พันธมิตรโครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษาร่วมระดมเงินทุน 63.1 ล้านบาท ช่วยเด็กนักเรียนไทยให้เรียนได้ดีขึ้น - newswit

กรุงเทพฯ--8 พ.ย.--บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ - นักเรียนกว่า 577,000 คน รับประโยชน์จากโครงการแบบ 'พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน' - ดร. กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบโล่เพื่อประกาศเกียรติคุณแก่พันธมิตรโครงการ วันนี้ มร. เจฟฟ์ เจ. ฮันส์เบอร์รี่ ในนามของ 20 องค์กรชั้นนำ ซึ่งได้ร่วมกันระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุน "โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา" ได้แถลงว่า ในการ-ดำเนินกิจกรรมในช่วง 3 ปี ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2545 กลุ่มพันธมิตรโครงการสามารถรวบรวมเงินทุนได้ถึง 63,107,000 บาท โดยสามารถระดมทุนได้สูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึง 13 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ครั้งแรกที่ 50 ล้านบาท ในการนี้ ดร. กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้เกียรติมาร่วมงานแถลง-ข่าวต่อสื่อมวลชน พร้อมกับได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับตัวแทนจากทั้ง 20 องค์กรพันธมิตรของโครงการ ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท มร. ฮันส์เบอร์รี่ กล่าวว่า เงินทุนดังกล่าวได้รับการจัดสรรไปยังโรงเรียนต่างๆ ที่ผ่านการพิจารณา เพื่อให้โรงเรียนนำไปซื้อวัตถุดิบ อาทิ เมล็ดพันธุ์พืช ไก่ ปลา หรือสุกร เพื่อให้เด็กนักเรียนและครูได้ร่วมกันเพาะปลูกและดูแล เพื่อนำมาเป็นอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนต่อไป "เราหวังว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยให้เด็กนักเรียนมีสมาธิ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ด้วยการให้พวกเขาได้มีอาหารกลางวันรับประทานอย่างอิ่มท้องเป็นประจำทุกวัน ไม่ขาดแคลนเหมือนเช่นที่ผ่านมา นอกจากนี้ เรายังหวังว่ากิจกรรม เช่น การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ที่พวกเขาได้ ดูแลรับผิดชอบเพื่อเป็นแหล่งอาหารในรูปแบบโครงการที่ยั่งยืนเช่นนี้ จะช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้ถึงทักษะในการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจแบบพอเพียง และตระหนักถึงความสำคัญของการ-พึ่งพาตนเอง" มร. ฮันส์เบอร์รี่ กล่าว "แม้ว่าช่วงเวลาในการระดมทุนของ 'โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา' จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม แต่โครงการที่ได้จัดตั้งและดำเนินการขึ้นในโรงเรียนต่างๆ จะยังคงดำเนินต่อเนื่องไป และจะยังคงอำนวยประโยชน์ให้กับเด็กนักเรียนได้อย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า" มร. ฮันส์เบอร์รี่ กล่าว สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งเป็นผู้ดูแลบริหารโครงการนี้ ได้จัดสรรเงินทุนของโครงการสำหรับโรงเรียน เพื่อดำเนินกิจกรรมเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะทำให้โครงการในแต่ละโรงเรียนสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองไปอีกนานนับปี จึงสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับเด็กนักเรียนไทยผู้ด้อยโอกาสได้ประมาณ 577,000 คน ในโรงเรียนกว่า 2,400 แห่ง บริษัทและองค์กรที่ร่วมเป็นพันธมิตรใน "โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา" ประกอบด้วย เบเกอรี่ มิวสิค, ธนาคารกรุงเทพ, บิ๊กซี, คาร์ฟูร์, ไทยทีวีสีช่อง 3, รายการดาวล้านดวง, ดีแทค, แฟมิลี่ มาร์ท, ฟู้ดไลอ้อน, โกดัก, แม็คโคร, พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล, ตั้งฮั่วเส็ง, เซเว่น-อีเลฟเว่น, องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย, เทสโก้ โลตัส, เดอะมอลล์, เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, ท็อปส์ และซึทาญ่า "โครงการรวมพลังเพื่อชาติในครั้งนี้ เป็นความร่วมแรงร่วมใจครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาค-เอกชน โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากเหล่าดารานักแสดงกว่า 150 คน ภายใต้การนำของคุณวรายุฑ มิลินทจินดา" มร. ฮันส์เบอร์รี่ กล่าว "กิจกรรมในรูปที่หลากหลายที่แต่ละองค์กรพันธมิตรได้จัดทำขึ้นเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการ เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมกันสนับสนุน 'โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา' ไปในตัว ในระหว่างที่กำลังจับจ่ายซื้อของและทำกิจวัตรประจำวันอื่นๆ ตามปกติ ซึ่งเท่ากับได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการเสริมสร้างศักยภาพของทรัพยากรบุคคลในอนาคตของประเทศ" มร. ฮันส์เบอร์รี่ กล่าวสรุป หมายเหตุถึงบรรณาธิการ ในแต่ละวันมีเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาประมาณ 2 ล้านคนทั่วประเทศที่ไม่มีอาหารกลางวันรับประทานเป็นประจำทุกวัน ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กลดลง และเป็นอุปสรรคซ่อนเร้นที่ทำให้เด็กเหล่านี้ไม่สามารถจะพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อที่นำพาให้ชีวิตของตนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติได้ไม่เท่าที่ควร โรงเรียนที่เข้าร่วมใน "โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา" ล้วนได้รับการคัดเลือกอย่างถี่ถ้วนและยุติธรรมโดยสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ โดยพิจารณาจากโครงการที่แต่ละโรงเรียนนำเสนอในการนำเงินกองทุนไปใช้ ตลอดจนระดับความ-จำเป็น และความมุ่งมั่นตั้งใจของโรงเรียนในการดำเนินโครงการอย่างยั่งยืนเป็นสำคัญ ข้อมูล โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา และผลการดำเนินโครงการ โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2542 เพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาการศึกษาของเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ โครงการดังกล่าวเน้นในเรื่องการจัดหาอาหารกลางวัน เพื่อปรับปรุงคุณภาพทางการศึกษาของเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนและด้อยโอกาสด้วยภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น โครงการนี้จัดตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการที่จะให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้จะใช้เวลาในการดำเนินโครงการเป็นเวลา 3 ปี วัตถุประสงค์โครงการ ในแต่ละวันมีเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาประมาณ 2 ล้านคน ที่ขาดแคลนอาหารกลางวัน รับประทานเป็นประจำทุกวัน ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กลดลง และส่งผลกระทบ ถึงผลการเรียนในโรงเรียน ทำให้เด็กเหล่านี้มีปัญหาขาดสมาธิในการเรียน และไม่สามารถพัฒนาทักษะความสามารถได้อย่างเต็มที่ ซึ่งนับเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กนักเรียนเหล่านี้ไม่สามารถวาง รากฐานชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือไม่สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ โดยอาศัยแนวคิดที่ริเริ่มจากสำนักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษามีเป้าหมายในการช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลน ด้วยการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเกษตร เพื่อสร้างผลผลิตและนำไปใช้ประกอบอาหาร วิธีนี้ทำให้โรงเรียนเป้าหมายสามารถจัดหาอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุกคน ทั้งนี้ เพื่อช่วยพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนด้วยภาวะทางโภชนาการที่ดีขึ้น รวมทั้งสอนให้พวกเขารู้จักทักษะในการดำรงชีวิต และความสำคัญของการพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนเป้าหมายแต่ละแห่งเป็นผู้บริหารเงินกองทุนด้วยตนเอง ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ผลการดำเนินโครงการ - การระดมเงินทุน เป้าหมาย: 50,000,000 บาท ในเวลา 3 ปี (พฤศจิกายน 2542 - ตุลาคม 2545) ยอดเงินที่ได้รับ: 63,107,000 บาท - สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 13.1 ล้านบาท - จำนวนโรงเรียน และนักเรียนที่ได้ช่วยเหลือ ปีที่ 1: โรงเรียน 507 แห่ง - นักเรียน 152,100 คน ปีที่ 2: โรงเรียน 941 แห่ง - นักเรียน 205,292 คน ปีที่ 3: โรงเรียน 1,000 แห่ง - นักเรียน 220,000 คน (โดยประมาณ) รวมทั้งสิ้น: โรงเรียน 2,448 แห่ง - นักเรียน 577,392 คน เด็กนักเรียนเหล่านี้จะยังคงได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนักเรียนใหม่ที่เข้ามาเรียนในแต่ละปี เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการที่จัดตั้งในรูปแบบ เพื่อให้เริ่มต้นด้วยเงินทุนที่ สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างยั่งยืน ข้อมูล กิจกรรมโครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา ปีที่ 3 พันธมิตรโครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษาสามารถระดมเงินสมทบทุนโครงการในปีที่สามได้ทั้งสิ้น 20,300,000 บาท และเมื่อรวมกับยอดเงินที่ระดมได้ในปีที่หนึ่ง และปีที่สอง จำนวน 42,807,000บาท ทำให้มียอดเงินสมทบทุนรวมทั้งหมด 63,107,000 บาท รายชื่อพันธมิตรโครงการในปีที่ 3 (เรียงลำดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ) เบเกอรี่ มิวสิค ธนาคารกรุงเทพ บิ๊กซี คาร์ฟูร์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อ.