"เทียนไชย" มั่นใจค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าแม่นยำเห็นได้จากพีคที่ผ่านมา - newswit

กรุงเทพฯ--28 เม.ย.--สนพ. "เทียนไชย" มั่นใจค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าแม่นยำเห็นได้จากพีคที่ผ่านมา ใกล้เคียงกับที่พยากรณ์ไว้ และหวั่นปัญหาไฟตกไฟดับ หากในอนาคตไม่มีโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามา นอกจากนี้สถิติการปรับปรุงค่าพยากรณ์จำนวน 12 ครั้ง มีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 6% นายเทียนไชย จงพีร์เพียร ประธานคณะอนุกรรมการการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้ากล่าวว่า จากตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 ที่ระดับ 17,826 เมกะวัตต์ ซึ่งใกล้เคียงกับที่คณะอนุกรรมการฯ พยากรณ์ค่าพีคของปี 2546 ที่ระดับ 17,843 เมกะวัตต์ หรือมีความคาดเคลื่อนเพียง 0.09% แสดงให้เห็นว่าการพยากรณ์มีความแม่นยำมากขึ้น โดยค่าพีคของปีนี้ ยังอาจสูงขึ้นได้อีก แต่คาดว่าจะไม่ต่างจากค่าพยากรณ์มากนัก นอกจากนี้ตัวเลขพีคที่สูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าในขณะนี้ลดลงอยู่ที่ระดับ 36% และตามแผนพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าของคณะอนุกรรมการฯ ที่คาดว่าความต้องการไฟฟ้าเฉลี่ยในช่วงแผนฯ 9 (2545-2549) จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 1,100 เมกะวัตต์ต่อปี ในอนาคตหากไม่มีโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามา ปริมาณสำรองไฟฟ้าในปี 2552 อาจลดลงอยู่ที่ระดับประมาณ 7% โดยหากเศรษฐกิจเติบโตขึ้นและความต้องการใช้ไฟสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจเกิดปัญหาไฟตกไฟดับ จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ สำหรับ ค่าพยากรณ์ที่ใช้ชุดปัจจุบัน คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการปรับปรุงค่าพยากรณ์ใหม่เมื่อเดือนสิงหาคม 2545 โดยใช้เป้าหมายทางเศรษฐกิจในช่วงแผนฯ 9 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และพิจารณาถึงนโยบายการประหยัดไฟฟ้าของรัฐ เช่น โครงการประหยัดไฟกำไร 2 ต่อ โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา (TOU) เป็นต้น รวมถึงแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์พลังงานของประเทศ มาประกอบ ทั้งนี้ หากศึกษาการปรับปรุงค่าพยากรณ์ฯ ย้อนกลับไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2536 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 12 ครั้ง พบว่า ความคลาดเคลื่อนของทุกกรณีโดยเฉลี่ยจะไม่เกินร้อยละ 6 อย่างไรก็ตามค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า ที่อาจทำให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าในปัจจุบันสูงที่ระดับ 36% เป็นผลจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ที่ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ก็ได้มีการปรับค่าพยากรณ์ใหม่ภายหลังวิกฤตทันทีในเดือนตุลาคม 2540 ไม่เช่นนั้นปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นอาจสูงเกือบ 60% และได้มีการปรับเรื่อยมาจนกระทั่งเป็นชุดที่ใช้ในปัจจุบัน "ค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าที่น่าเชื่อถือมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง จะนำไปวางแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า ระบบส่ง และระบบสายจำหน่าย หากพยากรณ์ต่ำ จะส่งผลให้ไฟฟ้าไม่เพียงพอและเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ แต่ถ้าพยากรณ์สูง การก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบจำหน่ายเกินความจำเป็นจะกลายเป็นภาระค่าไฟแก่ประชาชนได้"--จบ-- -ศน-

ข่าว เทียนไชย จงพีร์เพียร ล่าสุด