(ต่อ3) ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ เสนอ การผจญภัยครั้งล่าสุดของ พยัคฆ์ร้าย 007 ตอน DIE ANOTHER DAY - newswit

กรุงเทพฯ--8 พ.ย.--Twentieth Century Fox ปีเตอร์ ลามอนต์ (ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์) เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง และเป็นมือเก่าของหนังเจมส์ บอนด์ เรื่อง Die Another Day นับเป็นเรื่องที่ 17 ของหนัง 007 ทั้งหมด เริ่มงานครั้งแรกใน Goldfinger เป็นผู้ร่างแบบในฝ่ายศิลป์ และนับแต่นั้นได้ทำงานทุกเรื่องให้กับบอนด์ (ยกเว้น Tomorrow Never Dies เนื่องจากไม่สามารถร่วมงานเพราะอยู่ระหว่างการทำฉากให้กับเจมส์ คาเมรอนในภาพยนตร์หลายรางวัลเรื่อง Titanic) ก้าวหน้าขึ้นเป็นหัวหน้าร่างแบบ, ผู้ช่วยผู้กำกับศิลป์, ผู้กำกับการตกแต่งฉาก และผู้กำกับศิลป์ หนังของบอนด์เรื่องแรก ได้แก่ For Your Eyes Only, และติดตามมาเช่นกันใน Octopussy, A View to a Kill, The Living Daylights, Licence to Kill, Goldeneye, และ The World Is Not Enough ลามอนท์ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ r ‚ (ร่วมกับผู้ออกแบบฉากเคน อดัม) และเป็นผู้กำกับศิลป์ให้กับ The Spy Who Loved Me, และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทอง สำหรับการออกแบบฉากเรื่อง Fiddler on the Roof ได้รับรางวัลออสการ์ในด้านออกแบบฝ่ายศิลป์จากเรื่อง Titanic เป็นผู้กำกับศิลป์ให้กับเรื่อง Sleuth, The Dove, The Seven Per-Cent Solution, The Boys From Brazil, และ Sphinx เขาเป็นผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์ให้กับ Aliens -ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองทั้งของอังกฤษและอเมริกัน - Consuming Passions, Eve of Destruction, The Taking of Beverly Hills, True Lies,และหนังไซ-ไฟ เรื่อง Wing Commander, ซึ่งอิงจากเกม CD-ROM ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เดวิด แทตเทอแซล (ผู้กำกับภาพ) ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในความเป็นหนึ่งในเหล่าตากล้องที่เต็มไปด้วยความสามารถในอังกฤษตั้งแต่อายุยังน้อย รับผิดชอบด้านการถ่ายทำให้กับจอร์จ ลูคัส ในเรื่อง Star Wars: Episode I - The Phantom Menace, และล่าสุด Star Wars: Episode II - Attack of the Clones ในระหว่างการทำงานทั้งสองเรื่งอก็ได้เป็นผู้กำกับภาพให้กับ The Green Mile, Vertical Limit, และ The Majestic และในช่วงเดียวกันให้กับเรื่อง The Adventures of Young Indiana Jones ก่อนปี 1999 แทตเทอแซลได้กำกับภาพให้กับ Soldier, Con Air, Wind in the Willows, Moll Flanders, Theodore Rex, Radioland Murders, Sleepwalker, The Bridge, 24 ตอนของ The Young Indiana Jones Chronicles ทีวีซีรี่ส์, และงานทีวีของ Young Indiana Jones and the Treasure of the Peacock's Eye คริสเตียน แวกเนอร์ (ผู้ลำดับภาพ) -หลังจากได้ทำงานเป็นผู้ช่วยลำดับภาพให้กับโทนี สก็อต ในหนังเรื่อง Revenge, Days