เวลล่า (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน "Wella Trend Vision 2003" แนะนำเทรนด์ผมใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2003

กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--แม็กซิม่า คอนซัลแตน์ รติกร จักกะพาก ผู้จัดการฝ่ายเสริมสวย บริษัท เวลล่า (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน "Wella Trend Vision 2003" แนะนำเทรนด์ผมใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2003 ด้วย 3 แนวคิดแฟชั่นใหม่ คือ Energizing Antiquity (เอ็นเนอร์จัยซิ่ง แอนติคควิตี้) สดุดีพลังแห่งอดีต, Eccentric Romantic (แอคเซ็นทริค โรแมนติค) ภาพฝัน เสน่ห์เย้าใจมิมีเปรียบ, Graphic Elegance (กราฟฟิค อิลิแกนซ์) สง่างามแห่งเส้นสาย โดยทีม แกนดินี นำโดย มร. จีจี้ แกนดินี ช่างผมระดับโลกชาวอิตาลี ซึ่งเดินทางมาเยือนไทยเพื่อสาธิตออกแบบทรงผมเทรนด์ใหม่แห่งปี 2003 พร้อมด้วย อ.วันทนีย์ เชื้อวิวัฒน์, อ.สายสุดา เชื้อวิวัฒน์, และ อ.ธนากร เชื้อวิวัฒน์ แห่งสถาบันเสริมสวยนานาชาติ เกตุวดี-แกนดินี ที่ร่วมสาธิตการออกแบบทรงผมในงานนี้ด้วย นอกจากนี้ยังได้พบกับแฟชั่นทรงผมสดๆ ร้อนๆ จากงานอัลเทอร์เนทีฟแฮร์โชว์ ลอนดอน ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมเป็นอย่างมากด้วยการเปลี่ยนทรงผมจากทรงเรียบหวานสู่ทรงผมเย้ายวนเสน่ห์ หยักลอนหรือหยิกฟูในพริบตาบนเวที ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซ่า วัตถุประสงค์ของการจัดงาน "Wella Trend Vision 2003" เพื่อเปิดโอกาสให้ช่างผมไทยได้ทราบถึงแนวทางในการสร้างสรรค์ทรงผมใหม่อินเทรนด์ในปีหน้า และได้แลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถด้านเทคนิคการทำผมในระดับนานาชาติ โดยเวลล่าจะจัดให้มีการแข่งขันการออกแบบทรงผมตามแนว "Wella Trend Vision 2003" ขึ้นในวันที่ 5 มีนาคม 2546 และจะเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันในเดือนพฤศจิกายน 2545 นี้ เพื่อเป็นการคัดเลือกช่างผมที่ชนะการแข่งขันร่วมเดินทางไปแข่งขันในระดับนานาชาติต่อไปที่ประเทศเยอรมัน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เวลลา โทร. 0-2719-8471-5 หรือ 0-2719-8150-2 ต่อ แผนกสตูดิโอ ในโอกาสที่เดินทางมาเมืองไทย มร. จีจี้ แกนดินี ได้กล่าวว่า อาชีพช่างเสริมสวยนั้นเป็นอาชีพที่ติดตัวเราไปตลอด เป็นอาชีพที่ยั่งยืนและถาวรที่สุดในโลก ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบบนเส้นผมด้วย 1 สมอง 2 มือ ปัจจุบันช่างผมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการพัฒนาและวิวัฒนาการด้านเสริมสวยที่ดีขึ้นใกล้เคียงกับประเทศในยุโรปมากขึ้น จนแทบไม่เห็นความแตกต่าง จากเมื่อก่อนที่ไม่มีใครรู้จักช่างผมไทยเลย ขณะนี้ช่างผมไทยเรียกได้ว่าไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ เป็นที่รู้จักในระดับอินเตอร์ ซึ่งเราจะต้องมีความภูมิใจในความเป็นช่างผมของชาติที่เราอยู่ ปัจจุบันโลกเราแคบลง ทำให้การติดต่อสื่อสารกันง่ายขึ้น สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและวิวัฒนาการในเรื่องเสริมสวยของประเทศต่างๆ ได้ตลอดเวลา อย่างเช่นในปีหน้านี้ มร. จีจี้ ได้วางตัวให้สองศรีพี่น้องจากตระกูลเชื้อวิวัฒน์ คือ อ.สายสุดา และ อ.