ปตท. มุ่งสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ--18 พ.ย.--ปตท. เช้าวันนี้ (15 พ.ย.45) นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานใน พิธีเปิดโครงการค่ายเยาวชน ปตท. รักวิทยาศาสตร์และพลังงาน Generation P รุ่นที่ 4 ประจำปี 2545 ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ให้เยาวชนไทยเรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้อง และมีความเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างถูกวิธี โดยเป็นโครงการที่ ปตท. จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2545 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กล่าวว่า ปตท. ได้จัดโครงการนี้ร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนในท้องถิ่นได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องของวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ และสัมผัสได้ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเยาวชนไทยให้เข้าถึงโลกวิทยาศาสตร์อย่างถ่องแท้และเยาวชนเหล่านี้ยังเป็นผู้ที่จะได้รับความรู้ในเรื่องของพลังงานที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ทราบถึงความจำเป็นในการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม ลดความสิ้นเปลือง ซึ่งจะเป็นการอนุรักษ์พลังงานได้ สำหรับเยาวชนที่ร่วมโครงการในครั้งนี้เป็นเยาวชนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 55 คนจากโรงเรียนในกลุ่มสหวิทยาเขต จ.ขอนแก่น ประกอบด้วย โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน, โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2, โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 3, โรงเรียนขอนแก่นพัฒนศึกษา และโรงเรียนโคกสีพิทยาสรรพ์ โดยเยาวชนจะได้เรียนรู้โลกพลังงานและปิโตรเลียม จาก สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. (วังน้อย) อาทิ กำเนิดปิโตรเลียม, เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ , กระบวนการทดสอบเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมทั้งเรียนรู้โลกวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (เทคโนธานี คลองห้า) ด้วยกิจกรรม สิ่งประดิษฐ์ รวมพล คนนักคิด, การทดลองจรวดขวดน้ำ, ตะลุยพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เป็นต้น รวมใช้ระยะเวลาร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 3 วัน 2 คืน โครงการนี้ เป็นหนึ่งในโครงการที่ ปตท. มุ่งหวังจะพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ ทันต่อเหตุการณ์ และสามารถเป็นบุคลากรที่สำคัญของชุมชน และประเทศชาติได้ในอนาคต ซึ่ง ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ได้คำนึงถึงอย่างสม่ำเสมอ โดยเราได้ดำเนินโครงการอื่นๆ พร้อมกันด้วย อาทิ โครงการมอบทุนการศึกษา, โครงการห้องสมุด, โครงการ 5ส โรงเรียน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยพัฒนาสังคมและชุมชนได้ไม่มากก็น้อย นายอภิสิทธิ์ กล่าวเสริม--จบ-- -สส-