จอห์นสันฯเปิดโครงการ "จอห์นสัน เบบี้ ทัช สัมผัสรักจากแม่"ส่งเสริมสายใยรักจากพ่อแม่สู่ลูกผ่าน 14 ท่านวดสัมผัสรัก

กรุงเทพฯ--11 เม.ย.--จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ห่วงใยสายสัมพันธ์รักของครอบครัว เปิดโครงการ "จอห์นสัน เบบี้ ทัช: สัมผัสรักจากแม่" เพื่อเผยเคล็ดลับ 14ท่านวดสัมผัสถ่ายทอดสายใยรัก จากพ่อแม่สู่ลูก หวังส่งเสริมพัฒนาการที่ดีของลูกน้อยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตเป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพในอนาคต นางสาวสุพัชรมณี ศรีวลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กจอห์นสัน เปิดเผยว่า วัยขวบปีแรกของลูกน้อยเป็นวัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นการที่เด็กได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรักความใกล้ชิดจากพ่อแม่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสายใยรักของครอบครัวจะทำให้เด็กมีพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจ และพร้อมที่เติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพต่อไป "จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน" ซึ่งสนับสนุนและส่งเสริมความสัมพันธ์ของครอบครัวเสมอมา ได้ตระหนักถึงคุณค่าของสายใยรักของพ่อ แม่ลูก จึงได้ริเริ่มจัดตั้งโครงการนวดสัมผัสทารก มาตั้งแต่ปี 2535 โดยให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับการนวดสัมผัส แก่ทางศิริราชพยาบาล เพื่อใช้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการนวดโดยเฉพาะ ในปี 2538 จอห์นสันฯได้เริ่มเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการนวดสู่กลุ่มพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ทั่วประเทศถึงเหตุผลที่ต้องนวด ประโยชน์ และคุณค่าที่ลูกน้อยจะได้รับจากการนวดสัมผัส จากนั้นในปี 2540 จอห์นสันฯได้เริ่มเผยแพร่โครงการ จอห์นสัน เบบี้ ทัช สัมผัสรักจากแม่" เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการนวดสัมผัสสู่คุณแม่ และประชาชนทั่วประเทศ ถึงวันนี้นับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ทุ่มเทงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท สานต่อเจตนารมย์ในการสนับสนุน ส่งเสริมงานวิจัย ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการนวดสัมผัส ให้แก่วงการแพทย์ พยาบาล คุณพ่อ คุณแม่ และประชาชนทั่วไป โดยในกลุ่มของพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ จอห์นสันฯ สามารถเผยแพร่ความรู้เรื่องการนวดได้แล้วถึง 4,000 คน คิดเป็นสัดส่วน 1: 5 ของจำนวนพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ทั่วประเทศที่มีประมาณ 20,000 คน กว่า 10 ปีที่จอห์นสันฯ ได้ดำเนินการสานต่อโครงการ "จอห์นสัน เบบี้ ทัช : สัมผัสรักแม่" มาอย่างต่อเนื่อง ก็เพื่อเสริมสร้างความรู้ความใจในเรื่องการนวดสัมผัส ให้ความรู้เบื้องต้นในการดูแลรักษาสุขภาพลูกน้อย พร้อมทั้งปลูกฝังค่านิยมในการสร้างความรักความอบอุ่นระหว่างครอบครัว นอกจากนี้จอห์นสันฯยังมีสถาบันเพื่อการศึกษาวิจัย และให้ข้อมูลความรู้ด้านกุมารเวชศาสตร์โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.jjpi.com ในปีนี้จอห์นสันฯได้กำหนดจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องการนวดสัมผัสรักขึ้นในหัวข้อ "สร้างสัมผัสรัก เสริมพัฒนาการ" แก่คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยอายุตั้งแต่ 0-3 ปี เพื่อเผยเคล็ดลับ 14 