พฤติกรรมบำบัดทางเลือกหนึ่งรักษาต่อมลูกหมากโต

กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--วช. ศัลยแพทย์เผย ชายวัย 50 ปีขึ้นไป หมั่นตรวจต่อมลูกหมาก ในไทยพบชายสูงวัยมีปัญหาต่อมลูกหมากโต 6 แสนคน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านจิตใจวิตกกังวล ครอบครัว สังคม วอนปรึกษาหมอ แนะใช้พฤติกรรมบำบัดร่วม ปัญหาของผู้สูงอายุมักจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รายงานไว้ว่าในปี พ.ศ. 2550 อัตราการเพิ่มของประชากรผู้สูงอายุของไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นอีก 10.8 ล้านคนในปี พ.ศ. 2563 ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของภาครัฐจะต้องเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และโรคที่พบได้บ่อยในผู้ชายสูงอายุคือ โรคต่อมลูกหมากโตพบได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้ความสำคัญต่องานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพผู้สูงอายุ จึงให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่ รศ.นพ. อนุพันธ์ ตันติวงศ์และคณะ จากภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ทำการวิจัยเรื่อง "โครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต" วัตถุประสงค์เพื่อหาความชุกของโรคต่อมลูกหมากโตในชุมชน พัฒนาการรักษาแบบพฤติกรรมบำบัดและเปรียบเทียบผลการรักษาแบบพฤติกรรมบำบัดกับการรักษาแบบเฝ้าติดตามดูการดำเนินของโรคตามธรรมชาติ โดยสอบถามอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชายผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในชุมชนรอบ ๆ โรงพยาบาลศิริราช โดยใช้การรักษาแบบเฝ้าติดตามและรักษาแบบพฤติกรรมบำบัด ผลการวิจัยพบว่า ความชุกของโรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุมีสูงถึง 41.3 เปอร์เซ็นต์ ในผู้ชายสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติโดยเป็นการถ่ายปัสสาวะลำบากต้องเบ่งในตอนเริ่มต้นปัสสาวะขยัก ๆ และปัสสาวะไม่สุดหรือหยดตอนสุด ทั้งนี้เกิดจากการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้เกิดอาการระคายเคืองหรือรบกวนการเก็บกักน้ำปัสสาวะทำให้เกิดปวดปัสสาวะบ่อยช่วงกลางวันและช่วงกลางคืน รวมทั้งการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ด้วย ซึ่งการรักษามีหลายวิธี เช่น การเฝ้าติดตามดูการดำเนินของโรคตามธรรมชาติโดยแพทย์แนะนำให้ดื่มน้ำสม่ำเสมอ ระวังการกลั้นปัสสาวะนาน ๆ ระวังการกินยาแก้หวัดหรือยาแก้ท้องเสียอันจะมีผลต่อการถ่ายปัสสาวะ อย่าให้ท้องผูกและประการสำคัญควรหมั่นตรวจสุขภาพ , การผ่าตัดในกรณีที่คนไข้เป็นมากซึ่งการผ่าตัดโดยใช้กล้องถือว่าเป็นมาตรฐานแม้ว่าจะได้ผลดีมากถึง 75 - 96 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่มีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง , การรักษาด้วยยาเป็นหนทางเลือกใหม่มียา 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่ใช้คือ Alpha Blocker ลดแรงดันภายในท่อปัสสาวะบริเวณต่อมลูกหมากและที่ท่อกระเพาะปัสสาวะทำให้อาการดีขึ้นถึง 59 - 86 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ยา 5 - Alpha Reductase Inhibitor ที่ลดขนาดต่อมลูกหมากได้ในระดับหนึ่งทำให้อาการดีขึ้น 54 - 78 เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะเดียวกันมีโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนจากยาได้และข้อสำคัญหากกินยาไปตลอดชีวิตจะเสียเงินเฉลี่ยวันละ 10 - 40 บาท ซึ่งนับว่าสูงทีเดียว อย่างไรก็ดี จากข้อค้นพบงานวิจัยดังกล่าว การใช้พฤติกรรมบำบัดรักษาจะได้ผลดีกว่าการเฝ้าติดตามดูธรรมชาติของโรคทั้งผลอาการโดยรวม คะแนนอาการต่อมลูกหมาก และคะแนนคุณภาพชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและฝึกฝนการถ่ายปัสสาวะให้เหมาะสมมีเวลาห่างแต่ละครั้งไม่ควรน้อยกว่า 2 ชั่วโมง และจำนวนแต่ละครั้งไม่ควรน้อยกว่า 150 ซีซี, ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการถ่ายปัสสาวะเมื่อเริ่มปวด การดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มก่อนนอนรวมทั้งการออกกำลังกายและการขมิบก้น ทั้งนี้การถ่ายปัสสาวะเมื่อเริ่มปวดทำให้ถ่ายปัสสาวะจำนวนน้อยจึงต้องถ่ายบ่อยและถ่ายได้ไม่แรง เป็นพฤติกรรมสุขภาพที่เกิดจากความเข้าใจผิดว่าการกลั้นปัสสาวะไม่ดีอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือปัสสาวะไม่ออกตามมาได้ (ความเข้าใจที่ถูกต้องควรเป็นว่าการกลั้นปัสสาวะเมื่อปวดปัสสาวะเต็มที่แล้วและกลั้นต่อไปนาน ๆ ทั้ง ๆ ที่ปวดปัสสาวะอยู่อย่างมาก ๆ เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรปฏิบัติ) การดื่มน้ำก่อนนอนของผู้สูงอายุ ทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ เนื่องจากกลไกการควบคุมจำนวนน้ำปัสสาวะช่วงกลางคืนเปลี่ยนไปทำให้มีการสร้างน้ำปัสสาวะเพิ่มขึ้น ส่วนการออกกำลังกายทำให้มีการเสียน้ำไปทางเหงื่อ ดังนั้นการออกกำลังกายช่วงเย็นของผู้สูงอายุบางคนทำให้ลดการถ่ายปัสสาวะช่วงกลางคืนลงได้และทำให้หลับสบายขึ้น การขมิบก้นช่วยรีดน้ำปัสสาวะที่ค้างอยู่ในท่อปัสสาวะส่วนต้นและช่วยเพิ่มแรงบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะได้สุดและอาจช่วยลดอาการปัสสาวะหยดซึมหลังถ่ายปัสสาวะเสร็จได้ และจากข้อมูลต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุไทยมีปริมาณ 6 แสนคน--จบ-- -นห-

ข่าวล่าสุด