บอร์ดตลท. มีมติไม่เร่งแปรรูป แต่ให้ติดตามศึกษาผลดีผลเสียการแปรรูปองค์กรเป็นเอกชนต่อไป - newswit
กรุงเทพฯ--31 ต.ค.--ตลาดหลักทรัพย์ฯ บอร์ดตลท. มีมติให้ศึกษาผลดีผลเสียการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์เป็นเอกชนต่อเนื่อง โดยให้ติดตามพิจารณาผลดีผลเสียที่เกิดขึ้นจากการแปรรูปองค์กรตลาดหุ้นในต่างประเทศ และให้ศึกษาผลกระทบในระยะยาวให้รอบคอบ และยังมีมติให้ยกเลิกเกณฑ์การห้ามเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอให้รับหลักทรัพย์เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ลดความซ้ำซ้อน กับเกณฑ์ของ กลต. พร้อมแต่งตั้งบอร์ดใหม่ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2545 ว่า ได้มีการพิจารณาเรื่องการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นองค์กรเอกชน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ได้ศึกษาแนวคิดดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2543 และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาปรับองค์กรตลาดหลักทรัพย์เป็นเอกชนขึ้นเพื่อศึกษาแนวทางการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ในปี 2544 โดยได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องมาเป็นระยะ ๆ และได้นำเสนอผลการศึกษาต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์นั้น ควรพิจารณาบนพื้นฐานที่จะทำให้ตลาดหลักทรัพย์บรรลุวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์มีโครงสร้างกำกับดูแลองค์กร ที่สะท้อนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ในตลาดทุนอย่างเหมาะสม "คณะกรรมการฯได้พิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์จากผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุน องค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้วเห็นว่า ยังไม่ควรเร่งแปรรูปองค์กรตลาดหลักทรัพย์เป็นเอกชน โดยจากการพิจารณาผลดีผลเสียของการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ พบว่ายังมีข้อโต้เถียงถึงผลดีผลเสียของการแปรรูปองค์กรซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน อีกทั้งในปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ต้องการระดมทุน เนื่องจากมีทุนในการบริหารงานอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการฯจึงมีมติให้ติดตามศึกษาถึงผลดีผลเสียของการแปรรูปอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวมีความรอบคอบมากที่สุด และเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบในเชิงลบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน" นายกิตติรัตน์กล่าว ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานและการตัดสินใจมากขึ้น อาทิ การปรับกลยุทธ์การดำเนินการเป็นกลยุทธ์เชิงรุก มีการปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอก มีการจัดทำระบบประเมินผลงานภายใน การปรับปรุงระบบการประเมินและผลตอบแทนพนักงานรวมทั้ง ปลูกฝังวัฒนธรรมใหม่ในการทำงาน นอกจากนี้ ได้มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จำนวน 11 ท่าน โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการจากผู้บริหารของบริษัทสมาชิก ซึ่งเดิมเคยมีอยู่ถึง 5 ท่าน ให้ลดลงเหลือเพียง 3 ท่าน โดยบริษัทสมาชิกได้แต่งตั้งตัวแทน 2 ท่านจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่เป็นผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัทสมาชิก เข้ามาร่วมกำหนดนโยบายในการทำงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ โครงสร้างของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จึงสามารถสะท้อนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เหมาะสมและหลากหลาย ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีความพร้อมต่อการบริหารงาน แม้จะยังไม่มีการแปรรูปองค์กร นอกจากนี้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยังได้มีมติยกเลิกเกณฑ์การห้ามการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอให้รับหลักทรัพย์เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน รวมถึงบริษัทย่อย ผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้บริหารและที่ปรึกษาทางการเงินเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ได้อยู่ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ หนังสือชี้ชวน และเอกสารที่ยื่นไว้กับตลาดหลักทรัพย์หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมทั้งข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาของหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2537 เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับเกณฑ์ของก.ล.ต. ทั้งนี้ เกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลที่ก.ล.ต.กำหนดสำหรับบริษัทที่ยื่นเสนอขายหลักทรัพย์ให้ที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สามารถเผยแพร่บทความหรืองานวิจัยหลักทรัพย์ได้ หากเปิดเผยถึงความมีส่วนได้ส่วนเสีย และทำด้วยความระมัดระวังและเป็นกลาง คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยังมีมติให้แต่งตั้งกรรมการบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2546 จำนวน 11 คน ประกอบด้วยกรรมการตลาดหลักทรัพย์ 4 คน ได้แก่ นายชวลิต ธนะชานันท์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เป็นประธาน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เป็นรองประธาน นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก ก.ล.ต. และนายสุวิทย์ มาไพศาลสิน กรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกเป็นกรรมการ รวมทั้งแต่งตั้งผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ นางภัทรียา เบญจพลชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เป็นกรรมการ นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คนเป็นกรรมการ ได้แก่ นายเตชะทิพย์ แสงสิงแก้ว รองผู้ว่าการด้านบริหารจากธนาคารแห่งประเทศไทย นางสาวอรจิต สิงคาลวณิช อธิบดีกรมทะเบียนการค้า นายสุวิทย์ อุดมทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สายงานธุรกิจต่างประเทศและวานิชธนกิจ นายจรัมพร โชติกเสถียร ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานเทคโนโลยี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)และดร.สุรัตน์ พลาลิขิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด ทั้งนี้ โดยมี นางนงราม วงษ์วานิช เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท--จบ-- -ศน-