ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ เสนอ การผจญภัยครั้งล่าสุดของ พยัคฆ์ร้าย 007 ตอน DIE ANOTHER DAY - newswit

กรุงเทพฯ--8 พ.ย.--Twentieth Century Fox DIE ANOTHER DAY ดาย อนัทเธอร์ เดย์ 007 พยัคฆ์ร้ายท้ามรณะ DIE ANOTHER DAY การผจญภัยครั้งล่าสุดของ พยัคฆ์ร้าย 007 - อันนับเป็นตอนที่ 20 ของเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในบรรดาหนังตอนแห่งประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ - เริ่มเดินกล้องเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2002 ณ สตูดิโอไพน์วู้ด ลอนดอน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของหนังเจมส์ บอนด์ทุกเรื่อง ผู้สร้างผลงานคือ Eon Productions โดยไมเคิล จี วิลสัน และบาร์บาร่า บร็อคคอลี่ ซึ่งดำเนินรอยตามประเพณีปฏิบัติของครอบครัวซึ่งก่อตั้งโดย อัลเบิร์ต อาร์ "คับบี้" บร็อคคอลี่ ผู้ล่วงลับ เขาคือผู้เริ่มต้นผลงานที่ประสบความสำเร็จมาโดยตลอดตั้งแต่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เริ่มจากตอนที่ดังเป็นพลุอย่างเรื่อง Dr. NoDIE ANOTHER DAY จัดจำหน่ายในอเมริกาเหนือโดย MGM และทั่วโลกโดย ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กำกับการแสดงโดย ลี ทามาโฮริ (Once Were Warriors, The Edge, Along Came a Spider) เรื่องราวของการทรยศขายชาติ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำสมัย โดยการควบคุมจากกองทัพอย่างเต็มรูปแบบ เปิดฉากด้วยการไล่ล่าโดยเรือโฮเวอร์คราฟท์ความเร็วสูงระหว่างบริเวณเขตปลอดทหารของเกาหลีเหนือและใต้ และต่อเนื่องผ่าน ฮ่องกง คิวบา จนถึงลอนดอน ที่ซึ่งบอนด์ได้พบกับสองสาวซึ่งมีบทบาทสำคัญที่แตกต่างกันไปในการค้นหาผู้ขายชาติ เพื่อป้องกันมิให้เกิดสงครามหายนะที่อาจจะตามมา และการติดตามเหล่าร้ายทำให้บอนด์ต้องเดินทางไปยังไอซ์แลนด์ ที่ซึ่งเขาได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ของพลานุภาพแห่งอาวุธชนิดใหม่เป็นครั้งแรก เป็นการนำเขาย้อนกลับไปสู่การเผชิญหน้าในครั้งก่อนที่เกาหลี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เพียร์ซ บรอสแนน - ผู้เคยร่วมแสดงในตอนที่โด่งดังอย่าง GoldenEye, Tomorrow Never Dies และ The World Is Not Enough - กลับมารับบทบาทเจมส์ บอนด์ อีกครั้ง และครั้งนี้เขาต้องตกอยู่ในปัญหา เมื่อพบว่ามีปฏิบัติการลับในเกาหลีเหนือกับการร่วมมือของผู้ทรยศไร้ชื่อ สองสาวที่ข้องแวะกับบอนด์ ได้แก่ ฮัลลี่ เบอร์รี่ ดาราสาวเมริกันเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง และดาราสาวชาวลอนดอนที่เป็นหน้าใหม่ของวงการ โรซามุนด์ ไพค์ เธอผู้นี้โด่งดังอย่างรวดเร็วทั้งในทางโทรทัศน์และละครเวทีของอังกฤษ นักแสดงชาวอังกฤษ โทบี้ สตีเฟนส์ และดาราอเมริกันเชื้อสายเกาหลี ริค ยูน และดาราเอเชียน-อเมริกัน วิล ยุน ลี รับบทเหล่าร้าย และผู้รับบทสายลับ NSA ผู้ไม่ยอมใคร คือ ดาราอเมริกันผู้มีชั่วโมงบินสูง ไมเคิล แมดเซน คุณหญิงจูดี้ เดนช์ และซาแมนธา บอนด์ กลับมาอีกครั้งด้วยความยินดีในบทบาท 'M' และมันนี่เพ็นนี จอห์น คลีส ผู้รับบท 'Q' แทนเดสมอนด์ ลีเวลิน ผู้ล่วงลับอย่างน่าเสียดาย และผู้ที่เติมเต็มให้กับทีม MI-6 ได้แก่ คอลิน แซลมอน บทภาพยนตร์โดย นีล เพอร์วิซ & โรเบิร์ต เวด (The World Is Not Enough, Let Him Have It), DIE ANOTHER DAY ถ่ายทำในโลเคชั่นทั่วโลก รวมทั้ง ไอซ์แลนด์, ฮาวาย, สเปน และสหราชอาณาจักร และฉากสร้างกว่าสิบฉากในไพน์วู้ด รวมทั้งที่ Albert R. Broccoli 007 Stage ที่โด่งดังและใน Back Lot และที่กลับมามีส่วนร่วมในครอบครัวของบอนด์อีกครั้ง ได้แก่รถแอสตัน มาร์ติน รุ่นท็อป V12 'Vanquish' รถคู่ใจของ 007 เฉกเดียวกับที่รุ่น DB 5 เคยทำหน้าที่เดียวกันมาเมื่อหลายสิบปีก่อน ไมเคิล วิลสัน ผู้อำนวยการสร้างกล่าวว่า "ผมมั่นใจว่าความสำเร็จอย่างท่วมท้นของหนังเจมส์ บอนด์ทุกๆ ตอน มีส่วนมาจากคุณภาพของหนังที่ต้องเรารักษาเอาไว้ คับบี้ บร็อคคอลี่ ย้ำเสมอถึงคุณค่าของงานสร้าง ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหนังทุกเรื่องจึงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ผมกับบาร์บาร่าจะทำงานสร้างหนังบอนด์ต่อไปในแนวทางเดียวกัน และหวังว่าจะได้รับความสำเร็จเช่นเดียวกับเรื่อง GoldenEye, Tomorrow Never Dies และ The World Is Not Enough เมื่อเราทำงานเรื่องต่อๆ ไป" ลี ทามาโฮริ ผู้กำกับการแสดงกล่าวว่า "ผมเป็นแฟนหนังบอนด์มาตลอดชีวิต สำหรับผมหนังเจมส์ บอนด์เป็นเหมือนป้อมปราการที่ไม่สามารถตีแตกได้ มันเคยเป็นเรื่องของสาวๆ อุปกรณ์ล้ำสมัย และสายลับรูปหล่อ แล้วก็เปลี่ยนรูปแบบไป ตอนนี้เป็นเรื่องของสาวๆ อุปกรณ์ล้ำสมัย และสายลับรูปหล่อ - กับแอ็คชั่นยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่ไม่รู้จบสิ้นและวิวัฒนาการที่ก้าวไปข้างหน้า" นักแสดง เพียร์ซ บรอสแนน (เจมส์ บอนด์) นอกเหนือจากผลงานภาพยนตร์บอนด์สามเรื่องที่เป็นหนังบ็อกซ์ออฟฟิซ และอีกหลายเรื่อง เขาเพิ่งเสร็จจากงานถ่ายทำเรื่อง Evelyn ให้กับบริษัทโปรดักชั่นของตนเองในนาม Irish DreamTime หนังเรื่องก่อนๆที่ได้ผลิตภายใต้ชื่อของ Irish DreamTime ซึ่งเขาได้ร่วมแสดงด้วย ได้แก่ The Nephew และ The Thomas Crown Affair ผลงานเมื่อเร็วๆ นี้ ได้แก่หนังของจอห์น บัวร์แมน เรื่อง The Tailor of Panama ซึ่งเป็นงานต่อเนื่องของดาราที่ได้รับการฝึกฝนงานแสดงบนเวที หลังจากที่ได้สวมบทบาทในหนังของบรูซ แบเรสฟอร์ด เรื่อง Mr. Johnson และของเซอร์ริชาร์ด แอทเทนเบอเรอห์ เรื่อง Grey Owl บรอสแนน ยังได้แสดงความสามารถทางคอมเมดี้ของเขาในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น The Mirror Has Two Faces, Mrs. Doubtfire, Mars Attacks และ Love Affair รวมทั้งงานซีรี่ส์ทางโทรทัศน์เรื่องฮิต Remington Steele เขาได้รับรางวัล Empire Award (ถือเป็นเกียรติยิ่งใหญ่ของอังกฤษ) ในฐานะ Best Actor of 1999 เขาได้รับขนานนามว่าเป็น "The Sexiest Man Alive" แห่งปี 2001 โดยโพลของแมกกาซีน People บรอสแนนเกิดที่เคาน์ตี้ มีธ ในไอร์แลนด์ และอยู่ที่นั่นจนอายุได้ 11 ปี และครอบครัวของเขาจึงย้ายมายังลอนดอน เขาเรียนการแสดงจาก Drama Centre เป็นเวลาสามปี และจากนั้นเริ่มทำงานโดยทันที ด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการเวทีการแสดงของ York Theatre หกเดือนหลังจากนั้น เทนเนสซี วิลเลี่ยมส์ได้เลือกเพียร์ซให้เป็นผู้สร้างบทของ แมคเคบ ในงานแสดงปฐมทัศน์ของละครอังกฤษเรื่อง "Red Devil Battery Sign" ผลงานที่ตามมาของบรอสแนนในมินิซีรี่ส์อเมริกันเรื่อง The Manions of America ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบโดยอเมริกันชนเป็นครั้งแรกและเป็นทางไปสู่การได้รับคัดเลือกโดยเรมิงตัน สตีลพร้อมกับงานแสดง บรอสแนนมีฝีมือโดดเด่นทางการวาดภาพ ซึ่งเป็นทฤษฎีเบื้องต้นที่เขาได้รับการฝึกฝนมา ฮัลลี่ เบอร์รี่ (จิงซ์) กำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำเรื่อง Die Another Day กับเพียร์ซ บรอสแนน เคยได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจากผลงานในเรื่อง Monster's Ball เธอยังได้รับการโหวตให้เป็นดารานำหญิงยอดเยี่ยมโดย National Board of Review และ Screen Actors Guild และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกทองคำ และรางวัล AFI Award ในเรื่อง Monster's Ball, ร่วมแสดงโดย บิลลี่ บ็อบ ธอร์นตัน และฮีธ เลจเจอร์ เธอรับบทแม่ม่ายซึ่งสามีเป็นนักโทษประหาร และย้ายไปอยู่ร่วมกับชายคนหนึ่งด้วยความหวังที่จะมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น แต่กลับพบว่าเขาคนนั้นเกี่ยวพันกับความตายของสามีเธอ เบอร์รี่ไม่ได้หน้าใหม่ในด้านรางวัล เมื่อปีกลายได้รับรางวัลทรงเกียรติอย่าง เอ็มมี่ , ลูกโลกทองคำ, Screen Actors Guild, และ NAACP Image Award สำหรับบทบาทที่ไม่ธรรมดาและได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในหนังของ HBO เรื่อง Introducing Dorothy Dandridge เธอยังมีงานแสดงระดับบ็อกซ์ออฟฟิซที่เพิ่งผ่านสายตาไปไม่นาน ใน Swordfish กับฮิว แจ็คแมน ผู้ที่เคยร่วมแสดงกับเธอในหนังแอ็คชั่นเรื่องฮิต X-Men