(ต่อ2) ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ เสนอ การผจญภัยครั้งล่าสุดของ พยัคฆ์ร้าย 007 ตอน DIE ANOTHER DAY - newswit

กรุงเทพฯ--8 พ.ย.--Twentieth Century Fox ทีมงาน ลี ทามาโฮริ (ผู้กำกับการแสดง) มีผลงานกำกับการแสดงเรื่องแรก ใน Once Were Warriors ซึ่งเป็นเรื่องราวเข้มข้นของครอบครัวเมารีรุ่นใหม่ ในแถบนอกเมืองของนิวซีแลนด์ หนังเรื่องนี้อิงเค้าโครงจากหนังสือนิยายขายดีติดอันดับของอลัน ดัฟฟ์ และกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์วงการหนังของนิวซีแลนด์ เกินกว่าเรื่อง The Piano และ Jurassic Park ผลงานหนังอเมริกันเรื่องแรกของลีได้แก่ Mulholland Falls หนังฆาตกรรมดราม่าเข้มข้น แสดงโดยนิค โนลเต้, เมลานี กริฟฟิธ, แชซ พาล์มินเทียรี่, ไมเคิล แมดเซ็น, คริส เพ็นน์, เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่, แอนดรู แมคคาร์ธี และจอห์น มัลโควิช Mulholland Falls เป็นเรื่องราวของสี่ตำรวจผู้เอาจริงเอาจังในฉายา "the hat squad" ที่ก่อตั้งหน่วยงานทรงเกียรติแห่งกรมตำรวจแอลเอ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1950 ทามาโฮริ ได้ร่วมกับวงการภาพยนตร์นิวซีแลนด์ ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และกลายเป็นผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงในช่วงปี 1980 ผุ้กำกับหนังโฆษณาที่ได้รับรางวัลมากมาย เขาเริ่มงานกำกับหนังโฆษณาเมื่อสิบกว่าปีก่อน และตั้งแต่นั้นได้กำกับสปอตโฆษณากว่าร้อยชุด และได้รับรางวัลหลากหลาย เช่น Mobius (USA), Facts (Australia), และ Axis (New Zealand)งานหนังอเมริกันเรื่องที่สองของลี The Edge ออกฉายเมื่อปี 1997 งานดราม่าร่วมสมัย เขียนบทโดยเดวิด มาเม็ต และสร้างด้วย อาร์ต ลินสัน นำแสดงโดยแอนโทนี ฮอบกินส์ และ อเล็ค บอลด์วิน ถ่ายทำในโลเคชั่นที่อัลเบอร์ต้า แคนาดาหนังเรื่องล่าสุดของลี Along Came A Spider เป็นหนึ่งในหลายตอนของเรื่องนักสืบระทึกขวัญ ของอเล็กซ์ ครอส ซึ่งเขียนบทโดย เจมส์ แพทเทิร์น นำแสดงโดยมอร์แกน ฟรีแมน และโมนิก้า พอตเตอร์ ไมเคิล จี วิลสัน (ผู้อำนวยการสร้าง), ชาวนิวยอร์คโดยกำเนิด จบการศึกษาจากวิทยาลัยทางด้านวิศวกรไฟฟ้า หลังจากนั้นได้ศึกษาทางด้านกฎหมายที่ Stanford University และกลายเป็นหุ้นส่วนในสำนักกฎหมายแห่งนิวยอร์ค และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาษีต่างชาติ วิลสันได้เข้าร่วมกับ Eon Productions ทางด้านงานกฎหมายในปี 1972 และกลายเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้างในเรื่อง The Spy Who Loved Me เขาได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารในเรื่อง Moonraker และทำหน้าที่เดียวกันให้กับภาพยนตร์อีกสองเรื่องของบอนด์ ความสามารถอันน่านับถือของเขาพิสูจน์ได้จากการร่วมเขียนบทของเรื่อง For Your Eyes Only, Octopussy, A View to a Kill, The Living Daylights, และ Licence to Kill เขาได้ร่วมอำนวยการสร้างกับบิดาเลี้ยง อัลเบิร์ต อาร์ บรอคคอลี่ผู้ล่วงลับในเรื่อง A View to a Kill, ตามมาด้วย The Living Daylights,และ Licence to Kill เมื่อเจมส์ บอนด์กลับมาโลดแล่นบนจออีกครั้งหลังจากหายหน้าไปกว่าหกปี ในเรื่อง GoldenEye