ผลตัดสินการประกวดทำอาหารจานเดียวภาคอีสาน ในโครงการภูมิปัญญาอาหารไทย ปี 2545

กรุงเทพฯ--18 พ.ย.--ไดเร็คท์ เรสพ็อนซ์ (ประเทศไทย) ยอดเคล็ดลับแชมป์อาหารจานเดียวประจำภาคอีสาน ในงานภูมิปัญญาอาหารไทย ปี 2545 "อัศจรรย์อาหารจานใหม่ใส่ไอเดีย" สุดยอดเคล็ดลับสร้างสรรค์อาหารจานเดียวในงานประกวดแข่งขัน โครงการภูมิปัญญาอาหารไทย ปี 2545 "อัศจรรย์อาหารจานใหม่ใส่ไอเดีย" ที่ดำเนินการแข่งขันไปทั่วประเทศโดยเริ่มเป็นครั้งแรกที่ภาคกลาง และกทม. เมื่อเดือนกันยายน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเมื่อเดือนตุลาคม และเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพิ่งเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ภาคใต้ ก่อนมาจัดการแข่งขันที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ/ภาคอีสานเป็นภาคสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน ศกนี้ โดยต้องสร้างสรรค์อาหารจานใหม่จานเดียวที่เลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นไทยมาใช้ปรุงแต่งอาหาร และตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน คนไทยทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของการสืบสานอาหารไทย และภูมิปัญญาไทยให้ดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ พร้อมยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่แพร่หลายทั้งในกลุ่มคนไทย และชาวต่างชาติ ด้วยความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานเอกชน ได้แก่ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น บริษัท ไทยฮา จำกัด ผู้ผลิต และบริษัท เชียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราเกษตร และ หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยจัดแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทประชาชนทั่วไป, ร้านอาหาร และภัตตาคาร/โรงแรม ก่อนเริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจากนายกิตติพงษ์ สุนานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นมาเป็นประธานเปิดงาน โดยรอบนี้เป็นรอบตัดสินที่คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจนเหลือเพียง 10 ท่าน ในแต่ละประเภทการแข่งขัน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 150 ท่าน ที่ต่างสรรหาเมนูอัศจรรย์อาหารจานใหม่ใส่ไอเดียมาอย่างสุดฝีมือ อาทิ ไข่ตุ๋นปลาร้าทรงเครื่องในมะพร้าวอ่อน ปลาช่อนกระบอกเผา กบสะเดิด เมี่ยงปลา เป็นต้น ซึ่งการแข่งขันรอบนี้จะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา อาทิ นักชิม ชื่อดัง "สันติ เศวตวิมล - แม่ช้อยนางรำ" ที่เดินทางมาร่วมตัดสินด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และ สื่อมวลชนประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลาสำหรับประกอบอาหาร พร้อม ตกแต่งให้สวยงามเพื่อให้คณะกรรมการตัดสินทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังจัดให้มีการเล่นเกมบนเวทีคั่นเวลาระหว่างการแข่งขันแต่ละประเภท ก่อนปิดท้ายด้วยการค้นหาสุดยอดนักกินประจำภาคด้วยการแข่ง รับประทานไส้กรอกอีสาน อาหารอร่อยประจำภาค ชิงเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมชมการแสดงนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาอาหารไทยแต่ละท้องถิ่น การสาธิตทำอาหารไทยจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดขอนแก่น และการออกร้านจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ให้ผู้ที่สนใจเดินเยี่ยมชม ตลอดงาน นายวิสุทธิ วิทยฐานกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า "โครงการนี้ นับเป็นกิจกรรมที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนทั่วประเทศ ด้วยใบสมัครจำนวนมากที่ส่งเข้ามาในแต่ละภูมิภาค รวมถึงการแข่งขันในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของประชาชนทุกคนที่ร่วมสืบสาน ภูมิปัญญาอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในกลุ่มคนไทย และชาวต่างประเทศไปพร้อมๆ กัน" ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันในทุกประเภท ผลการตัดสินประเภทประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เกศินี โพธิ์ศรี ในสูตรอาหารไข่ตุ๋นปลาร้าทรงเครื่องในมะพร้าวอ่อน รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ อาคม สิงห์ศักดา ในสูตรอาหารข้าวสมุนไพรทิพรสห่อไข่ รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ อัมพวรรณ์ กาญจนัษฐายี ในสูตรอาหารข้าวคลุกปลาเค็มห่อกะหล่ำปลี รางวัลชมเชย ได้แก่ กฤษณะ รัตนา ในสูตรอาหารขนมจีนขี้เมา และรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ สุภาวดี นนยะโส ในสูตรอาหารยำสาวน้อย ประเภทร้านอาหาร รางวัลชนะเลิศและรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ ร้านปลาช่อนกระบอกเผา ในสูตรอาหารปลาช่อนกระบอกเผา รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ร้านตุ๊กตาปลาจุ่ม ในสูตรอาหารมัจฉางาดำในน้ำขิง รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ครัวราชภัฏ สถาบันราชภัฏนครราชสีมา ในสูตรอาหารข้าวยำอนามัย และรางวัลชมเชย ได้แก่ ร้านขอนแก่นอู่เงิน เนื้อกระทะ ปลาจุ่ม ในสูตรอาหารเมี่ยงปลา ประเภทภัตตาคาร/โรงแรม รางวัลชนะเลิศและรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ โรงแรมโซฟิเทล ราชา ออคิด ในสูตรอาหารนางไอ่ขจร รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ดาบกว้างภัตตาคาร ในสูตรอาหารลาบเป็ดสมุนไพร รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น ในสูตรอาหารข้าวผัดอีสาน และรางวัลชมเชย ได้แก่ โรงแรมแก่นอินน์ ในสูตรอาหารราดหน้าปลากะพงเต้าซี่ โดยผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภท จะได้รับถ้วยรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท และรางวัลชมเชย 1 รางวัล ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท และผลิตภัณฑ์ที่ระลึกจากน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น และผลิตภัณฑ์ตราเกษตร ที่มอบให้ผู้เข้ารอบตัดสินทุกท่าน นอกจากนี้ ผู้ชนะเลิศในระดับภาคของทุกประเภทจะเป็นตัวแทนชิงความเป็นสุดยอดฝีมืออาหารจานเดียวในการแข่งขันระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2545 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2332-8555 ผกาพรรณ ทองน้อย ต่อ 113 นฤมล แสงระ ต่อ 129 รัชนี อุ่นจิตต์ ต่อ 128--จบ-- -สส-

ข่าว กระทรวงสาธารณ ล่าสุด