Pfizer Consumer Healthcare เปิดตัว Listerine Fluoride ด้วยคุณสมบัติใหม่ ทั้งระงับกลิ้นปากและป้องกันฟันผุ - newswit
กรุงเทพ--30 ต.ค.--ธอมสัน พับบลิค รีเลชั่นส์ Pfizer Consumer Healthcare ตอกย้ำผู้นำผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากเปิดตัว Listerine Fluoride ด้วยคุณสมบัติใหม่ ทั้งระงับกลิ่นปากและป้องกันฟันผุตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น อีก 30 ล้านบาทในปีแรก Listerine ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากทั่วโลก เปิดตัวสินค้าใหม่ "Listerine Fluoride" ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างของส่วผสมที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดคราบ หรือยับยั้ง แบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือก ฟันผุ และ กลิ่นปากอย่างได้ผลพร้อมข้อมูลวิจัยยืนยัน คุณภาพของผลิตภัณฑ์จากทันตแพทย์สมาคมทั่วโลก เผยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเพิ่มขึ้นอีก 7-10 % นายเจริญ ศิรินาม ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค กลุ่มประเทศอาเซียน Pfizer Consumer Healthcare เปิดเผยว่า Listerine เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอายุมานานกว่า 123 ปี ซึ่งนับว่าเป็นสินค้าที่โดดเด่นที่สุด ของ Pfizer Consumer Healthcare เป็นสินค้าที่เป็นอันดับ 1 ของทั่วโลก ซึ่งได้รับการยอมรับ และเชื่อมั่นจากทั้งผู้บริโภคและสถาบันทางทันตกรรมทั่วโลกที่ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพในช่องปากให้ดีเช่น British Dental Association, Canadian Dental Association เป็นต้น และอีกหลายสมาคม จนสามารถครองใจผู้บริโภคอย่างยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ นั่นคือ มีการพัฒนาด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์มาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทั้งในด้านของสูตรที่สามารถลด การสะสมของคราบแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ในช่องปาก และฟัน ซึ่งมีเอกสารผลการวิจัย ที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนในเรื่องคุณภาพ และไม่มีใครทำเหมือน Listerine รวมทั้งลักษณะบรรจุภัณฑ์ ข้อบ่งใช้ ตลอดจนการทำวิจัยเพื่อหาความต้องการของผู้บริโภคตลอดเวลา และความเอาใจใส่ดูแล ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอในเรื่องของสุขภาพอนามัยของปากและฟัน น้ำยาบ้วนปาก Listerine เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ เนื่องจากใช้สูตรเดียวกันทั่วโลก ไม่ว่าจะซื้อ Listerine ที่ไหน ก็ได้สินค้าที่มีคุณภาพ เหมือนกันทั่วโลก ในภาพรวมของการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากในต่างประเทศนั้นการสำรวจพบว่า กว่า 50% ของจำนวนบ้านจะมีน้ำยาบ้วนปากในบ้านเสมอ สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือกำลังพัฒนาในเอเชีย ด้วยกัน ในภาพรวมของการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากในต่างประเทศนั้นการสำรวจพบว่า กว่า 50% ของจำนวนบ้านจะมีน้ำยาบ้วนปากในบ้านเสมอ สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือกำลังพัฒนาในเอเชีย ด้วยกันการสำรวจพบว่า ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ้มประเทศสหภาพยุโรป หรือประเทศที่เจริญกว่าประเทศในแถบเอเซีย แนวโน้มนั้นจะเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยศักยภาพรายได้ของประชากร แต่ละประเทศที่มีผลต่อเนื่องกับสภาพเศรษฐกิจ สำหรับในเอเชีย ไทยและมาเลเซีย มีน้ำยาบ้วนปาก ในบ้าน ประมาณ กว่า 20 % ส่วนสิงคโปร์ มี 47 % ฮ่องกงใกล้เคียงกับสิงคโปร์ ส่วนอินโดนีเซียมี 10 % ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น เวียดนาม เขมร ลาว นั้น ยังไม่มีข้อมูล แต่ว่าเริ่มมีการใช้น้ำยาบ้วนปาก กันมากขึ้น นายเจริญ กล่าวต่อไปว่า ในทุกประเทศที่มี Listerine นั้น Listerine เป็น Market Leader เสมอ ด้วยตัวเลขแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 25 จนถึง 70 % แล้วแต่ประเทศ บางประเทศในเอเซีย มีส่วนแบ่งการตลาด ถึง 60 % กว่า มาเลเซียเองก็มี 60 % กว่า สิงคโปร์ และฮ่องกง ใกล้เคียงกัน คือ 50 % สำหรับในประเทศไทย โดยภาพรวม คาดว่าในปีหน้า Listerine จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 7-10% จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Listerine Fluoride ใหม่นี้ "เรารู้ว่า Fluoride เป็นสิ่งจำเป็นที่ป้องกันฟันผุ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ทำให้บริษัทแม่ ทำการพัฒนาสินค้าผสม Fluoride ลงไปในสินค้า เพื่อช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังมีฤทธิ์ในการลดเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก ด้วยเหตุนี้เราจึงมั่นใจว่า ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น" นายเจริญกล่าว สำหรับปี พ.