นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมการท่าเรือแห่งประเทศไทย
กรุงเทพฯ--29 เม.ย.--ศูนย์ ปชส.กระทรวงคมนาคม พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายวันชัย ศารทูลทัต ประธานคณะกรรมการ กทท. คณะกรรมการฯ นายมานะ ภัทรธรรม ผู้อำนวยการ กทท. และผู้บริหารระดับสูงของ กทท.ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2546 เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ณ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินการและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการของ กทท. แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงถึงการมาตรวจเยี่ยม กทท. ว่าการบริหารงานของ กทท.ในปัจจุบันสภาพการบริหารมีกำไร ภาระหนี้สินค่อนข้างต่ำ หากแต่ในอนาคตอาจจะเกิดปัญหาเนื่องจาก กทท. เป็น 1 ใน 3 รัฐวิสาหกิจที่มีระบบบำเหน็จบำนาญ อันเป็นภาระผูกพันระยะยาว เป็นอุปสรรคต่อการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ประกอบกับแนวทางการแปรรูป กทท. ตามที่บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินเสนอมีความไม่เหมาะสมในหลายด้าน จึงได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการ กทท. และผู้บริหาร กทท.พิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1. เนื่องจาก ขณะนี้ กทท.มีฐานะการเงินอยู่ในสภาพคล่อง จึงให้ กทท.หารือกับกระทรวงการคลังในการเจรจาขอชำระหนี้ก่อนครบกำหนดทั้งหมดประมาณ 3,900 ล้านบาท เพื่อนำส่วนลดของดอกเบี้ยประมาณ 180 ล้านบาท มาชดเชยภาระในส่วนของบำเหน็จบำนาญ 2. ให้ กทท. วางแผนการใช้ที่ดินทั้งระบบ เพื่อพัฒนาการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้กระเคหะแห่งชาติ และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ร่วมพิจารณาวางแผนการใช้ที่ดิน รวมถึงการดูแลชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย 3. ให้ กทท. ดำเนินการลดขนาดการใช้ท่าเรือกรุงเทพ และขยายการใช้ท่าเรือแหลมฉบังเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีศักยภาพรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ประเทศไทยจะเพิ่มผลผลิตการส่งออก รวมถึงเป็นศูนย์กลางให้กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย 4. ให้ กทท. พิจารณาแก้ปัญหาระบบบำเหน็จบำนาญเพื่อไม่ให้เป็นภาระของกทท.ในอนาคต โดยพนักงานจะต้องไม่เสียสิทธิและไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยให้กระทรวงการคลังร่วมพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย 5. ให้ กทท. พิจารณาการปรับโครงสร้างองค์กร และการบริหารจัดการ กทท.ทั้งในส่วนของท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบังใหม่ แล้วจึงจะพิจารณาเรื่องการนำ กทท.เข้าตลาดหลักทรัพย์ต่อไป--จบ-- -ชต/นห-