วอร์เนอร์ บราเดอร์สฯ ภูมิใจเสนอบทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ภาคล่าสุด - newswit

กรุงเทพฯ--6 พ.ย.--วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิคเจอร์ส Final Production Information เรื่องราวในตอนต่อไปของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งเราจะติดตามพ่อมดน้อยแฮร์รี่ พอตเตอร์ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) กับเพื่อนๆ ของเขา รอน วีสลีย์ (รูเพิร์ต กรินท์) และเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ (เอ็มม่า ว็อตสัน) ไปพบกับการเผชิญหน้าที่ท้าทายเรื่องใหม่ ในปีที่สองของการเข้าเรียนที่โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ พวกเขาต้องหาทางเผยโฉมพลังมืดที่สร้างความหวาดกลัวให้กับทั้งโรงเรียน วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิคเจอร์ส ภูมิใจเสนอ ผลงานภาพยนตร์ของ เฮย์เดย์ ฟิล์มส/1942 พิกเจอร์ส โดย คริส โคลัมบัส ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ นำแสดงโดย แดเนียล แรดคลิฟฟ์, เอ็มม่า ว็อตสัน, รูเพิร์ต กรินท์, เคนเน็ธ บรานัค, จอห์น คลีส, รอบบี้ โคลแทรน, วอร์ริค เดวิส, ริชาร์ด กริฟฟิธส์, ริชาร์ด แฮร์ริส, เจสัน ไอแซ็คส์, อลัน ริคแมน, ฟีโอน่า ชอว์, แม็กกี้ สมิธ และจูลี่ วอลเตอร์ส กำกับการแสดงโดย คริส โคลัมบัส จากบทภาพยนตร์โดย สตีฟ โคลฟส์ เนื้อเรื่องจากนวนิยายโด่งดัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ บทประพันธ์ของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง, อำนวยการสร้างโดย เดวิด เฮย์แมน โดยมี คริส โคลัมบัส, มาร์ก แรดคลิฟฟ์, ไมเคิล บาร์นาธาน และเดวิด บาร์รอน เป็นผู้อำนวยการบริหาร โรเจอร์ แพรทท์ เป็นผู้กำกับภาพ, สจ๊วต เครก ออกแบบฝ่ายศิลป์; ปีเตอร์ โฮเนส เป็นผู้ลำดับภาพ, และจอห์น วิลเลียมส์ เป็นผู้ประพันธ์ดนตรี แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ จะออกฉายในอเมริกาเหนือ และสหราชอาณาจักร ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2002 โดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิคเจอร์ส, หนึ่งในบริษัท AOL ไทม์ วอร์เนอร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ และภาพอื่นใดที่เกี่ยวข้อง เป็นเครื่องหมายการค้าที่สงวนลิขสิทธิ์โดย 2002 วอร์เนอร์ บราเดอร์ส ส่วนงานพิมพ์สงวนลิขสิทธิ์โดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง เรื่องย่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) มีวันปิดภาคฤดูร้อนที่ไม่สนุกนัก เขาไม่เพียงแต่ต้องทนอยู่กับป้าเพ็ตทูเนียจอมเผด็จการ (ฟีโอน่า ชอว์) และลุงเวอร์นอน เดอร์สลีย์ (ริชาร์ด กริฟฟิธส์) ที่หวาดกลัวต่อเวทมนตร์วิเศษของเขา แต่ดูราวกับว่าเพื่อนสนิททั้งสอง รอน วีสลีย์ (รูเพิร์ต กรินท์) และเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ (เอ็มม่า ว็อตสัน) พากันลืมเขาเสียสนิทอีกทั้งยังไม่เคยตอบจดหมายเขาแม้แต่ฉบับเดียว และแล้วจู่ๆ ก็มีด๊อบบี้ เอลฟ์ประจำบ้านมาปรากฎกายอย่างลึกลับในห้องนอนของแฮร์รี่ เพื่อเตือนเขาถึงอันตรายครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น หากว่าแฮร์รี่จะพยายามกลับไปที่โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ ด๊อบบี้เต็มใจอย่างยิ่งที่จะปกป้องมิให้หนุ่มน้อยกริฟฟินดอร์ได้กลับไปยังฮอกวอตส์ โดยเขาได้กักเก็บจดหมายทุกฉบับที่ทั้งรอนและเฮอร์ไมโอนี่ได้เขียนมาหาแฮร์รี่ แต่ตรงข้ามกับความพยายามอันแสนเจ้าเล่ห์ของเอลฟ์ แฮร์รี่ผู้มุ่งมั่นได้รับความช่วยเหลือให้พ้นจากวิกฤติการณ์อันหดหู่ของครอบครัวเดอร์สลีย์ จากฝีมือของรอนเละพี่ๆ ของเขา - ด้วยการใช้รถเหาะ! - ทั้งหมดได้พาเขาไปพักพิงอยู่ในบ้านอันแสนอบอุ่นของครอบครัววีสลีย์ เมื่อแฮร์รี่และรอนได้ถูกปิดกั้นอย่างน่าสงสัย มิให้เข้าไปในชานชลา 9 เพื่อขึ้นรถด่วนฮอกวอตส์กลับไปโรงเรียน ทั้งคู่จำต้องใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อมิให้พลาดการเข้าเรียนในปีการศึกษาใหม่ - แต่กลับต้องเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของศาสตราจารย์สเนป (อลัน ริคแมน) ผู้ขอให้ทั้งคู่ถูกไล่ออกหลังจากทำให้รถฟอร์ด แองเกลีย พุ่งเข้าชนต้นวิลโล่ว์จอมหวดอันมีค่าของฮอกวอตส์ ในขณะเดียวกัน ข่าวการเป็นวีรบุรุษของแฮร์รี่เมื่อครั้งอยู่ปีหนึ่งก็ดังกระฉ่อนไปทั่วโรงเรียน เขาจึงกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจที่ไม่พึงปรารถนา ในบรรดาผู้ชื่นชมแฮร์รี่ ได้แก่ น้องสาวคนเล็กของรอน - จินนี่ วีสลีย์ (บอนนี่ ไรท์); นักเรียนปีหนึ่งอนาคตช่างภาพ คอลิน ครีฟวีย์ (ฮิว มิทเชล); และที่น่ารำคาญที่สุด อาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ ศาสตราจารย์ กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต (เคนเน็ธ บรานัค) โด่งดังจากความไร้สาระของตนเอง ล็อกฮาร์ตปรารถนาซึ่งความเป็นจุดสนใจ ในขณะที่แฮร์รี่หลีกหนีจากมัน และเขายิ่งกว่าเต็มใจที่จะเป็นคู่หูของวีรบุรุษน้อยแห่งฮอกวอตส์ ทว่าแม้แต่ล็อกฮาร์ตเองก็หาคำอธิบายได้ไม่ ต่อความน่าสพรึงกลัวอันร้ายกาจอย่างใหม่ที่กำลังเข้ายึดครองโรงเรียน ทุกสายตาจับจ้องมาที่แฮร์รี่ และบรรดาเพื่อนๆ ก็เริ่มตั้งข้อสงสัยในตัวเขา ทุกๆ คน เว้นแต่ รอน, เฮอร์ไมโอนี่ และจินนี่น้อย ซึ่งถูกเบนความสนใจไปยังสมุดบันทึกลึกลับเล่มใหม่ของเธอ แต่แฮร์รี่ไม่อาจทำให้เพื่อนๆ ผิดหวังในตัวเขา แม้ว่าจะมีความช่วยเหลือของกิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต หรือไม่ก็ตาม เขาจะต้องเผชิญหน้ากับพลังมืดที่ซุ่มซ่อนอยู่ในโรงเรียนอันเป็นที่รักของเขา เบื้องหลัง ปีที่สองเริ่มขึ้นแล้ว วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิคเจอร์ส ยินดีที่จะแจ้งถึงกำหนดการฉายของภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีติดอันดับของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ตอนที่สอง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ เมื่อได้รับการตีพิมพ์ในปี 1998, ห้องแห่งความลับ ได้เปิดตัวด้วยอันดับหนึ่งของหนังสือขายดีของ U.K.'s Whitaker BookTrack รวมทั้งเป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของ The New York Times, USA Today และ Wall Street Journal ยอดพิมพ์กว่า 42 ล้านเล่มจากการจำหน่ายในกว่า 42 ประเทศทั่วโลก (รวมทั้งกว่า 17 ล้านเล่มเฉพาะในสหรัฐฯ และแคนาดา) การถ่ายทำของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ เริ่มเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ปี 2001, ที่สตูดิโอลีฟส์เดน เฮิร์ดฟอร์ดไชร์ และในโลเคชั่นของประเทศอังกฤษ เพียงสามวันหลังจากที่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ออกฉายด้วยรายได้เขย่าสถิติบ็อกซ์ออฟฟิซหลายแห่ง และกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอันดับสอง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองถึงสามรางวัล และเข้าชิงรางวัล BAFTA อันทรงเกียรติหลายรางวัล รวมถึงรางวัล Outstanding British Film of the Year สำหรับผู้กำกับการแสดงแทบทุกคน การทำงานขั้นตอนสุดท้ายหลังการถ่ายทำภาพยนตร์นั้นนับว่าเป็นขั้นตอนที่เหนื่อยยากและต้องทุ่มเทเป็นอันมาก และคริส โคลัมบัส ต้องเผชิญกับงานที่หนักไปกว่านั้นหลายเท่าตลอดช่วงฤดูร้อนและใบไม้ร่วงของปี 2001 ด้วยการควบคุมงานลำดับภาพ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ อีกทั้งยังต้องเข้าสู่ช่วงเตรียมแผนงานก่อนถ่ายทำเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ อีกด้วย "เป็นช่วงที่กดดัน แต่เราได้เรียนรู้มามากจากเรื่อง ศิลาอาถรรพ์ และผมก็ตื่นเต้นที่จะได้นำความรู้ทั้งหมดมาใช้ในหนังเรื่องที่สอง" โคลัมบัสเล่าย้อน "มันท้าทาย" ผู้อำนวยการสร้าง เดวิด เฮย์แมนกล่าว "แต่เราโชคดีที่ได้เก็บเกี่ยวประสพการณ์จากเรื่องแรก และเรายังมีทีมงานสร้างจากเรื่องเดิมซึ่งยังคงทำงานต่อให้กับเรื่องที่สอง เราจึงมีขุมความรู้ที่จะนำมาใช้ได้เยอะ"เรื่องที่นับว่าเป็นประโยชน์อีกเรื่องก็คือ การทำงานในตอน ห้องแห่งความลับ นั้นทำให้ทีมงานต้องจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าระหว่างช่วงเวลาแห่งความสำเร็จที่หอมหวาน และจากความสนใจของสื่อมวลชน "ไม่มีพวกเราสักคนที่จะได้นั่งคิดถึงความสำเร็จของเรื่องแรก ซึ่งผมคิดว่าดีสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กๆ" โคลัมบัสกล่าว "เมื่อถึงจุดนั้น ทั้งดาราและทีมงานได้กลายเป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง เป็นเรื่องดีที่เราได้ร่วมแบ่งปันความรู้สึกตื่นเต้น โดยไม่เสียแรงผลักดัน และเดินหน้าต่อไปกับตอน ห้องแห่งความลับ" ตรงข้ามกับความรีบเร่งของการทำงาน ทั้งโคลัมบัสและเฮย์แมนยังคงซื่อสัตย์ต่อเป้าหมายในวิสัยทัศน์ต่อ ห้องแห่งความลับ และสิ่งที่จะแตกต่างจากตอนแรก - โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงสร้าง ตัวละคร และสีสัน "เราอุทิศส่วนดีให้เรื่อง ศิลาอาถรรพ์ ในการปูพื้นให้กับ แฮร์รี่ พอตเตอร์" เฮย์แมนเสริม "เพราะแทนที่จะต้องแนะนำมากมายเกี่ยวกับเวทมนตร์ ฉาก และตัวละคร ใน ห้องแห่งความลับ เราสามารถกระโดดเข้าสู่การเรื่องราวและ การผจญภัยได้ทันที" "ห้องแห่งความลับ เข้มข้นกว่าและมีอารมณ์ขันมากกว่า และตัวแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็เป็นการก้าววสู่ที่ใหม่" โคลัมบัสอธิบาย "เรื่องแรกเป็นการที่แฮร์รี่เรียนรู้ว่าเขาเป็นพ่อมด และตรงข้ามกับตัวละครที่มีสีสันเกินจริงที่ล้อมรอบตัวเขา แฮร์รี่กลับไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบจนกระทั่งฉากที่สามของเรื่อง แต่ใน ห้องแห่งความลับ แฮร์รี่ปล่อยตัวมากขึ้น มีความมั่นใจขึ้น และปลดปล่อยพลังตั้งแต่เริ่มเรื่อง" แดเนียล แรดคลิฟฟ์ นักแสดงผู้รับบทแฮร์รี่ พอตเตอร์ รู้สึกสนุกกับการถ่ายทอดความ "มีบทบาทร่วมมากขึ้น" ใน ห้องแห่งความลับ "ประโยคสุดท้ายในเรื่องแรกคือจุดเริ่มต้นของเรื่องที่สอง" แรดคลิฟฟ์ตั้งข้อสังเกตุ เขาบอกว่าหนังสือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ นับว่าเป็นหนึ่งในหนังสือเล่มโปรดของเขา "แฮร์รี่พูดว่า 'ผมไม่ได้กำลังจะกลับบ้าน ไม่เชิงหรอก' เพราะเขาได้พบบ้านที่ฮอกวอตส์ ซึ่งเป็นที่ของเขา แต่เมื่อเขากลับมายังฮอกวอตส์ในตอนต้นเรื่อง ห้องแห่งความลับ เขากลับพบว่ามีสิ่งมุ่งร้ายต่อโรงเรียนและบ้านของเขา ซึ่งเขาต้องปกป้องให้ได้" แรดคลิฟฟ์ยังพบว่าเขาได้รับอิทธิพลจากการที่แฮร์รี่โตขึ้น "เขาพัฒนาขึ้นมากในแง่ของตัวละคร ผมจึงต้องพัฒนาตัวเองด้วย และเดี๋ยวนี้ผมมีสองสัญชาติญาน - ของแฮร์รี่และของผมเอง ตอนที่เรากำลังถ่ายทำแต่ละฉาก ผมต้องถามตัวเองว่า 'แฮร์รี่จะทำอย่างไร?' และผมพยายามถ่ายทอดมันออกมาทางจอภาพยนตร์" "แดเนียลต้องรับผิดชอบอย่างมาก เมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ และเขาได้เผชิญกับความท้าทายและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นในฐานะนักแสดง" โคลัมบัสยืนยัน "เขากลายเป็นตัวแสดงนำตัวจริงไม่ว่าจะมองในแง่มุมใด รวมทั้งกลายเป็นวีรบุรุษตัวจริง และยังทำให้หัวใจเต้นแรงได้อีกด้วย!" เป็นเวลากว่าสองปีแล้วนับแต่แรดคลิฟฟ์ซึ่งปัจจุบันอายุ 13 ปี และเพื่อนดารา รูเพิร์ต กรินท์ อายุ 14 กับเอ็มม่า ว็อตสัน อายุ 12 ได้ถูกเลือกให้รับบทนำเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์, รอน วีสลีย์ และเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ "หนึ่งในความมหัศจรรย์ของการทำงานที่ผมได้ประจักษ์ก็คือการเติบโตของแดน, รูเพิร์ต และเอ็มม่า" เฮย์แมนกล่าว "เด็กๆ มั่นใจมากขึ้นและเต็มไปด้วยประสพการณ์ใหม่ๆจากตัวละครของพวกเขา ทว่าในขณะเดียวกันก็รักษาความกระตือรือล้น ความรู้สึกมหัศจรรย์และความเป็นเด็กเอาไว้""เป็นเรื่องที่ควรสังเกตุว่าพวกเขามิได้เพียงเติบโตทางร่างกาย แต่ในทางการแสดงด้วย" โคลัมบัสเสริม "การแสดงของพวกเด็กๆ เป็นไปอย่างโตขึ้น และพูดหากอย่างเปิดอก พวกเขาดีขึ้นกว่าตอนแสดงเรื่องแรก" เอ็มม่า ว็อตสัน ยินดีที่จะกล่าวว่าเธอได้เติบโตขึ้นทั้งส่วนตัวและการแสดง อันเป็นผลมาจากการได้รับประสพการณ์ทำงานใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ "ฉันไม่เคยทำงานการแสดงมาก่อน และในเรื่องแรกฉันเกร็งมาก และยังไม่รู้จักใครเลย" เธอยอมรับ "ตอนนี้ทั้งรู้จักทุกคนและชินกับสิ่งแวดล้อม และรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ จึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นและสนุกกับมัน แน่นอนฉันได้พัฒนาด้านการแสดงมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้นกับสิ่งที่แสดงอยู่ในจอ" สำหรับเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ผู้เก่งกาจ ปีที่สองที่ฮอกวอตส์เป็นจุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ครั้งสำคัญระหว่างเธอกับเพื่อนนักเรียนวิชาเวทมนตร์ "เฮอร์ไมโอนี่เป็นมิตรมากขึ้นกับแฮร์รี่และรอนและแน่นอนว่าเธอทำตัวผ่อนคลายมากขึ้น" ว็อตสันเปิดเผย "เธอหมกมุ่นกับตำราและวิชาเรียนน้อยลงและเข้ากับเพื่อนได้ดีขึ้น" แต่แม้ว่าเธอจะอ่อนโยนลง แฮอร์ไมโอนี่ก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อเพื่อนๆ อย่างเด็ดเดี่ยวเช่นเคย" เช่นเดียวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ - รอน วีสลีย์ผู้ระงับอารมณ์ไม่ใคร่อยู่ ได้อยู่ท่ามกลางการผจญภัยในตอน ห้องแห่งความลับ เช่นกัน "ผมต้องทำเรื่องสนุกๆ หลายอย่างในตอนนี้ โดยเฉพาะในรถเหาะ" รูเพิร์ต กรินท์ ประกาศ "ฉากรังแมงมุมนั้นน่ากลัวเสียจริงเพราะผมกลัวแมงมุมอย่างมากอยู่แล้ว เมื่อได้เห็นอาราก็อก [แมงมุมยักษ์โบราณซึ่งอาศัยอยู่ในป่าต้องห้าม] เป็นครั้งแรก ผมไม่ต้องแสดงอะไรมาก - ผมกลัวจริงๆ!" เสกสรรค์รวมเหล่าดารา ในการดูแลงานให้กับภาพยนตร์ครอบครัวอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ทีมงานไม่เพียงแต่ต้องรวบรวมทีมดารารุ่นเด็กให้กับ ห้องแห่งความลับ เท่านั้น แต่ยังต้องมีการรวมเหล่าดาราชื่อดังรุ่นใหญ่แห่งสหราชอาณาจักรอีกด้วย ผู้ร่วมทำงานอีกครั้งในเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ได้แก่ จอห์น คลีส (The World is Not Enough, A Fish Called Wanda, Monty Python) เป็น นิกหัวเกือบขาด; ร็อบบี้ โคลแทรน (Nuns on the Run, GoldenEye, The World is Not Enough) เป็นยักษ์ใจดี แฮกริด; วอร์ริค เดวิส (Willow) เป็น ศาสตราจารย์ฟลิตวิก ครูสอนวิชาเวทมนตร์คาถา; ริชาร์ด