ท่านวดสัมผัสรักที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการแก่ลูกน้อยทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ ตลอดจนส่งเสริมสายใยรักระหว่างพ่อ แม่ และลูกน้อย "การนวดสัมผัสเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งของพ่อแม่ เพราะระหว่างการนวดพ่อแม่จะได้ถ่ายทอดความรู้สึกลึกๆถึงสายสัมพันธ์ความรักที่มีต่อลูก ผ่านการนวดสัมผัสจากมือพ่อและแม่ ซึ่งลูกจะสัมผัสความรู้สึกความรักจากพ่อแม่ได้การนวดสัมผัสจะช่วยเสริมสร้างให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ ร่างกาย และการเข้าสังคม" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกล่าว และเสริมว่า จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน สหรัฐอเมริกา ได้สนับสนุนการศึกษาวิจัยและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการนวดสัมผัส มาเป็นเวลากว่า 20 ปีเพื่อส่งเสริมพัฒนาการแก่ลูกน้อย พร้อมมอบเงินทุนสนับสนุนงานวิจัย เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการนวดสัมผัสแก่พยาบาลทุกคน โดย ดร.ทิฟฟานี ฟิลด์ ผู้อำนวยสถาบันวิจัยการสัมผัส มหาวิทยาลัย ไมอามี่ ซึ่งจอห์นสันฯเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนในงานวิจัยเรื่องนวดสัมผัสมาตลอด ถือได้ว่าเป็นเจ้าแห่งวงการนวดสัมผัสสำหรับเด็กในปัจจุบัน การสัมมนา "สร้างสัมผัสรัก เสริมพัฒนาการ" จะจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2546 ที่จะถึงนี้ในเวลา 8.30-12.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ครั้งที่ 2 ในเดือนกรกฎาคม 2546 และครั้งที่ 3 ภายในเดือนตุลาคม 2546 ซึ่งคาดว่าจะมีคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองนำลูกน้อยเข้าร่วมโครงการฯในครั้งนี้กว่า 1,000 คนจากทั่วประเทศ ด้านวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดสัมผัสเด็กที่มาร่วมสาธิตการนวดสัมผัสในงานแถลงข่าวครั้งนี้ คือรองศาสตราจารย์วิไล เลิศธรรมเทวี อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การนวดถือเป็นการสัมผัสรักรูปแบบหนึ่งที่ช่วยสร้างความรักความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูก และเสริมสร้างพัฒนาการให้แก่ลูกน้อย โดยการนวดสัมผัสมีประโยชน์ต่อลูกน้อยในหลายๆด้าน ได้แก่ 1. ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ทำให้มีการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของลูกให้แข็งแรงทั่วตัว ข้อต่อต่างๆสามารถรับน้ำหนักและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมที่จะหัดคลาน นั่ง ยืน เดิน 2. ช่วยในการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ ระบายลม ลดอาการท้องอืด ทารกจึงรับประทานนมได้มากขึ้น 3. ช่วยลดการเจ็บปวดให้น้อยลง โดยยับยั้งการนำสัญญาณความเจ็บปวดไปสู่สมอง 4. การนวดช่วยกระตุ้นการดูดกลืน ทำให้ระบบการย่อยดีขึ้น เนื่องจากระบบการย่อยของเด็กเล็กยังทำงานไม่เป็นปกติ สำหรับท่านวดที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสำหรับลูกจะเริ่มจากศีรษะ แขน ขา ไล่ลงไปถึงฝ่าเท้าและหลัง โดยทำซ้ำท่าละ 3-5 ครั้ง ระยะเวลาไม่ควรนานเกิน 15 นาที ขณะนวดควรสังเกตปฏิกริยาโต้ตอบของลูกด้วย ถ้าลูกยิ้ม อารมณ์ดี แสดงว่าการนวดถูกต้องเหมาะสม ถ้าลูกขัดขืน ไม่ยินยอมหรือร้องไห้ ควรหยุดนวดทันที และค่อยๆปลอบโยนจนกว่าลูกจะพร้อมที่จะสนุกสนานกับการนวดอีกครั้ง จึงเริ่มนวดใหม่ ทั้งนี้ท่านวดสัมผัสรักมีคุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติมีด้วยกัน 14 ท่า อาทิ ท่านวดศีรษะและใบหน้า ได้แก่ ท่าที่คาดผมจัดท่าให้ลูกนอนหงายวางฝ่ามือทั้ง 2 ข้างบนศรีษะให้นิ้วมือประสานกันเล็กน้อยตรงแนวกึ่งกลางศีรษะลูบลงมาจนถึงปลายคาง (ทำ 5 ครั้ง) ท่านวดสำหรับนวดหน้าอกได้แก่ ท่าเปิดหนังสือ โดยใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้างลูบไล้บริเวณกลางหน้าอกแยกมือออกจากกัน ไปทางด้านข้างของลำตัวตามแนวซี่โครง โค้งลงมาชนกันที่กลางท้องน้อย โดยให้ตำแน่งของการเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนการวาดรูปหัวใจ (ทำ5ครั้ง) ท่านวดกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ท่าไอเลิฟยู ใช้ฝ่ามือลูบเป็นเส้นตรงจากใต้ราวนมด้านซ้ายถึงบริเวณท้องน้อยเป็นตัวไอ (I) (ทำ5ครั้ง) เป็นต้น รศ.วิไล กล่าวอีกว่า นอกจากการนวดสัมผัสรักจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยแล้ว ยังเป็นการสร้างความผูกพันทางจิตใจ เพราะเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ใกล้ชิดพูดคุยมองหน้าและสบตากับลูก จากการศึกษาผลการนวดสัมผัสในเด็กปกติ พบว่าทารกที่ได้รับการนวดจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อารมณ์แจ่มใส ตื่นตัว และมีพัฒนาการทางสังคมมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าระดับฮอร์โมนความเครียดลดลง และมีฮอร์โมนความสุขเพิ่มขึ้น สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดจากการศึกษาของ ดร.ทิฟฟานี ฟิลด์ ผู้อำนวยการสถาบันการสัมผัสแห่งมหาวิทยาลัยไมอามี่ สหรัฐอเมริกาในปี 2529 พบว่าทารกได้รับการนวดวันละ3 ครั้งๆ ละ15 นาที เป็นระยะเวลา 10 วัน มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นร้อยละ 47 และมีสุขภาพแข็งแรง "การนวดสัมผัสรักให้กับลูกน้อยไม่ใช่เรื่องยาก เพราะไม่มีท่านวดที่ตายตัว เพียงแต่สอดใส่ความรักให้ลูกน้อยระหว่างการนวดเท่านั้น แต่หากมีโอกาสได้ฝึกท่าต่างๆของการนวดก่อนก็จะช่วยให้สามารถนวดส่วนต่างๆของลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดสำคัญของการนวดสัมผัสรักอยู่ที่เวลาในการนวดมากกว่า โดยไม่ควรนวดหลังจากที่ลูกรับประทานนมอิ่มใหม่ ๆ เพราะจะทำให้ลูกอาเจียนนมออกมาได้ แต่ควรนวดในเวลาที่ทั้งคุณแม่และลูกน้อยมีอารมณ์แจ่มใส เช่น หลังอาบน้ำเช้าหรือเย็น ฯลฯ การสัมผัสนับเป็นการสื่อสารและเรียนรู้ขั้นแรกของลูก เด็กที่ได้รับการโอบกอดสัมผัสอยู่เสมอจะรู้สึกว่าตนเป็นที่รักและต้องการของพ่อแม่ และเริ่มเรียนรู้ที่จะรักตอบพ่อแม่ และคนรอบข้าง" รศ.วิไล กล่าวทิ้งท้าย สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ที่ต้องการเข้าร่วมการสัมมนาในโครงการ "จอห์นสัน เบบี้ทัช สัมผัสรักจากแม่" ตอน "สร้างสัมผัสรัก เสริมพัฒนาการ" โดยทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ รศ.พญ.นิตยา คชภักดี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อพัฒนาเด็กและครอบครัว รศ.วิไล เลิศธรรมเทวี ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ รศ.ลาวัณย์ ผลสมภพ จากคณะพยาบาลศาสตร์ และนางสาวทวินันท์ คงคราญ หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ ช่อง 5 ในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2546 ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย (ซอยศูนย์วิจัย) ถนนเพชรบุรี สามารถสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่โทรศัพท์ 0-2332-9790 ,0-2742-6920 โทรสาร 0-2332-6129 ในวันและเวลาราชการ (รับจำนวนจำกัด) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร. 0-2332-6060 ต่อ 1125 ,1135--จบ-- -ศน-

ข่าว สุพัชรมณี ศรีวลี ล่าสุด