ธนากร เป็นตัวแทนของช่างผมไทยไปโชว์ที่ประเทศอิตาลี และสำหรับ มร. จีจี้ เองก็จะเดินทางมาโชว์ในแถบเอเซียเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างเอเซียและยุโรป เพื่อช่างผมจะได้เห็นแนวทางที่แตกต่างออกไป และสามารถนำไปผสมผสานหรือนำไปประยุกต์ใช้ สำหรับเทรนด์ในปีหน้านี้จะเป็นการผสมผสานระหว่างผมหยิกและผมตรงที่ดูกลมกลืนกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 สไตล์ คือ เอ็นเนอร์จัยซิ่ง แอนติคควิตี้, แอคเซ็นทริค โรแมนติค, กราฟฟิค อิลิแกนซ์ ซึ่งทั้ง 3 สไตล์นั้น จะช่วยให้การออกแบบทรงผมนั้นง่ายขึ้น เพิ่มทางเลือกที่มากขึ้น แทนที่จะฮิตแต่ทรงผมแบบเดียว และทำให้มองเห็นบุคลิกของแต่ละบุคคลได้อย่างชัดเจน อย่างสไตล์เอ็นเนอร์จัยซิ่ง แอนติคควิตี้ เป็นผมที่มีการทำลอน ให้ดูมีความพริ้วไหวของเส้นผมไม่แข็งกระด้าง เป็นการผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบัน, สไตล์แอคเซ็นทริค โรแมนติค จะออกแนวหวานๆ นำความแตกต่างมารวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ เช่น การใช้แฮร์พีซมาช่วยสร้างสรรค์เพิ่มความน่าสนใจ และแตกต่างให้กับทรงผม การทำผมตรงให้หยิก และ ทำผมหยิกให้ตรง ส่วนสไตล์กราฟฟิค อิลิแกนซ์ จะเน้นการซอยผม และการตัดกันของเส้นผม นำแนวกราฟฟิกแบบเก่ามาประยุกต์ใช้กับแบบใหม่ สีสันจะดูขัดแย้งกัน เช่น สีขาวดำ สีดำขี้เถ้า ซึ่งทรงผมสไตล์นี้จะแลดูเหมือนทอมบอย ส่วนเทรนด์สีผมที่กำลังจะมาแรงในปี 2003 เป็นสีน้ำผึ้ง สีน้ำตาลอ่อน สีเปลือกเกาลัด สีน้ำตาลออกแดง หรือถ้าเป็นสีเข้มก็จะออกไปทางสีดำ สีบลอนด์แบบสีทราย สีเนื้อไม้ สีช็อกโกแล็ต การทำไฮไลท์จะดูไม่เด่นชัดมากออกสีน้ำตาล น้ำตาลเข้มไล่โทนสี ทำเป็นเส้นเล็กดูกลมกลืนกัน ดูพริ้วไหวเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ มร. จีจี้ ยังได้เผยถึงเทคนิคพิเศษในการตัดผมสำหรับคนผมตรงที่ มร.จีจี้ ได้คิดค้นขึ้นเอง คือ การตัดผมขณะผมแห้งซึ่งทำให้เราเห็นความยาวจริงของผม ช่วยให้ง่ายต่อการออกแบบและวางกรรไกรได้ชัดเจนขึ้น เพราะการตัดผมในขณะผมเปียกนั้นเวลาที่ผมแห้งอาจจะมีการหดของเส้นผมได้ และอีกหนึ่งเทคนิคที่อยากจะแนะนำให้ช่างผมวางลายของสีผมก่อนทำการตัดผม เพราะลายสีผมนั้นจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของการกำหนดทรงผม จะช่วยให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดและง่ายต่อการตัด อีกทั้งทำให้ผมดูกลมกลืนกัน เป็นธรรมชาติ มีความพริ้วไหว เนื่องจากการทำสีผมหลังจากตัดเสร็จแล้วนั้นจะทำให้ผมแลดูแข็งกระด้าง และควรทำการปรุงผมก่อนการซอย จะช่วยให้เราสามารถควบคุมผมเวลาดีไซน์ระหว่างซอยผมได้ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ในการปรุงผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผม เช่น คนผมหยิกควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผมตรง คนผมตรงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผมนิ่ง คนผมบางควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผมดูหนา และพองขึ้นซึ่งจะช่วยให้ผมหลังการซอยดูสวยขึ้นกว่าปกติ หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อบริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตน์ จำกัด โทร. 0-2434-8300สุจินดา, แสงนภา, วสาวดี, ระริน--จบ-- -สส-

ข่าว แม็กซิม่า ล่าสุด