ส.ม.ท. รายการดาวล้านดวง (คุณวรายุฑ มิลินทจินดา) ดีแทค แฟมิลี่ มาร์ท ฟู้ดไลอ้อน โกดัก แม็คโคร พีแอนด์จี และศูนย์อำนวยการขายทั่วประเทศ เซเว่น-อีเลฟเว่น ตั้ง ฮั่ว เส็ง องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เทสโก้ โลตัส เดอะ มอลล์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ท็อปส์ ซึทาญ่า กิจกรรมบางส่วนและการบริจาคสมทบทุนโดยพันธมิตรโครงการ กิจกรรมบางส่วนจากทั้งหมดที่พันธมิตรโครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษาได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ - เบเกอรี่ มิวสิค ได้แต่งเพลงพิเศษสำหรับโครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษา เพื่อใช้ใน การประชาสัมพันธ์โครงการตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงการเผยแพร่ผ่านรายการวิทยุ - ธนาคารกรุงเทพ ได้ให้บริการโอนเงินฟรีจากสาขาในต่างจังหวัดเพื่อเข้าบัญชีรับบริจาคในกรุงเทพฯ ตลอดจนประชาสัมพันธ์โครงการมื้อเที่ยงเลี้ยงการศึกษาผ่านหน้าจอเครื่องเอทีเอ็ม จำนวน 1,100 เครื่อง รวมทั้งเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ของโครงการตามสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันพนักงานธนาคารก็ได้ร่วมบริจาคเงินให้กับโครงการโดยตรงอีกจำนวนหนึ่ง - รายการ "ดาวล้านดวง" ซึ่งนำทีมโดย คุณวรายุฑ มิลินทจินดา และดารานักแสดงกว่า 150 คน ร่วมรายการถ่ายทอดสดการกุศลทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อ.ส.ม.ท. เพื่อมอบความบันเทิงให้กับผู้ชม พร้อมกับเชิญชวนให้โทรศัพท์เข้าไปบริจาคผ่านรายการ - สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้มอบเวลาออกอากาศฟรีเพื่อถ่ายทอดรายการกุศล ดังกล่าว พร้อมกับบริจาคเงินสมทบทุนอีก 2 ล้านบาท นอกจากนั้นยังได้มอบเวลาออกอากาศให้ฟรีสำหรับหนังโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการ - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ได้ช่วยอำนวยความสะดวก ด้วยการจัดหาหมายเลข โทรศัพท์ให้สำหรับการดำเนินรายการถ่ายทอดสด - โกดัก ได้ร่วมบริจาคเงินหนึ่งบาทที่ได้รับจากการจำหน่ายฟิล์มโกดักแม็กซ์ทุกม้วน ในช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม พร้อมกับจัดกล่องรับบริจาค ปิดโปสเตอร์ และสื่อประชาสัมพันธ์ ในร้านโกดัก โฟโต้ เอ็กซ์เพรส กว่า 750 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังได้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการในรายการโทรทัศน์ที่โกดักเป็นผู้สนับสนุน ตลอดจนเชิญชวนให้พนักงานร่วมบริจาคสมทบกับโครงการอีกด้วย - เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์ และชิคเก้น ทรีท ได้บริจาคเงินหนึ่งบาทจากการสั่งอาหารผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1112 ในช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม และได้แนบแผ่นพับประชา-สัมพันธ์โครงการไปพร้อมกับการจัดส่งอาหารให้กับลูกค้า - ในนามของ ผู้บริโภค พีแอนด์จี ได้บริจาคเงินสมทบทุน 1% จากยอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ พีแอนด์จี ในช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์แพนทีน โปร-วี, เฮดแอนด์โชว์เดอร์, รีจอยส์, โอเลย์, วิสเปอร์, แพมเพอร์ส, เซฟการ์ด, ซีเคร็ท และพริงเกิลส์ เป็นต้น - พนักงานพีแอนด์จีได้ร่วมบริจาคให้กับโครงการนี้เช่นกัน และบริษัทได้บริจาคสมทบจาก ยอดเงินที่พนักงานบริจาคในสัดส่วน 2 บาทต่อเงินบริจาคของพนักงานทุก 1 บาท - กิจกรรมพิเศษในร้านค้าที่จัดขึ้นโดยพันธมิตรผู้ค้าปลีกคือ บิ๊กซี, คาร์ฟูร์, แฟมิลี่ มาร์ท, ฟู้ดไลอ้อน, แม็คโคร, เซเว่น-อีเวฟเว่น, ตั้ง ฮั่ว เส็ง, เทสโก้ โลตัส, เดอะ มอลล์ และ ท็อปส์ ประกอบด้วย การจัดรายการส่งเสริมการขายเพื่อให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนโครงการ การจัดนิทรรศการภายในร้านค้า การตั้งกล่องรับบริจาค และการรับบริจาคจากพนักงานของผู้ค้าปลีกแต่ละราย - ดีแทค และซึทาญ่า ได้จัดกล่องรับบริจาคตามสาขาต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อระดมเงินสมทบทุนให้กับโครงการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ: บริษัท บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ จำกัด ไพโรจน์ ภาชนะปรีดา ต่อ 115 หรือ ปานตา พูนทรัพย์มณี ต่อ 116 โทรศัพท์ 0 2664 9500 โทรสาร 0 2664 9515--จบ-- -ศน-

ข่าว กระทรวงศึกษาธิกา ล่าสุด