of Thunder และ The Last Boy Scout - ได้เป็นผู้ลำดับภาพเต็มตัวในเรื่อง Hero and the Terror in 1988 มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วจากการทำงานให้กับภาพยนตร์นานาชาติ อย่าง True Romance, Chasers, Bad Boys, และ Fair Game. หลังทำงานตัดต่อให้กับ The Fan ในปี 1996 แวกเนอร์เป็นที่ต้องการตัวอย่างมากและได้ทำงานตัดต่อให้กับเรื่อง Face/Off, The Negotiator, และ Mission: Impossible 2 ล่าสุดทำงานตัดต่อให้กับหนังของโทนี สก็อต เรื่อง Spy Game, นำแสดงโดยโรเบิร์ต เรดฟอร์ดและแบรด พิทท์ ลินดี้ เฮมมิ่ง (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย)เกิดที่เวลส์ และจบการศึกษาจาก Royal Academy of Dramatic Art ด้านการจัดการและออกแบบเวที หลังจบการศึกษาเธอเริ่มงานกับเวทีแห่งลอนดอนที่ The Open Space และ Hampstead Theatre Club และนำไปสู่งานที่ West End และต่อจากนั้นที่ The Royal Shakespeare Company และ Royal National Theatre กระตือรือลันในอันที่จะใช้ประสพการณ์ออกแบบของเธอกับงานภาพยนตร์และโทรทัศน์ เธอเริ่มด้วยการทำงานเป็นเวลาหนึ่งปีกับ London Weekend Television ในปี 1983 ได้ทำงานกับผู้กำกับ ริชาร์ด แอร์ ในเรื่อง Loose Connections และ Laughterhouse และ ไมค์ เลห์ เรื่อง Meantime, High Hopes, และ Life is Sweet, ซึ่งได้รับรางวัล Best Film จาก U.S. National Film Critics Society ในปี 1985 ทำงานให้กับสตีเฟน ฟรีอาร์ ในหนังเรื่องดัง My Beautiful Launderette กับแดเนียล เดย์ เลวิส และ 84 Charing Cross Road กับแอนโทนี ฮอปกินส์ และแอนน์ แบนครอฟท์ ผลงานเรื่องล่า ได้แก่ The Krays, Hear My Song, หนังได้รับรางวัล Naked, และ Four Weddings and a Funeral หลังจบลงานเรื่อง GoldenEye, ลินดี้ได้ออกแบบให้กับ Blood and Wine กับแจ็ค นิโคลสันและไมเคิล เคน, Funnybones และ The Brave กับจอห์นนี่ เด็พพ์ และมาร์ลอน แบรนโด หลังทำหน้าที่ออกแบบเครื่องแต่งกายให้กับหนังของบอนด์เรื่อง Tomorrow Never Dies, ได้ทำงานให้ไมค์ เลห์ เรื่อง Untitled '98; Somme,เขียนบทและกำกับโดยวิลเลียม บอยด์; และ Little Voice กำกับการแสดงโดยมาร์ค เฮอร์แมน และได้ถูกมอบหมายให้ออกแบบเครื่องแต่งกายให้กับเรื่องล่าสุดของหนังบอนด์ The World Is Not Enough วิค อาร์มสตรอง (ผู้กำกับฝ่ายแอ็คชั่น) หนึ่งในบรรดาสตันท์แมนระดับสุดยอดของววงการภาพยนตร์ และเป็นที่ต้องการของผู้สร้างมากมายทั้งสองฝั่งของแอตแลนติค ตลอดทศวรรษที่ '60, '70, และ '80s เป็นผู้กำกับยูนิตที่สองของ Tomorrow Never Dies, รับผิดชอบงานแอ็คชั่นตระการตามากมายที่เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จของภาพยนตร์ในระดับโลก ผลงานฉากไล่ล่าด้วยเรื่อเร็วในแม่น้ำเทมส์ของเรื่อง The World Is Not Enough นั้นเป็นเรื่องเหนือคำบรรยายเช่นกัน เป็นผู้กำกับยูนิตที่สองของ Entrapment และเป็นผู้กำกับฉากรถไล่ล่าในเรื่อง The Avengers ได้เคยกำกับภาพยนตร์ของตนเองอีกด้วย รวมทั้ง FX2, Double Impact, The Joshua Tree, และ The Chronicles of Young Indiana Jones, ซึ่งทุกเรื่องสร้างความประทับใจของตนเองในฉากแอ็คชั่นทั้งสิ้น คริส คอลบูลด์ (ผู้ควบคุมสเปเชียลเอ็ฟเฟ็ค) - หลังจากที่รับหน้าที่วิศวกรอาวุโสให้กับหนังนานาชาติมากมาย เขาได้ควบคุมงานเอ็ฟเฟ็คเป็นครั้งแรกในหนังบอนด์เรื่องที่ 15 The Living Daylights และทำหน้าที่ผู้ควบคุมอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในปี 1989 ในเรื่อง Nightbreed นับแต่นั้นมาได้ทำงานควบคุมให้กับหนังหลายเรื่อง เช่น Highlander II, Hudson Hawk, Far and Away, Interview With the Vampire และหนังของเซอร์ริชาร์ด แอทเทนเบอเรอห์ ShadowlandsDie Another Day เป็นหนังเรื่องที่ 4 ของการควบคุมสเปเชียล เอ็ฟเฟ็ค แต่เป็นการร่วมงานครั้งที่สิบ เรื่องอื่นๆ ได้แก่ The Spy Who Loved Me (วิศวกร SFX), Moonraker (วิศวกร SFX), For Your Eyes Only (วิศวกรอาวุโส), A View to a Kill (วิศวกรอาวุโส), The Living Daylights (ผู้ควบคุมฟลอร์), Licence to Kill (ผู้ควบคุมยูนิตที่สอง), GoldenEye (ผู้ควบคุมสเปเชียลเอ็ฟเฟ็ค), Tomorrow Never Dies (ผู้ควบคุมสเปเชียลเอ็ฟเฟ็ค), และ The World Is Not Enough (ผู้ควบคุมสเปเชียลเอ็ฟเฟ็ค) ระหว่างการทำงานเรื่อง GoldenEye and Tomorrow Never Dies, เขาได้เดินทางไปอัฟริกาใต้เพื่อควบคุมสเปเชียลเอ็ฟเฟ็คให้กับ Ghost and the Darkness และไปแคนาดาในเรื่อง Firestorm, กำกับการแสดงโดยชาวอิตาเลียน ดีน เซมเลอร์ ก่อนเริ่มงานเรื่อง The World Is Not Enough, ได้ทำงานในทะเลทรายมาราเคชและซาฮาร่า ในงานเรื่อง The Mummy งานเรื่องล่าสุดของเขา ได้แก่ 102 Dalmatians และ Tomb Raider มาร่า ไบรอัน (วิศวกรวิชวลเอ็ฟเฟ็ค) ทำงานเรื่องที่สี่ของหนังบอนด์ ใน Die Another Day. เคยเป็นผู้ประสานงานวิชวลเอ็ฟเฟ็คในเรื่อง GoldenEye, วิชวลเอ็ฟเฟ็ค/ วิดีโอกราฟฟิคในเรื่อง Tomorrow Never Dies, และควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็คในเรื่อง The World Is Not Enough (หนึ่งในเจ็ดหนังเข้ารอบสุดท้ายเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทอง - VFX)มาร่ายังได้ประสานงานวิชวลเอ็ฟเฟ็คเรื่อง Judge Dredd; ควบคุมงานโปรดักชั่นในเอ็ฟเฟ็คย่อของ The Adventures of Pinocchio; ควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็ค/ผลิต เรื่อง Dark City; ควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็ค/ผู้กำกับยูนิตที่สองใน Sophie's World; และควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็คเรื่องที่ยังไม่เสร็จ Ocean Warrior งานในตอนต้นของเธอคือการเป็นหัวหน้าฝ่ายโปรดักชั่นของ Cinesite (Europe) Limited, VFX โปรดิวเซอร์ของ The Computer Film Company, หัวหน้าฝ่ายโปรดักชั่น CAL Videographics Limited จอร์จ อากูอิล่า (ผู้ประสานงานสตันท์) ฝีมือยอดเยี่ยมในการทำงานสตันท์ในภาพยนตร์ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และเป็นที่ต้องการตัวในฐานะผู้ประสานงานสตันท์นับแต่เริ่มทำงานด้านนี้เมื่อหกปีก่อนผลงานในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ได้แก่ Rear Window, Big Daddy, Keeping The Faith, Frequency, Pollock, Meet The Parents, Blair Witch 2, Finding Forrester, และล่าสุด Ocean's Eleven, Gangs of New York และ Tuck Everlasting เป็นผู้ประสานงานสตันท์ให้กับซีรี่ส์โทรทัศน์ เช่น The Beat และภาพยนตร์ทีวี Homicide: The Movie บ่อยครั้งที่ปรากฎอยู่ในภาพยนตร์ในฐานะนักแสดง ส่วนใหญ่ในภาพยนตร์แอ็คชั่น และได้รับชื่อเสียงจาการรับบทนักสู้อินเดีย ตำรวจ ผู้รักษาความปลอดภัย และอีกมากมายทั้งดีและร้าย บทบาทแขกรับเชิญที่เด่นที่สุดคือ Irontree ในตอนหนึ่งของ Mann & Machine และ Wakasa ในตอนหนึ่งของ Star Trek: The Next Generation เด็บบี้ แมควิลเลี่ยม ทำงานคัดตัวแสดงให้กับหนังบอนด์มาแล้ว 7 เรื่อง - For Your Eyes Only, Octopussy, A View to a Kill, The Living Daylights, GoldenEye, Tomorrow Never Dies, และ The World Is Not Enough - จึงเรียกได้ว่าเป็นสัญชาติญานที่สองของเธอ หลังจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษและอเมริกัน จาก Manchester University, เธอได้เข้าทำงานที่ Royal Court Theatre, Mermaid Theatre, Bush Theatre และ Yorkshire Television เป็นเวลาสี่ปีนับแต่เริ่มทำงานเมื่อปี 1972หลังจากสามปีกับการเป็นผู้ช่วยของผู้คัดตัวแสดงเมรี่ เซลเวย์ เธอได้ร่วมงานกับ The Casting Company UK ระหว่างปี 1980-89 เริ่มเป็นผู้คัดตัวแสดงอิสระเมื่อปี 1990 ผลงานโดดเด่น ได้แก่ Superman II and III, The Saga of HMS Bounty, Shock Treatment, Dragon Slayer, Moonlighting, Pirates of Penzance, Finders Keepers, Private Function, American Werewolf in London, Spies Like Us, Prayer For The Dying, Henry V, Caravaggio, My Beautiful Launderette, Sammie and Rosie Get Laid, Personal Services, Monty Python's The Meaning of Life, และ Othello, รวมทั้ง 7 เรื่องของ 007 ผลงานทางโทรทัศน์ เช่น Giro City, Squaring The Circle, Echoes, Inspector Morse, The Wanderer (ซีรี่ส์ 13 ตอนทั่วยุโรป), Tales from The Crypt, Bravo Two Zero, Beyond Fear, Only Love, และ The Alchemist โจนาธาน เทย์เลอร์ (ช่างกล้องยูนิตแอ็คชั่น) ทำงานจำนวนมากให้กับทีมงานกล้องของภาพยนตร์นานาชาติมานานกว่า 25 ปี เป็นผู้กำกับภาพยูนิตที่สองของ Independence Day; วิชวลเอ็ฟเฟ็คและยูนิตที่สองของ Stargate; วิชวลเอ็ฟเฟ็คยูนิตของ Cutthroat Island; วิชวลเอ็ฟเฟ็คและยูนิตที่สองของ Spawn; วิชวลเอ็ฟเฟ็คของ The Long Kiss Goodnight; และช่างกล้อง Vistavision ของ The Madness of King George. เขาเป็นผู้กำกับภาพและยูนิตที่สองของหนังบอนด์สองเรื่องล่าสุด Tomorrow Never Dies และ The World Is Not Enough. เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เป็นผู้กำกับภาพยูนิตที่สองของ Charlie's Angels, The Fast and the Furious, Planet of the Apes และ The Last Castle-- จบ-- -สส-

ข่าวล่าสุด