ผลวิจัยชี้คนไทยมั่นใจทหารมากกว่ารัฐบาล ระแวง NGO และไม่เชื่อหนังสือพิมพ์ - newswit
กรุงเทพฯ--4 พ.ย.--สกว. สกว. หนุนพระปกเกล้าตีเผยผลงานวิจัยปฎิรูปรัฐธรรมนูญไทย ในงาน "การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าครั้งที่ 4" แย้มผลสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชน ชอบบทบาทการทำงานของทหารมากกว่ารัฐบาล ส่วนหน่วยงานที่ประชาชนไม่เชื่อมั่น 5 อันดับท้ายสุดคือ NGO,หนังสือพิมพ์, ตำรวจ ,ปปง., และพรรคการเมือง เมื่อเทียบกับผลสำรวจปีที่แล้ว 3 หน่วยงานที่ความเชื่อมั่นลดลง คือ ศาลรัฐธรรมนูญ NGO และ ปปช. ผศ.วุฒิพงศ์ เตชะดำรงสิน รองผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า สกว.ตระหนักในปัญหาและอุปสรรคของการใช้รัฐธรรมนูญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจึงสนับสนุนการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการวิจัยเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา คือ 1. การวิจัยเพื่อยกร่างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อปฎิรูปการเมืองไทย"(เมื่อปี 2537) เพื่อนำไปใช้ยกร่างรัฐธรรมนูญตามแนวรัฐธรรมนูญนิยม ผลการวิจัยครั้งนี้ได้สรุปออกมาเป็นข้อเสนอต่าง ๆ 15 เรื่องและจัดพิมพ์เป็นหนังสือ 15 เล่ม 2. การยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปฎิรูปการเมือง" (เมื่อปี 2540) ผลการวิจัยได้ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฎิรูปการเมืองฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตารางเปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2534 และคำชี้แจงปัญหาของระบบการเมืองไทย กลไกและมาตรการแก้ไขและแนวทางหลักการและสาระสำคัญของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในประเด็นที่สำคัญ 3. "บทเรียนจากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเพื่อปรับปรุงระบบเลือกตั้งให้ดีขึ้น" (โดยสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. 2543) เพื่อรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และความเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการพิจารณาจัดทำข้อเสนอในรูปรายงาน เพื่อเสนอแนะการปรับปรุงการจัดการเลือกตั้งให้เกิดผลดีที่สุดในอนาคต ซึ่งงานวิจัยบางส่วนได้นำไปใช้ประโยชน์แล้ว คือ เป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 และล่าสุด สกว.ได้สนับสนุนสถาบันพระปกเกล้าจัดทำโครงการวิจัย "การติดตามและประเมินผลบังคับใช้รัฐธรรมนูญ" ใน 9 ประเด็นหลัก คือ 1) สิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2)การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนและความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระ 3) การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 4) บทบาทการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งและประชาชนในการเลือกตั้งระบบใหม่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 5) การตรวจสอบการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ 6) การเมืองกับผลประโยชน์ทางธุรกิจภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 7) เสถียรภาพของรัฐบาลและความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร 8) ประสิทธิผลของรัฐสภาไทย ดร.ถวิลวดี บุรีกุล หัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระ ได้เปิดเผยเปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาล ต่อองค์กรอิสระต่อการทำงานของรัฐสภา และศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมืองและปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน จากการเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมายครบทั้ง 2,000 คน จาก 42 จังหวัด สิ้นสุดเมื่อเดือน กรกฎาคม 2545 พบว่า 5 อันดับแรกของสถาบันที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนสูงสุด คือ หน่วยทหาร 94% โทรทัศน์ 92.3% นายกรัฐมนตรี 88.5% คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน 85.5% คณะรัฐมนตรี 84.7% ส่วน 5 อันดับท้ายที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นน้อยเรียงตามลำดับคือ องค์กรอิสระ (NGO) 57.4% หนังสือพิมพ์ 59.2% ตำรวจ 63.7 ปปง.% 67.8 % และ พรรคการเมือง 71.2% เปรียบเทียบกับผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้าในโครงการสำรวจเพื่อเปรียบเทียบความเป็นประชาธิปไตยในภูมิภาคอาเซียน เมื่อเดือน ธ.