รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตรวจเยี่ยมสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--ศูนย์ ปชส. กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หน่วยงานใหม่ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ร่วมกับ นายจารึก อนุพงษ์ รักษาการแทนรองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม โดยมี นายระพินทร์ จารุดุล รักษาการแทนผู้อำนวยการ สนข. และผู้บริหารระดับสูงของ สนข.ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปภารกิจการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2545 ณ อาคารสำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกเดิม ถนนเพชรบุรี ยมราช กรุงเทพมหานคร นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังรับฟังบรรยายสรุปว่าสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นหน่วยงานใหม่ ที่ตั้งขึ้นโดยการรวมหน่วยงานเดิม 3 หน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (สจร.) สำนักนายกรัฐมนตรี บางส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี (สพว.) กระทรวงคมนาคม และบางส่วนของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม แม้ สนข.เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่แต่เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อยุทธศาสตร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะยุทธศาสตร์เรื่องการแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งและจราจร ซึ่งเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพขีดความสามารถในการแข่งขัน และที่สำคัญจะเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของประชาชนในเรื่องของการเดินทาง ซึ่งในขณะนี้การเดินทางของประชาชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยเฉลี่ยต่อวันเดินทางอยู่ในรถนานถึง 4 ชั่วโมง ในขณะที่ใช้เวลาในที่ทำงาน 8 ชั่วโมง จึงได้ให้นโยบาย สำหรับ สนข.เนื่องจากในอดีตได้มีการลงทุนที่ซ้ำซ้อน ทั้งในเรื่องทางด่วน การทาง ทางหลวง และในเรื่องของระบบราง ได้มีการลงทุนอย่างไม่มีทิศทาง ทำให้เกิดปัญหา เกิดความซ้ำซ้อน ทำให้สูญเสียงบประมาณซึ่งมีจำกัด รวมถึงในเรื่องของประสิทธิภาพ และผลคือทำให้ในขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาด้านการจราจรอย่างมาก ประเทศอื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร มีระบบรางที่ใช้ในสัดส่วน 70% แต่ประเทศไทยมีระบบรางเพียง 3% แต่มีระบบถนนมากถึง 97% จึงได้มอบหมายให้ สนข.ไปดำเนินงานในเรื่องที่สำคัญ ได้แก่ 1.ศึกษาและวิจัยเพื่อหาแนวทางในการปรับประสิทธิภาพและเปลี่ยนไปใช้ระบบราง โดยศึกษาเปรียบเทียบกับการใช้ระบบถนน มุ่งเน้นผลกระทบต่อประสิทธิภาพการลงทุน มีความแตกต่างกันอย่างไร 2.ศึกษาความเป็นไปได้ในการรวมผู้ให้บริการทางด่วนทั้งหมด ซึ่งมีทั้งภาครัฐ และเอกชนรวมตัวกัน โดยการตั้งบริษัทร่วมทุน หรือ Holding Company เพื่อจะมีระบบการคิดอัตราค่าผ่านทางเป็นระบบเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้ค่าผ่านทางถูกลง และมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นคุ้มค่ากับที่รัฐได้ลงทุนในโครงการ ทั้งนี้เพราะที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แต่ละผู้ให้บริการอยากจะเก็บผลประโยชน์สูงสุด 3.ให้มีการเชื่อมโยงกันในระบบขนส่งระบบราง ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งจะให้บริการรถไฟใต้ดิน และบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งให้บริการรถไฟฟ้า BTS 4.พิจารณาหาแนวทางให้มีการดำเนินการก่อสร้างโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 ตอน S1 (ทางด่วนที่จะเชื่อมทางด่วนสาย บางนา-บางพลี-บางปะกง กับทางด่วน อาจณรงค์-รามอินทรา) โดยใช้มิติใหม่ ๆ เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ที่จะพัฒนาแหล่งลงทุนใน Eastern Seaboard และการส่งเสริมการท่องเที่ยว 5.ศึกษาวิเคราะห์ และวิจัยเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์สถานีขนส่งสินค้าชานเมืองทั้ง 3 แห่งให้คุ้มค่า ที่ได้ลงทุนไปแล้ว 5,000 ล้านบาท ได้มีการกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบเกี่ยวเนื่องกับมาตรการห้ามรถบรรทุกวิ่งเข้าในเขตเมือง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวย้ำว่า ในส่วนของ สนข.เมื่อได้ทำงานอย่างมีระบบ มีข้อมูลและระบบสารสนเทศ ที่เพียงพอและทันสมัย รวมทั้งมีงบประมาณที่เพียงพอ จะสามารถช่วยลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ได้อย่างมหาศาล--จบ-- -ตม-

ข่าว สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ล่าสุด