าสามารถเสนอต่อสู้ราคาได้หลายครั้ง โดยราคาที่เสนอต่อครั้งจะต้องไม่เท่ากัน และลดลงหรือเพิ่มขึ้นในช่วงเสนอราคาขั้นต่ำภายในเวลาที่กำหนดการกำหนดราคากลาง ราคาขั้นต่ำ ช่วงราคาที่จะต้องลดลงหรือเพิ่มขึ้นในการเสนอราคาแต่ละครั้ง ระยะเวลาการประมูล และช่วงเวลาสุดท้ายก่อนหมดเวลาประมูล ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหาพัสดุของหน่วยงานนั้น ๆ ราคาประมูลสุดท้ายต้องเป็นราคาที่คณะกรรมการจัดหาฯ ยอมรับจึงจะถือว่าชนะการประมูล 6. การดำเนินการตามข้อเสนอของ กค. จะมีผลกระทบทำให้ภาคเอกชนต้องมีการเตรียมตัวทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับการประมูลด้านอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ และบุคลากรภาครัฐต้องพัฒนาทักษะทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากร ทั้งในด้านการจัดหาและการบำรุงรักษา ซึ่ง กค. ได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Procurement) และการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ให้แก่ส่วนราชการและสาธารณชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับนำข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ในสังกัดของ กค. คือ www.gprocurement.or.th และ www.cgd.go.th เรียบร้อยแล้ว การกำหนดแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ์สำหรับการดำเนินการจัดหาพัสดุในรูปแบบการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามร่างประกาศกระทรวงการคลัง มีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้ 1) การวางแผนจัดหาพัสดุให้รวบรวมจัดหาพัสดุที่เป็นประเภทและลักษณะเดียวกันไว้ด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) และความคล่องตัวในการจัดประมูล ซี่งอาจจะรวมการประมูลของส่วนราชการที่อยู่กระทรวงเดียวกันได้ตามมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 2) กำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) ของพัสดุ และลักษณะงานจ้างเหมาที่ส่วนราชการจะนำมาพิจารณาประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความชัดเจน ได้แก่ ครุภัณฑ์สำนักงาน ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ วัสดุสิ้นเปลือง การให้บริการทำความสะอาด และการรักษาความปลอดภัย 3) วงเงินการจัดหาพัสดุ พร้อมทั้งปริมาณสินค้าและบริการที่จะดำเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ในแต่ละครั้งรวมกันจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท เพื่อให้คุ้มค่าในการดำเนินการด้วยวิธีนี้ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. …. มีสาระสำคัญให้ 1) แก้ไข ผู้รักษาการตามระเบียบ จากเดิม "ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี" เป็น "ปลัดกระทรวงการคลัง" 2) แก้ไข กรรมการในคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) 3) แก้ไขข้อ 18 วิธีซื้อและจ้างโดยเพิ่มวิธีที่ 6 เป็น "(6) วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด" สำหรับการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมทั้งฉบับ จะต้องใช้เวลาในการปรับปรุง ซึ่ง กค. ได้กำหนดแผนปฏิบัติการและระยะเวลาในการดำเนินงานพัฒนาระบบการบริหารพัสดุภาครัฐทั้งระบบแล้ว(ยังมีต่อ) -ศน-