เธอยังได้แสดงในตอนต่อของเรื่อง X-Men นี้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการถ่ายทำ เบอร์รี่ได้เคยแสดงร่วมกับวอร์เรน เบ็ตตี้ ในหนังคอมเมดี้โด่งดังเสียดสีการเมือง Bulworth ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ได้แก่ Why Do Fools Fall in Love; หนังของสไปค์ ลี เรื่อง Jungle Fever; Losing Isaiah กับเจสสิก้า แลงค์ ; Executive Decision กับเคิร์ท รัสเซล ได้รับรางวัล Blockbuster Award - Best Actress in an Action Drama); หนังไลฟ์แอ็คชั่นฮิตระดับโลกอย่าง The Flintstones กับจอห์น กู้ดแมน; The Last Boy Scout; Strictly Business; และของเรจินัลด์ ฮัดลิน เรื่อง Boomerang กับเอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ย์ ทางโทรทัศน์ เบอร์รี่แสดงในมินิซีรี่ส์ที่มีเรตติ้งสูงของ ABC เรื่อง Oprah Winfrey Presents: The Wedding กำกับการแสดงโดยชาร์ลส เบอร์เน็ต ร่วมแสดงโดยลินน์ วิทฟิลด์, อีริค ธาล และคาร์ล ลัมบลีย์ ผลงานอื่นทางโทรทัศน์ ได้แก่ บทนำในมินิซีรี่ส์ของอเล็กซ์ เฮย์ลี่ Queen ภาคต่อที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์ ผลงานของเธอทำให้ได้รับ NAACP Image Award - Best Actress รวมทั้ง Best Newcomer Award จาก Hollywood Women's Press Club เบอร์รี่ยังแสดงร่วมกับจิมมี่ สมิท ในหนังออริจินัลของโชว์ไทม์ เรื่อง Soloman and Sheba เพื่อเป็นการให้เกียรติถึงความสำเร็จของเธอในฐานะนักแสดง ทาง Harvard Foundation แห่ง Harvard University ได้มอบตำแหน่งกับเธอในฐานะ Cultural Artist of the Year ขณะนี้เธอรั้งตำแหน่ง International Spokesperson แห่ง Revlon โทบี้ สตีเฟนส์ (กุสตาฟ เกรฟส์) หนึ่งในเหล่าร้ายซึ่งมีรายชื่อยาวเหยียดของบอนด์ ก็คือกุสตาฟ เกรฟส์ ใน Die Another Day เป็นบุตรชายของเซอร์ริชาร์ด สตีเฟนส์ และคุณหญิงแม็กกี้ สมิธ โทบี้ได้สร้างรากฐานของตนเองโดยการเป็นนักแสดงของ Royal Shakespeare Company และได้รับรางวัลทรงเกียรติมาแล้วมากมาย บนเวทีละครเขาได้รับบทนำในงานของเดวิด แธ็กเกอร์ เรื่อง"Coriolanus," ซึ่งทำให้ได้รับรางวัล Sir John Gielgud Award - Best Actor รวมทั้ง Ian Charlson Award และงานของสตีเฟน พิมล็อต เรื่อง "Measure for Measure" และ "Unfinished Business," Adrian Noble's "A Midsummer Night's Dream," และของจอห์น เคด เรื่อง "Anthony and Cleopatra." กับผู้กำกับเซอรืปีเตอร์ ฮอลล์ สตีเฟนยังได้แสดงมนเรื่อง "A Streetcar Named Desire" และ "All's Well That Ends Well" หลังจากร่วมงานกับฮอลล์ในเรื่อง "Tartuffe" ที่ West End stage สตีเฟนได้แสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในงานของแซลลี่ พอตเตอร์ เรื่อง