ศ.2546 Listerine เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคตัวแรกของ Pfizer Consumer Healthcare ที่มียอดขายทั่วโลกรวมกันเกินกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทางด้านนายวรยุทธ วัชโรทยางกูร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Pfizer Consumer Healthcare กล่าวว่าบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ Listerine Fluorine ขึ้น ที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากน้ำยาบ้วนปากด้วยกันประกอบด้วย Essential Oil คือ สารสกัดที่พบอยู่ในธรรมชาติ 4 ตัวหลักก็คือ ไทมอล เมนทอล เมทิลซาลิไซเลท และยูคาลิปตอล ทั้งสี่ตัวนี้มีฤทธิ์เป็น Antiseptic ที่จะยับยั้งและลดคราบแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือก และฟัน รวมทั้งกลิ่นปาก ส่วนฟลูออไรด์มีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุ โดยมีการทดลองทางคลินิกที่ให้ผลอย่างชัดเจนว่ามีประสิทธิภาพทั้งในการป้องกันฟันฟุและปัญหาสุขภาพเหงือก ในบางประเทศจึงใช้ชื่อสูตรว่าเป็น Teeth & Gum Care กลุ่มเป้าหมาย อายุ 19-40 ปี ทั้งนี้ภายหลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Listerine Fluoride แล้ว คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นอีก 30 ล้านบาท "คาดว่ายอดขายของเราเองในปัจจุบัน ปีนี้เราคาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 380 ล้านบาทในส่วนของกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของลิสเตอรีน รวมทั้งให้ความรู้แก่ผู้บริโภคและการประชาสัมพันธ์นั้น ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป" นายวรยุทธกล่าว สำหรับภาพรวมของตลาดน้ำยาบ้วนปากของ Pfizer Consumer Healthcare แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ด้วยกัน คือ 1.กลุ่ม Antiseptic Mouthwash คือ Listerine ซึ่งจะประกอบด้วย 3 รสชาติ คือ Original,Coolmint และ Freshburst ส่วนกลกุ่มที่ 2 คือ กลุ่มฟลูออไรด์ ได้แก่ Listermint กลุ่มที่สาม เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ผสมทั้ง Antiseptic และ ฟลูออไรด์เข้าด้วยกัน คือ Listerine Fluoride สำหรับการแข่งขันด้านการตลาด เราพบว่ามีรูปแบบการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น มีน้ำยาบ้วนปากยี่ห้อใหม่ๆ เข้ามา และใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่ก็มักเลียนแบบสินค้าที่เป็นผู้นำด้านการตลาด และใช้ราคาที่ถูกกว่าเป็นกลยุทธ์ รวมทั้งร้านค้าเองก็ออกสินค้าของตนเองออกมา (house brands) โดยใช้ราคาเป็นกลยุทธ์หลัก สำหรับ Pfizer นั้นเราเน้นด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เป็นหลัก ทุกสูตรของเราต้องผ่านการค้นคว้าและวิจัยซึ่งเป็นการทดสอบระยะยาวก่อนวางจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะการทดสอบทางคลินิก ซึ่งเราทำให้สถาบันทางทันตกรรมที่ได้มาตรฐาน หลายการวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทันตแพทย์ที่มีชื่อเสียง จนลีสเตอรีน เป็นที่ยอมรับตากวงการทันตกรรมทั่วโลก ทำให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพจริง "สำหรับ Listerine Fluoride นั้น เป็นอีกก้าวหนึ่งของน้ำยาบ้วนปากที่พัฒนาขึ้นเพื่อทันตสุขอนามัยที่ดี ให้ครบถ้วนทั้งการป้องกันฟันผุ และสุขภาพเหงือกที่ดี ที่เรามั่นใจในประสิทธิภาพ เพราะผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าได้ผลจริง และให้ผลที่แตกต่างจากน้ำยาบ้วนปากทั่วไปในท้องตลาดปัจจุบัน" นายวรยุทธก่าว รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณลลิดา คชคง และคุณวงจันทร์ ตั้งทรงศักดิ์ ธอมสัน พับลิค รีเลชั่นส์ / โทร. 0-2260-0820 ต่อ 2192 และ 2193 / Fax. 0-2259-9246--จบ-- -ยอ/สส-