กริฟฟิธส์ (Sleepy Hollow, Naked Gun 2, King Ralph) เป็นลุงเวอร์นอน เดอร์สลีย์; ริชาร์ด แฮร์ริส (Gladiator, Unforgiven, Camelot) เป็น อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ที่เลื่องชื่อแห่งฮอกวอตส์; อลัน ริคแมน (Truly Madly Deeply, Sense and Sensibility, Die Hard) เป็น ศาสตราจารย์ เซเวอรัส สเนป อาจารย์สอนวิชาปรุงยาผู้ลึกลับ; ฟิโอน่า ชอว์ (My Left Foot, The Butcher Boy, Franco Zeffirelli's Jane Eyre) เป็นป้าเพ็ตทูเนีย เดอร์สลีย์; คุณหญิงแมกกี้ สมิธ (ถูกเสนอชื่อชิงรางวัลจากบทบาทใน Gosford Park; Tea With Mussolini, Richard III) รับบทศาสตราจารย์มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล ผู้ช่วยผู้ซื่อสัตย์ของดัมเบิลดอร์; และจูลี่ วอลเตอร์ส (Billy Elliot, Educating Rita, Personal Services) เป็นนางมอลลี่ วีสลีย์ แต่ตัวละครใหม่ที่แสนจะโด่งดังที่ได้รับการแนะนำใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ นั้น เห็นจะเป็น กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต ครูสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ ซึ่งรับบทโดยนักแสดง/ผู้กำกับการแสดง/ผู้เขียนบทที่เปี่ยมพรสวรรค์ เคนเน็ธ บรานัค (Hamlet, Much Ado About Nothing, Dead Again, Shackleton) โคลัมบัสให้ความเห็นว่า เคนเน็ธ บรานัค เป็นคนเดียวที่ทำได้ "เคนเป็นหนึ่งในนักแสดงเวทีและจอเงินที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัย และเป็นผู้สร้างหนังที่เก่งกาจ" โคลัมบัสยืนยัน "เขาเหมาะที่สุดสำหรับการรวมดารานักแสดงอังกฤษ และยังเป็นหนึ่งในดารารุ่นใหม่จำนวนน้อยที่สามารถเทียบรัศมีดาราใหญ่อย่าง ริชาร์ด แฮร์ริส, แมกกี้ สมิธ และอลัน ริคแมน ได้ ผมคงหาคนอื่นมาเล่นเป็นกิลเดอรอย ล็อกฮาร์ตไม่ได้แล้ว" "ล็อกฮาร์ต นับเป็นหนึ่งในบรรดาตัวละครที่ท้าทายมากที่สุดในหนังทั้งสองตอน" เฮย์แมนขยายความ "เราต้องการคนที่สามารถมีทั้งความน่ารำคาญและมีเสน่ห์ คนที่สามารถถ่ายทอดความหลงตัวเองของล็อกฮาร์ต และน่าขันเป็นอย่างมาก แต่ยังสามารถทำให้เขาดูสมจริง เคนทำได้ทุกอย่างตามที่เราขอ เขาช่างวิเศษจริงๆ" ในขณะที่เขาสนุกสนานกับการรับบทจอมลวงโลกขี้โอ่ บรานัคมิได้ทำงานอย่างผิวเผิน "มันทำให้ประสาทเสีย เพราะผมรู้ดีว่า ห้องแห่งความลับ นั้นเป็นหนังใหญ่ที่เป็นที่คาดหวังของบรรดาผู้ชม ซึ่งแฟนเหล่านี้มีตัวตนของล็อกฮาร์ตอยู่ในใจแล้ว" บรานัคกล่าว "เขาหรูหรา หยิ่ง และหลงตัวเองเป็นที่สุด บทบาทของเขานั้นมีเนื้อหาให้เล่นได้เยอะ แต่เราต้องทำให้คนดูเชื่อว่าเขาอาจทำทุกอย่างเหมือนที่เขาว่าเราต้องทำให้เขาดูเป็นไปได้ ผมเชื่อในคริส โคลัมบัส และการให้อารมณ์ขันของเขา" "ในขณะที่บรานัคเป็นคนดีที่สุดในโลก ล็อกฮาร์ตก็ขี้โอ่และจอมปลอม" แรดคลิฟฟ์กล่าวถึงครูคนใหม่คนล่าสุดของฮอกวอตส์ "พวกผู้หญิงหลงรักเขา แต่ผู้ชายเหม็นหน้าเพราะรู้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับเขา" เป็นความจริงที่บรานัคได้ร่ายมนตร์สะกดให้กับบรรดานักเรียนหญิงแห่งฮอกวอตส์ โดยเฉพาะกับเฮอร์ไมโอนี่ผู้เด็ดเดี่ยว "เธอน่ะฝันหวานถึงล็อกฮาร์ตเลยทีเดียวเชียว" เอ็มม่า ว็อตสัน สารภาพ เธอเรียกศาสตราจารย์ทรงเสน่ห์ว่า "แบรด พิทท์ แห่งยุค" เฮอร์ไมโอนี่ หลงใหล เขาเช่นเดียวกับผู้หญิงคนอื่นๆ และเคนเน็ธ บรานัคก็ช่างเป็นคนติดดินและเป็นนักแสดงที่เก่งกาจเสียจนทำให้ทุกฉากเป็นไปอย่างง่ายดาย" "ล็อกฮาร์ตรู้วิธีบริหารเสน่ห์ของเขา และการใช้ฝีปากของกวี โดยเฉพาะกับผู้หญิง" บรานัคอธิบาย "เฮอร์ไมโอนี่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถตามเขาทัน" ผู้ที่นับได้ว่าเป็นตัวละครใหม่อีกคนหนึ่งใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ก็คือ ลูเซียส มัลฟอย บิดาของเดรโก มัลฟอยแห่งบ้านสลิธิริน คู่ปรับของแฮร์รี่ สำหรับบทที่เฉียบขาดนี้ ผู้สร้างได้เลือก เจสัน ไอแซ็คส์ (Black Hawk Down, The Patriot, The End of the Affair) นักแสดงชื่อดังระดับอินเตอร์ ซึ่งคริส โคลัมบัส บรรยายว่า "เป็นหนึ่งในบรรดาตัวร้ายของภาพยนตร์สมัยใหม่ งานที่เจสันแสดงไว้ใน The Patriot เป็นเรื่องที่ทำให้เลือดเย็นเฉียบได้ และผมว่าเขาจะเป็นลูเซียส มัลฟอย ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นผู้ที่เป็นเสมือนความมืดมนและปีศาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของบ้านสลิธิรีน" กับประสพการณ์มากมายที่ได้เคยผ่านมาในการแสดงหลากหลายบทบาท ไอแซ็คส์คิดว่าบทนี้ค่อนข้างท้าทายทีเดียว "เป็นหนังเรื่องแรกเกี่ยวกับพ่อมด และผมไม่ชินกับการใส่วิกผมสีทองยาวถึงเอว แล้วเดินไปมาพร้อมกับไม้สลักรูปหัวงูเท่าไหร่!" เขาล้อ "สำหรับผม ความสนุกคือการได้ทำให้ตัวละครลูเซียสพิลึกพิกลมากเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้เขาดูสมจริงที่สุด""ผลงานของเจสันในเรื่องนี้นับว่าเป็นความร้ายกาจและมีเล่ห์เพทุบายสุดๆ" เฮย์แมนกล่าว "มีน้อยคนที่จะสามารถเป็นตัวร้ายได้ดีอย่างเจสัน ซึ่งเป็นเรื่องที่นับว่ายากเมื่อเขาเองเป็นคนที่อบอุ่นและมีจิตใจดี" บทลูเซียส มัลฟอยนั้นขาดแคลนความรู้สึกผิดบาปเป็นอย่างยิ่ง "ลูเซียสเป็นตัวละครที่ขึ้งเคียดและอารมณ์ร้าย" ไอแซคส์กล่าว "เขาเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากที่สุดเท่าที่ผมเคยสวมบทมา และทั้งหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและโหดร้ายมาก เขาคือจอมปีศาจ" ความสัมพันธ์ของเดรกโกและลูกชายของเขา เดรโก ซึ่งรับบทอีกครั้งโดยทอม เฟลตัน หนุ่มน้อยอายุ 14 (Anna and the King, The Borrowers) นับเป็นสีสันของเรื่อง รวมทั้งเป็นกุญแจนำไปสู่ความเข้าใจว่าเหตุใดเดรโกจึงชอบยกตนข่มท่าน "เดรโกมีชีวิตในบ้านที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย" ไอแซคส์กล่าว "ลูเซียสคอยแต่ทับถมเขา และนั่นทำให้เดรโกชอบข่มคนอื่น เขาเป็นเหมือนหมากอีกตัวหนึ่ง" พื้นฐานความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างลูเซียสกับเดรโกนั้นเป็นเรื่องที่เฟลตันประหลาดใจ "ผมคิดมาตลอดว่าคงเป็นความรักใคร่กลมเกลียวระหว่างพ่อลูก เพราะทั้งลูเซียสและเดรโกต่างร้ายกาจทั้งคู่ แต่มีความน่ากลัวบางอย่างระหว่างสองคนนั้น" เฟลตันตั้งข้อสังเกตุ "เดรโกมักตกที่นั่งลำบากเมื่ออยู่กับพ่อ และเขาค่อนข้างกลัวพ่อเสียด้วย ผมหวั่นใจแทบแย่ตอนที่ได้ยินว่าเจสันจะมารับบทพ่อผม แต่เขาเป็นคนที่น่ารักที่สุดเท่าที่เคยพบ และเราเข้ากันได้ดีมาก!" ไอแซคส์ก็เช่นเดียวกัน เขาพบว่างานแสดงของเฟลตัน ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ นั้นน่าประทับใจทีเดียว เขามาที่กองถ่ายด้วยความรู้สึก "คาดหวังเขาคงเป็นเด็กที่ไม่น่ารัก ตัวผอมๆ แต่อันที่จริงทอมเป็นหนุ่มน้อยเสน่ห์แรงและเป็นมืออาชีพ" อีกสองตัวแสดงหลักของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ได้แก่ จินนี่ น้องสาวของรอน วีสลี่ย์ ซึ่งรับบทโดย บอนนี่ ไรท์ ซึ่งมีอายุ 11 ปี และแม่ของพวกเขา นางมอลลี่ วีสลีย์ ซึ่งแสดงโดยจูลี่ วอลเตอร์ส ทั้งคู่เคยปรากฏตัวมาในฉากหนึ่งของตอน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ [ตอนมาส่งรอนขึ้นรถด่วนฮอกวอตส์ที่สถานีรถไฟคิงส์ครอส] แต่ทั้งจินนี่และนางวีสลีย์จะมีส่วนร่วมมากขึ้นในเรื่องราวของ ห้องแห่งความลับ "ตอนเราคัดตัวแสดงสำหรับตอนแรก ผมมัวแต่วุ่นวายกับการเตรียมงานท่วมท้นในการเสาะหา แฮร์รี่ พอตเตอร์ของเรา และจินนี่ก็มีบทน้อยมากจนผมไม่ได้พิจารณาว่าบอนนี่จะต้องมีบทบาทมากขนาดไหนในตอนที่สอง" โคลัมบัสเปิดเผย "แต่เธอน่าทึ่งมากจริงๆ จินนี่เป็นบทบาทที่ท้าทายและต้องการความสามารถ ซึ่งเธอทำได้อย่างสวยงาม" "ในบางฉากที่ฉันแสดง โดยเฉพาะในห้องแห่งความลับ เป็นเรื่องยากทีเดียว แต่ฉันก็สนุกกับมันทุกนาที" บอนนี่ ไรท์ กล่าว "ฉันรู้สึกว่าโชคดีที่ได้มีประสพการณ์แบบนี้ ตั้งแต่อายุยังน้อย" ดาราผู้มากความสามารถอย่าง จูลี่ วอลเตอร์ส ผู้รับบทนางวีสลีย์ ได้ใช้ประสพการณ์ จากการแสดงซึ่งเธอเคยผ่านมามากมาย "ครอบครัววีสลี่ย์นั้นมีนางวีสลี่ย์เป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุด แต่เธอเป็นคนอบอุ่นและเปี่ยมรัก" วอลเตอร์สกล่าว เธอต้องใส่ชุดบุจนหนา เพื่อความสมบูรณ์แบบในการแปลงโฉม "เธอถูกดึงดูดเข้าหาแฮร์รี่ เช่นเดียวกับที่เขาก็ถูกดึงดูดเข้าหาเธอ เธอรู้สึกเหมือนเป็นแม่ของเขา ด้วยความที่เขาเป็นกำพร้า โดยพ่อแม่ถูกฆ่าตายอย่างน่าเอน็จอนาถ เธอเป็นเหมือนแม่ไก่ที่กางปีกปกป้องแฮร์รี่ไว้ และทำให้เขาเป็นหนึ่งในครอบครัว" ผู้รับบทสามีของนางวีสลีย์ หรืออาร์เธอร์ วีสลีย์ ได้แก่ผู้ร่วมทีมนักแสดงคนใหม่ มาร์ก วิลเลี่ยมส์ (Shakespeare in Love, The Borrowers, 101 Dalmatians) "อาร์เธอร์ทำงานที่กระทรวงเวทมนตร์ ซึ่งทำให้เขายุ่งมาก เพราะมีพ่อมดแม่มดมากมายที่ชอบเล่นกลกับคนที่ไม่ได้เป็นผู้วิเศษ และศาสตร์มืดก็ทวีขึ้นเรื่อยๆ" วิลเลี่ยมกล่าวเป็นนัย มิเรียม มาโกลีส (Cats & Dogs, Romeo and Juliet, The Age of Innocence) มาร่วมงานใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ในบทศาสตราจารย์สเปราต์ ผู้มีมือเกษตร ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการทำนุบำรุงต้นแมนเดรกซึ่งเป็นต้นไม้วิเศษ "แมนเดรกเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายมาก และตามตำนานกล่าวไว้ว่า ถ้าใครได้ยินเสียงร้องของมันในตอนที่ดึงออกจากกระถาง ก็จะถึงแก่ความตาย!" มาร์โกสีส กล่าวเตือน "ดังนั้น ศาสตราจารย์สเปราต์จึงได้แจกที่ปิดหูให้กับนักเรียนของเธอทุกคน เป็นเรื่องสนุกมากที่ได้ทำงานกับแมนเดรกและพวกเด็กๆ พวกเขาแสดงให้คุณเห็นว่า สามารถอยู่ในวงการนี้ได้โดยไม่เสียคน" นักแสดงใหม่ๆ คนอื่นที่เพิ่มเติมในเรื่องนี้ ได้แก่ : เชอร์ลีย์ แฮนเดอร์สัน (Bridget Jones' Diary, Trainspotting, Rob Roy) ซึ่งรับบทผีเด็กสาว เมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ; เจมม่า โจนส์ (Bridget Jones' Diary, Wilde, Sense and Sensibility) เป็นมาดาม พอมฟรีย์; แซลลี่ มอร์ตมอร์ ซึ่งทำงานภาพยนตร์เป็นครั้งแรก เป็นมาดาม พินซ์, คริสเตียน คอลซัน (The Hours, Four Feathers), เป็นทอม ริดเดิ้ล ตัวเอกตัวหนึ่งของเรื่อง, และโรเบิร์ต ฮาร์ดี้ (Thunderpants, An Ideal Husband) เป็น คอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ บรรดานักแสดงผู้เปี่ยมพรสวรรค์เหล่านี้ ยังได้ร่วมกับนักแสดงรุ่นเยาว์หน้าใหม่ อย่างเช่น ฮิว มิทเชล เป็นคอลิน ครีฟวี่ย์ นักเรียนปีหนึ่งซึ่งรักการถ่ายภาพ และเอ็ดเวิร์ด แรนเดล ซึ่งเป็น จัสติน ฟินช์ เฟลทช์ลีย์ ผู้หวาดระแวง เวทมนตร์ศาสตร์แห่งการประดิษฐ์ตัวแสดงพิเศษ ความท้าทายของการสร้างตัวประหลาดมหัศจรรย์ต่างๆ ที่อยู่ในโลกของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ตกเป็นหน้าที่ของ จิม มิทเชล ผู้ควบคุมวิชวล เอ็ฟเฟ็ค (Jurassic Park III, Sleepy Hollow, Mighty Joe Young) และ นิค เดวิส (Harry Potter and the Sorcerer's Stone, Pluto Nash, Entrapment) และอาร์ติสท์ผู้สามารถหลายคนแห่ง ILM "ในการร่วมงานกับจิมและนิค เราได้พบกับทีมที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงสิ่งที่ผมเรียกว่าวิชวล เอ็ฟเฟ็คอย่างแท้จริง" คริส โคลัมบัสให้ความเห็น "พวกเขาเข้าใจถึงสิ่งที่เราอยากได้พาหนะเพื่อนำพาคนดูไปยังที่ๆ พวกเขาไม่เคยไปมาก่อนแต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องทำให้พวกเขาเชื่อในสิ่งที่ได้เห็น" มิทเชล เดวิส และทีมงานรับผิดชอบในการนำเสนอประมาณ 950 ช็อตในภาพยนตร์ ซึ่งรวมถึงการสร้างชีวิตให้กับด๊อบบี้ เอลฟ์ประจำบ้าน, งูบาซิลิส์, พิกซี่จากคอร์นวอล และบรรดาแมงมุม (นอกเหนือจากอาราก็อก) "ตั้งแต่เริ่มแรก คริสตั้งใจเอาไว้เลยว่าจะไม่ใช้หุ่นเชิด และจะสร้างด๊อบบี้ด้วย CGI" เดวิสอธิบาย "ด๊อบบี้เป็นตัวละครหลักในเรื่องนี้ และคริสต้องการกำกับเขา เช่นเดียวกับตัวแสดงอื่นๆ ในฉากซึ่งสามารถทำได้อย่างราบรื่นด้วย CGI" มิทเชลกล่าว "ผมอยากให้ด๊อบบี้เป็นตัวละครที่คนดูรู้สึกว่าเหมือนจริง และหลงรักเขา" โคลัมบัสกล่าว "จิมกับนิคได้สร้างตัวละครที่น่าเอ็นดู และรู้สึกเหมือนเขาเป็นประชากรของโลกที่แสนพิเศษนี้" ผู้ที่ร่วมทำงานเคียงข้างกับทีมงานวิชวลเอ็ฟเฟ็คในการสร้างสรรโลกเวทมนตร์ คือ นิค ดัดแมน ผู้ควบคุมเอ็ฟเฟ็คตัวแสดงพิเศษ ซึ่งได้ประดิษฐ์หุ่นเหมือนจริงที่จับต้องได้ ของผู้ที่ถูกสาปให้เป็นหิน, ฟอกส์-นกฟีนิกซ์, งูบาซิลิสก์, ต้นแมนเดรก และข้อควรระวังสำหรับผู้ผวากับแมงมุม-อาราก็อก แมงมุมยักษ์โบราณ รูปร่างขนาดน้องๆ ช้าง "อาราก็อกนับเป็นความท้าทายชิ้นใหญ่ของแผนกประดิษฐ์ตัวแสดงพิเศษ" ดัดแมนอธิบาย "เราได้รับคำขอให้สร้างแมงมุมสูงเก้าฟุตที่ทั้งพูดได้,เดินได้ พร้อมกับช่วงกว้างของขาถึง 18 ฟุต แต่ละขาต้องถูกบังคับโดยคนหนึ่งคน และอุปกรณ์ทั้งหมดทำงานด้วยเทคนิคที่ซับซ้อนอย่าง อควาโทรนิคส์ [อุปกรณ์สูบลม] และคอมพิวเตอร์ซีรี่ส์พร้อมมอนิเตอร์วิดีโอ ซึ่งรวมแล้วทั้งตัวหนักถึงหนึ่งในสามตัน!" "แผนกประดิษฐ์ของนิค ดัดแมน สร้างผลงานอาราก็อกได้อย่างน่าทึ่ง" โคลัมบัสกล่าว เขายืนยันว่าการสร้างแมงมุมยักษ์นั้นเป็นหนึ่งในความท้าทายมากที่สุด ในการนำเสนอ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ในแบบภาพยนตร์ "ผมดีใจที่ฉากเกี่ยวกับแมงมุมนั้นออกมาดูน่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ และเป็นหนึ่งในบรรดาฉากที่น่ากลัวที่สุดของเรื่อง" อาราก็อกนั้นน่ากลัวเท่ากับของจริงเลยทีเดียว "ผมจำช็อตแรกที่เราถ่ายในรังแมงมุมได้ดี" แดเนียล แรดคลิฟฟ์ท้าวความ "รูเพิร์ตกับผมข้ามแนวกำแพงไปและทันใดนั้น เราก็พบกับแมงมุมยักษ์ที่คอยอยู่! มันสมจริงมาก เราทั้งคู่กลัวสุดขีดจริงๆ !" โคลัมบัสเน้นว่าเขามิได้อาศัยเพียงแผนกวิชวลและเเสเปเชียลเอ็ฟเฟ็คเท่านั้นในการสร้างสรรค์ตัวละครใหม่สำหรับ ห้องแห่งความลับ - เขายังต้องการแก้ไของค์ประกอบที่สร้างไว้ตั้งแต่เรื่องแรกให้สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะเกมการแข่งขันควิดดิชที่ดำเนินการเล่นอย่างท้าทาย "ผมคิดว่าฉากหลังน่าถูกจะยกระดับให้เข้ากับด้านหน้า" โคลัมบัสกล่าว "เราจึงทำให้แน่ใจว่าแสงไฟในเกมนั้นคล้ายคลึงกับบรรยากาศข้างนอกสนามแข่งขันควิดดิช เราทำให้ทั้งสเตเดียมให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้น ติดดินขึ้น และเรายังปรับความเร็วและการเคลื่อนไหว ของผู้เล่นดีขึ้น ทำให้เกมดูดุเดือดและน่าตื่นเต้นมากขึ้น" (ยังมีต่อ)

ข่าว วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิคเจอร์ส ล่าสุด