Orlando ในปี 1992 เละเมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้รับบทแฟรงค์ คอร์วินวัยหนุ่มใน Space Cowboys, เป็น รอส ใน The Announcement, และเจย์ แก็ตสบี้ ในงานทางโทรทัศน์ของเรื่อง The Great Gatsby และเป็น ชาร์ลส ในเวอร์ชั่นโทรทัศน์ของเรื่อง Perfect Strangers, และเป็นเฟอร์กัส วูล์ฟ ใน Possession ผลงานเด่นทางโทรทัศน์ ยังมี งานของเซอร์ปีเตอร์ ฮอลล์ ใน The Camomile Lawn, ของไมค์ บาร์กเกอร์ใน The Tenant of Wildfell Hall, และของเอ็ดดี้ คาร์โบน ใน A View from the Bridge โรซามุนด์ ไพค์ (มิแรนด้า ฟรอสต์) เติบโตในลอนดอน และเป็นลูกสาวคนเดียวของคู่นักร้องโอเปร่าอาชีพ ใช้ช่วงเวลาวัยเด็กของเธออยู่ในแถบทวีปยุโรป รวมทั้งในอิตาลีหลายเดือนเมื่อบิดาของเธอได้ทำงานให้กับนักประพันธ์เพลงโมเดิร์น Hans Werne Henze ตอนอายุ 16 เธอได้รับการยอมรับจาก National Youth Theatre ซึ่งเธอได้ใช้เวลาช่วงฤดูร้อนในอีกสามปีต่อมาแสดงบทนำในเรื่อง "Romeo and Juliet" จนอายุได้ 18 และนั่นคือสิ่งที่ชักนำให้เธออยู่ในสายตาของเอเจนซี่อย่างดัลลัส สมิธ ผู้ซึ่งใช้เวลาอีกสองสามปีถัดมาแนะแนวการทำงานของเธออย่างใกล้ชิด ละครเปิดแสดงตลอดฤดูร้อนก่อนที่เธอจะเข้าเรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษในอ็อกซฟอร์ด ที่ Wadham College ขณะอยู่ที่อ็อกซฟอร์ด เธอยังทำงานแสดงอย่างต่อเนื่อง และได้ทัวร์การแสดงกับทางมหาวิทยาลัย ในเรื่อง "The Taming of the Shrew" ระหว่างช่วงฤดูร้อนคณะเดินทางได้พาเธอไปยังญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงหกอาทิตย์แห่งเวทมนตร์ของการแสดงที่โรงละครโอซาก้า เกียวโต และโตเกียว โกล้บ ก่อนเดินทางกลับนั้นเอง เธอได้ใช้เวลาสองวันถ่ายทอดบทบาทของเธอในงานของ BBC TV ในเรื่อง A Rather English Marriage นำแสดงโดยทอม คอร์ทนีย์ และอัลเบิร์ต ฟินนีย์ โดยรับบทซีเลีย หลานสาวของฟินนีย์ เธอยังใช้เวลาช่วงเย็นกับคณะละครบนเวทีชื่อก้องแห่ง Oxford Playhouse เธอได้แสดงเป็นดาราสาวอลิซาเบ็ธ แบ์รี่ ในละครของสตีเฟน เจฟฟรีย์ เรื่อง "The Libertine," และเป็น แอน ในละครของอาร์เธอร์ มิลเลอร์ เรื่อง "All My Sons" ก่อนลาจากอ็อกซฟอร์ด เธอได้พบกับผู้คัดลือกตัวแสดงชั้นแนวหน้าสำหรับงานที่เธอคาดหมายจะได้ร่วมแสดงด้วย โครงการถูกเลื่อนออกไปและเงียบหายไปในที่สุด แต่อีกหนึ่งปีต่อมาเธอได้รับโทรศัพท์อย่างไม่คาดฝัน ว่าเธอได้รับเลือกให้เป็น Lady Harriet ในงานทาง BBC เรื่อง Wives and Daughters ซึ่งนับว่าเป็นงานเรื่องแรกของเธอกับ BBC และเธอยินดีอย่างมากที่จะได้ทำงานร่วมกับนักแสดงชื่อก้องทั้งหลาย อาทิเช่น ไมเคิล แกมบอน ฟรานเซสก้า แอนนิส และบิล แพตเทอสัน บทบาทของ Lady Harriet was