ค. 2544 พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หน่วยงานที่ได้รับความเชื่อมั่นลดลง หน่วยงานที่ได้รับความเชื่อมั่นลดลงส่วนใหญ่จะได้รับความเชื่อมั่นสูงขึ้น แต่สถาบันที่ได้รับความเชื่อมั่นลดลงในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา คือ ศาลรัฐธรรมนูญ จากที่เคยได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 44 เหลือ 74.3% องค์กรอิสระ (NGO) ความเชื่อมั่นลดลงเล็กน้อย คือ จาก 59.7% เหลือ 57.4% อีกหน่วยงานหนึ่ง คือ ป.ป.ช. จากเดิม 79.8% เหลือลดลงเล็กน้อยเหลือ 72.5 % ทั้งนี้จากการสำรวจของสถาบันพระปกเกล้าเมื่อเดือนธันวาคม 2544 ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานต่าง ๆ คือ 1) ศาลรัฐธรรมนูญ 81.8% 2) ทหาร 80.0% 3) ป.ป.ช. 79.8% 4) ทีวี 79.5% 5) ศาลยุติธรรม 73.4% 6) ข้าราชการ 69.3 % 7) รัฐบาล 69.1% 8) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 68.1% 9) นักการเมืองท้องถิ่น 62.5% 10) รัฐสภา 60.6% 12 องค์กรอิสระ (NGO) 59.7% 13)ตำรวจ 58.6 % 14) น.ส.พ. 55.7% 15 ) พรรคการเมือง 51.7% ส่วนผลการสำรวจโดยการสนับสนุนของ สกว. เมื่อเดือน ก.ค. 2545 พบว่า 1) ทหาร 94.0% ทีวี 92.3 % 2) นายกรัฐมนตรี 88.5% 3) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน 85.3% 4) รัฐบาล 84.7% 5) รัฐสภา 81.8% 6) ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา 80.0 % 7) ศาลปกครอง 79.7% 8) ส.ส. 79.9% 9)ส.ว. 79.4% 10) ฝ่ายค้าน 75.4% 11) ข้าราชการ 75.1% 12) ศาลยุติธรรม 75% 13) ศาลรัฐธรรมนูญ 74.3% 14) คกง. 73.1% 16) สภาที่ปรึกษา 73.1% 18) ป.ป.ช. 72.5% 19) ก.ก.ต. 72.4% 20)พรรคการเมือง 71.2% 21) ป.ป.ง. 66.8% 22) ตำรวจ 63.7% 23) น.ส.พ. 59.2% 25) NGO 57.4% อย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวเป็นการสำรวจทัศนคติของประชาชนต่อหน่วยงานสถาบันนั้น ๆ ซึ่งขึ้นลงได้ และเป็นผลการสำรวจซึ่งไม่ได้อธิบายสาเหตุว่าเพราะเหตุใดคนจึงมีทัศนคติความเชื่อมั่นอย่างนั้นต่อสถาบันนั้น ๆ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า วิเคราะห์ในทัศนะส่วนตัวถึงเหตุผลของหน่วยงานที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นต่ำว่า NGO ได้รับความเชื่อมั่นต่ำเพราะธรรมชาติของคนไทยและสังคมไทยไม่ชอบความขัดแย้ง แต่วิธีการที่ NGO ใช้ในการเรียกร้องเพื่อต่อสู้เพื่อชาวบ้านมันเป็นวิธีการที่สร้างความขัดแย้ง เช่นการประท้วง การออกมาให้สัมภาษณ์ไม่เห็นด้วย ส่วนเหตุผลที่หนังสือพิมพ์ได้รับความเชื่อมั่นต่ำกว่าโทรทัศน์ เพราะหนังสือพิมพ์มีอิสระในการเขียนวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งประชาชนจะรู้สึกว่ามันเป็นการสร้างความขัดแย้งก็เลยไม่ชอบ ขณะที่ โทรทัศน์อย่างน้อยก็ยังมีนายสถานีคุม ส่วนสถาบันทหารที่ได้รับความเชื่อมั่นมากที่สุดตอนนี้ก็เพราะทหารไม่ได้เข้ามายุ่งกับการเมือง ทหารเป็นทหารอาชีพและก็ไปช่วยการพัฒนาเลยมีความเชื่อมั่นสูง ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวถึง การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าครั้งที่ 4 หัวข้อ "5 ปี ของการปฎิรูปการเมืองตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" จะมีขึ้นในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2545 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ ว่า เป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นต่อการใช้รัฐธรรมนูญ ในงานประกอบด้วยการกิจกรรมสำคัญ อาทิ อภิปราย ปาฐกถา และสัมมนาทางวิชาการ โดยเฉพาะการรายงานผลการวิจัยการติดตามและประเมินผลบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 5 ปีที่ผ่านมา จำนวน 10 ผลงานวิจัยจากการสนับสนุนของหน่วยงานต่าง ๆ การปาฐกถาพิเศษ เกี่ยวกับประสบการณ์การปฎิรูปการเมือง" โดย นายเคย์ ราลา ซานานา กูสเมา ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศติมอร์ตะวันออก ซึ่งได้รับยกย่องจากนิตยสารไทม์ให้เป็นวีรบุรุษของเอเชีย นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เกี่ยวขัองกับการใช้และการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเข้าร่วมด้วย อีกทั้งยังมีการแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ผู้สนใจเข้าร่มประชุม หรือเข้าร่วมสัมมนาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า โทร .0-2527-7830 -9 ต่อ 2401-6 หรือ 2306--จบ-- -ศน-