วิลสันได้อำนวยการสร้างหนังที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงร่วมกับบาร์บาร่า บรอคคอลี่ อีกสองปีต่อมาพวกเขาได้รับผิดชอบในเรื่องที่ประสบความสำเร็จเท่าเทียมกันใน Tomorrow Never Dies,ตามมาด้วย The World Is Not Enough วิลสันมีความสนใจทุกทางเกี่ยวกับภาพนิ่งและได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญของการถ่ายภาพสมัยแรกๆ เขามีผลงานสะสมไว้จำนวนมากในลอนดอน และยังยินดีให้บรรดาพิพิธภัณฑ์ แกลลอรี่ และงานแสดงต่างๆ ทั่วโลกขอยืมภาพหายากเสมอๆ ในฐานะผู้อำนวยการของ National Museum of Photography, Film and Television ในแบรดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ บาร์บาร่า บรอคคอลี่ (ผู้อำนวยการสร้าง) บัณฑิตจาก Loyola University,ลอส แอนเจลิส ซึ่งเอกวิชาสื่อสารภาพยนตร์และโทรทัศน์เธอได้ทำงานด้านผลิตและคัดตัวแสดงที่ Eon เป็นเวลาหลายปี บาร์บาร่า ได้เป็นผู้ช่วยผู้กำกับในเรื่อง Octopussy และ A View to a Kill และร่วมอำนวยการสร้างกับทอม เพฟสเนอร์ ในเรื่อง The Living Daylights และ Licence to Kill อำนวยการสร้าง เรื่อง GoldenEye, Tomorrow Never Dies และ The World Is Not Enough กับไมเคิล จี วิลสัน บาร์บาร่ายังเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาของ Danjaq LLC เธอยังทำงานในนาม Astoria Productions ซึ่งเป็นบริษัทโปรดักชั่นอิสระ และล่าสุดอำนวยการสร้าง (กับอมันด้า ชิฟ) ในเรื่อง Crime of the Century ทาง HBO, นำแสดงโดยสตีเฟน รีอาและอิสซาเบลล่า รอสเซลลินี กำกับการแสดงโดยมาร์ค ไรเดล จากบทภาพยนตร์โดย วิลเลียม นิโคลสัน อิงจากหนังสือของลูโดวิค เคเนดี้ เป็นงานภาพยนตร์โทรทัศน์ เรื่องราวการลักพาตัวของทารกลินเบิร์ก ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำ 4 รางวัล - Best Film, Best Actor, Best Actress, Best Supporting Actor - Motion Pictures or Miniseries Made for TelevisionEon Productions ดูแลการผลิตงานเพลงเรื่องใหม่ชื่อ "Chitty Chitty Bang Bang" เปิดตัวที่ Palladium Theatre เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2002 นีล เพอร์วิส และ โรเบิร์ต เวด (บทภาพยนตร์) เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง The World Is Not Enough และรวบรวมทีมเมื่อปี 1991 เพื่อเขียนบทภาพยนตร์ให้กับเรื่องระทึกขวัญของอังกฤษ เรื่อง Let Him Have It, เรื่องจริงของการขัดแย้งระหว่าง Bentley และ Craig ซึ่งถูกกล่าวหาว่าฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างการปล้นอาวุธ หนังที่ประสบความสำเร็จเรื่องนี้กำกับการแสดงโดยปีเตอร์ มีดัค สองปีต่อมาพวกเขาได้เขียนบทให้กับ The Puppet Masters ในปี 1995เขาได้เขียนบทภาพยนตร์ห้าเรื่อง - An American Werewolf in Paris, Killing Me ให้ผู้กำกับการแสดงจอห์น แมคเคนซี่, Return to Sender, Lying Doggo และ The Wasp Factory, ดัดแปลงจากนิยายของเอียน แบงค์ส ในปี 1997 พวกเขาเขียนเรื่อง Mabus ให้กับ Oxford Film Company, The Devil Has No Sympathy, และ Plunkett & Macleane และ Gridiron ให้กับ Working Title Productions พวกเขาเขียนเรื่อง Skin ให้กับ Lumiere International ในปี 1998 เมื่อปีกลาย ทำงานเขียนบทให้เรื่อง Johnny English: Rogue Male แอนโธนี่ เวย์ (ผู้อำนวยการบริหาร) เป็นหนึ่งในสมาชิกชั้นนำของวงการภาพยนตร์อังกฤษมากว่า 40 ปี เปี่ยมไปด้วยประสพการณ์ทางด้านโปรดักชั่น และภาพยนตร์นานาชาติ เริ่มงานที่ Pinewood Studios ด้วยการฝึกงาน เขาไต่เต้าอย่างรวดเร็วขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้กำกับที่ 1 และใช้เวลาเกือบ 20 ปี ในหน้าที่นี้ และทำงานให้กับภาพยนตร์มากมาย รวมทั้งงานต้นฉบับของ Star Wars, The Elephant Man, Ladyhawke, Clash of the Titans, Julia, และหนังเจมส์ บอนด์สองเรื่อง - For Your Eyes Only และ Octopussy และได้รับ DGA (Directors Guild of America) Award จากเรื่อง Julia ในการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้เฟรด ซินเนแมนผู้วายชนม์จากผู้ช่วยผู้กำกับ เวย์ได้ทำงานเป็นผู้ควบคุมด้านโปรดักชั่นให้กับภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมทั้งหนังเจมส์ บอนด์สามเรื่อง - A View to a Kill, The Living Daylights, และ Licence to Kill จากนั้นได้ทำงานช่วยอำนวยการสร้างของเรื่อง GoldenEye และเป็นไลน์ โปรดิวเซอร์ของเรื่อง Tomorrow Never Dies, และตำแหน่งเดียวกันใน The World Is Not Enough การร่วมงานกับ Eon Productions มาถึง 21 ปี จนถึงหนัง 007 เรื่องปัจจุบัน นับเป็นงานบอนด์เรื่องที่เก้าแล้วแอนโทนี เวย์ ดำรงตำแหน่ง Governor for the Guild of Production Executives และทำงานให้กับหนังหลากหลายที่ดำเนินงานในกว่า 25 ประเทศทั่วโลก คอลลัม แมคดูกัล (ร่วมอำนวยการสร้าง) งานแรกในวงการภาพยนตร์ ได้แก่ โปรดักชั่น รันเนอร์ของเรื่อง Victor/Victoria และ the Hammer House of Horror ซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ ในปี 1982 เขารับตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับหมายเลขสามของเรื่อง Curse of the Pink Panther และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งหนังของมอนตี้ ไพธอน เรื่อง The Meaning of Life และ The Keep, ก่อนเลื่อนขึ้นเป็นหมายเลขสองในปี 1985 ในหน้าที่นี้เขาได้ทำงานในหนังกว่า 20 เรื่องรวมถึงหนังบอนด์สองเรื่อง (The Living Daylights และ Licence To Kill), และซีรี่ส์โทรทัศน์เรื่อง Inspector Morse, และ The Storyteller, The Witches, และ The Muppet Christmas Carol, ทุกเรื่องให้กับ Jin Henson Productions เขาทำงานเป็น 2nd AD ให้กับงานซีรี่ส์โทรทัศน์ทั้งสามปีกับจอร์จ ลูคัส เรื่อง The Young Indiana Jones Chronicles และ Lucasfilm/Universal ในเรื่อง Radioland Murders แมคดูกัลได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายโปรดักชั่นในหนัง 007 เรื่อง GoldenEye, และในตำแหน่งเดียวกันในเรื่อง Fierce Creatures และรีเมคของหนังไลฟ์แอ็คชั่นเรื่อง 101 Dalmatians เขาเป็นผู้ควบคุมโปรดักชั่นให้กับ Tomorrow Never Dies และ Alien Love Triangle และได้ร่วมอำนวยการสร้างให้กับแดนนี่ บอยล์ เรื่อง The Beach นำแสดงโดยลีโอนาโด ดีคาปริโอ เขาเป็นผู้บริหารให้กับเรื่อง Beautiful Creatures, Strictly Sinatra และ The Final Curtain ให้กับ DNA Films ร่วมงานกับดันแคน เคนเวอร์ธี และแอนดรู แมคโดนัลด์ ในการสร้างหนังคแมเมดี้เรื่อง The Parole Officer นำแสดงโดยสตีฟ คูแกน (ยังมีต่อ)

ข่าว จอห์น แมคเคน ล่าสุด