เปิดปูมสูตรลับจานเด็ดแชมป์ภาคใต้ ในงานภูมิปัญญาอาหารไทย ปี 2545 "อัศจรรย์อาหารจานใหม่ … ใส่ไอเดีย" - newswit

กรุงเทพฯ--8 พ.ย.--ไดเร็คท์ เรสพ็อนซ์ (ประเทศไทย) สืบเนื่องต่อในการแข่งขัน โครงการภูมิปัญญาอาหารไทย ปี 2545 "อัศจรรย์อาหารจานใหม่ … ใส่ ไอเดีย" ที่ดำเนินการแข่งขันไปทั่วประเทศโดยเริ่มจากการแช่งขันภาคกลาง และกทม. ที่เซ็นทรัล บางนา การแข่งขันภาคเหนือที่เซ็นทรัล แอร์พอร์ต พลาซา ภาคตะวันออกที่เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา จนมาถึงภาคใต้ที่จัดขึ้น ณ ลี การ์เดนท์ พลาซ่า หาดใหญ่ เมื่อต้นเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประกวดแข่งขันสร้างสรรค์อาหารจานใหม่จานเดียวที่เลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นไทยมาใช้ปรุงแต่งอาหาร และตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้เล็งเห็น และตระหนักถึงคุณค่าของการสืบสานอาหารไทยให้ดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ และภูมิปัญญาไทยท้องถิ่นที่คงคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่แพร่หลายทั้งในกลุ่มคนไทย และชาวต่างชาติ โดยเป็นกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงาน เอกชน บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น บริษัท ไทยฮา จำกัด ผู้ผลิต และบริษัท เชียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราเกษตร และหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยจัดแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทประชาชนทั่วไป, ร้านอาหาร และภัตตาคาร/โรงแรม ทั้งนี้ การประกวดแข่งขันในภาคใต้ได้รับเกียรติจากนายวินัย มงคลธารณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามาเป็นประธานเปิดงาน และแขกผู้มีเกียรติที่สำคัญประจำจังหวัดอีกหลายท่านได้แก่ เทศมนตรีจังหวัดสงขลา นายกเหล่ากาชาด ฯลฯ ทำให้ภายในงานประกวดครั้งนี้มีสีสัน และดึงดูดความสนใจจากชาวสงขลาเข้าร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น โดยรอบการตัดสินนี้จะเป็นการคัดเลือกผู้เข้ารอบตัดสินเหลือเพียง 10 ท่าน ในแต่ละประเภทการแข่งขัน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 150 ท่าน ซึ่งสร้างความหนักใจต่อคณะกรรมการตั้งแต่รอบคัดเลือก ที่ต่างสรรหาเมนูอัศจรรย์อาหารจานใหม่ใส่ไอเดียมาอย่างสุดฝีมือ อาทิ ข้าวน้ำพริกบูดูสมุนไพร ข้าวผัดกุ้งสะตอ สมุนไพรผัดผงกะหรี่ ข้าวผัดน้ำพริกระกำ เป็นต้น โดยในการแข่งขันรอบตัดสินนี้จะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา อาทิ นักชิมชื่อดัง "สันติ เศวตวิมล - แม่ช้อยนางรำ" ที่เดินทางมาร่วมตัดสินด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และสื่อมวลชนประจำภาคใต้ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลาสำหรับประกอบอาหาร พร้อมตกแต่งให้สวยงามเพื่อให้คณะกรรมการตัดสินทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังจัดให้มีการเล่นเกมบนเวทีคั่นเวลาระหว่างการแข่งขันแต่ละประเภท ก่อนปิดท้ายด้วยการค้นหาสุดยอดนักกินประจำภาคใต้ด้วยการแข่งรับประทานข้าวยำ ชิงเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมชมการแสดงนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาอาหารไทยแต่ละท้องถิ่น การสาธิตทำอาหารไทยจากวิทยาลัยอาชีวะสงขลาและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ให้ผู้ที่สนใจเดินเยี่ยมชมตลอดงาน วิสุทธิ วิทยฐานกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า "โครงการนี้ นับเป็นกิจกรรมที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนทั่วประเทศ ด้วยใบสมัครจำนวนมากที่ส่งเข้ามาในแต่ละภูมิภาค รวมถึงการแข่งขันในวันนี้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังส่งใบสมัครกันเข้ามาเป็นระยะ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของประชาชนทุกคนที่ร่วมสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในกลุ่มคนไทย และชาวต่างประเทศไปพร้อมๆ กัน" ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันในทุกประเภท ผลการตัดสินประเภทประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นุชนารี ขุททะกะพันธ์ ในสูตรอาหารทับทิมสอดไส้สมุนไพรคลุกข้าวเม่าทอด รองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ ภัคจิรา เบญญาปัญญา ในสูตรอาหารสาหร่ายผมนางชมสวน รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ปรเมศร์ บุญรอด ในสูตรอาหารโฉมงามกับเจ้าชายอสูร และรางวัลชมเชย ได้แก่ บรรจง เลื่อนแก้ว ในสูตรอาหารข้าวผัดน้ำพริกระกำ ประเภทร้านอาหาร รางวัลชนะเลิศและรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ ร้านซอกแซก ในสูตรอาหารข้าวยำแปลง รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ร้าน พ. รุ่งรัตน์ ในสูตรอาหารปอเปี๊ยะทอดทะเล รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ร้านสวนหลวง ในสูตรอาหารปลาสำลีเผาสมุนไพร และรางวัลชมเชย ได้แก่ ร้านโกอ่างซีฟู้ด ในสูตรอาหารกุ้งต้มกะทิ ประเภทภัตตาคาร/โรงแรม รางวัลชนะเลิศและรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ โรงแรมแอล เค หาดใหญ่ ในสูตรอาหารข้าวยำเครื่องแกงสมุนไพร รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ภัตตาคารต่อฮวด ในสูตรอาหารกุ้งกะหรีเผือก รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ภัตตาคารวัฒนะพล ในสูตรอาหารหมี่ซั่วปุ้นเต๋ตะลุยทะเล รางวัลชมเชย ได้แก่ โรงแรมดุสิต ลากูน่า ภูเก็ต ในสูตรอาหารมัจฉาลุยไพร โดยผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภท จะได้รับถ้วยรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท และรางวัลชมเชย 1 รางวัล ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท และผลิตภัณฑ์ที่ระลึกจากน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น และผลิตภัณฑ์ตราเกษตร ที่มอบให้ผู้เข้ารอบตัดสินทุกท่าน นอกจากนี้ ผู้ชนะเลิศในระดับภาคของทุกประเภทจะเป็นตัวแทนชิงความเป็นสุดยอดฝีมืออาหารจานเดียวในการแข่งขันระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2545 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2332-8555 ผกาพรรณ ทองน้อย ต่อ 113 นฤมล แสงระ ต่อ 129 รัชนี อุ่นจิตต์ ต่อ 128--จบ-- -ศน-

ข่าว กระทรวงสาธารณ ล่าสุด