นับว่าเป็นเรื่องท้าทายอย่างมหาศาล - เป็นนักขี่ม้าตัวยง, ปากกล้า, และนักสู้ตัวจริง - แต่ความสามารถของเธอนั้นได้รับการชื่นชมอย่างมากมาย และ Vanity Fair ได้วิจารณ์ว่าเธอนั้น "ยืนหยัดในแถวหน้าท่ามกลางกระแสลม"เธอกลับมายังอ็อกซฟอร์ดเพื่อสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาตรี และเพื่อแสดงปิดท้ายที่ Oxford Playhouse เธอแสดงเป็นเดซี่ที่แสนตลกและประหลาด ในละครของไอโอเนสโก เรื่อง "Rhinoceros" กำกับการแสดงโดยผู้กำกับท้องถิ่น เดลฟีน แชรงค์ระหว่างช่วงพักผ่อนในฤดูร้อน เธอได้ใช้เวลาสิบสัปดาห์ ถ่ายทำหนังเรื่อง Love in a Cold Climate ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือของแนนซี่ มิตฟอร์ด บรรดานักแสดงที่ไม่ธรรมดา ได้แก่ อลัน เบตส์, ชีล่า กัช, เซลี อิมรี, จอห์น แสตนดิ้ง และแอนโทนี่ แอนดรู เธอยังกลับไปอ็อกซฟอร์ดเพื่อจบสามเทอมสุดท้ายและได้รับบทไคร่า ในละครของเดวิด แมร์ เรื่อง "Skylight" กำกับการแสดงโดยผู้กำกับภาพยนตร์หนุ่ม และผู้เป็นเพื่อนร่วมเรียนกับเธอที่อ้อกซฟอร์ด เจมส์ โรแกน เขายังได้กำกับเรื่อง Dead Bolt Dead ด้วย ริค ยูน (เซโอ) เป็นชาวอเมริกันรุ่นแรก พ่อแม่อพยพมายังสหรัฐฯ จากเกาหลีเมื่อปี 1972 เขาเกิดในวอชิงตัน ดีซี และจบการศึกษาจาก Wharton School of Business เพื่อเป็นการหาเงินเรียน ริคได้ทำงานหลากหลาย และได้รับการชักนำให้เป็นนายแบบในช่วงเวลาว่าง งานถ่ายแบบได้เพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของเขาในระหว่างหลายปีของการเรียน เขาทำงานกับช่างภาพ บรูซ เวเบอร์ และเป็นนายแบบเอเชียน-อเมริกันคนแรก ที่ทำงานกับบริษัทชั้นนำอย่าง เวอซาเช่ และ โปโลสปอร์ต เขายังได้ถ่ายหนังโฆษณาร่วมกับซินดี้ ครอฟอร์ดด้วย แผนชีวิตของเขาในตอนนั้น คือการทำงานด้านการเงิน และหลังจบจากวิทยาลัยเขาได้ทำงานเป็นเทรดเดอร์ในธนาคารแห่งหนึ่ง โดยรับผิดชอบวงเงินหลายล้านต่อวัน แม้ว่าเขาจะสนุกกับการต่อสู้อันร้อนแรงของการเงินทั่วโลก แต่ก็ไม่เคยตั้งใจว่าจะใช้เวลาทั้งชีวิตกับการเป็นเทรดเดอร์ เขายังคงรักษาการติดต่อกับเอเจนซีถ่ายแบบ และได้รับการทาบทามให้พบกับผู้กำกับการแสดง สก็อต ฮิคส์ ซึ่งกำลังจำสร้างภาพยนตร์เรื่อง Snow Falling on Cedars ริคได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 1999 เขายังได้ทำงานกับเรื่อง The Fast and the Furious และ The Fence ก่อนร่วมงานกับ Die Another Day ในปีนี้ ริคยังเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถระดับแข่งขันเทควันโด้ใน Olympic Trials - Tae Kwon Do ตั้งแต่อายุ 19 เขาได้เปลี่ยนนามสกุลจากยุน เป็นยูน เพื่อ Screen Actors Guild เมื่อทำงานแสดงเป็นอาชีพ (ยังมีต่อ)

ข่าว อาทิเช่น ล่าสุด