ภาครัฐและเอกชนร่วมประกาศเจตนารมณ์ส่งเสริมบรรษัทภิบาลที่ดีมุ่งพัฒนาตลาดทุนไทย - newswit

กรุงเทพฯ--11 เม.ย.--ตลาดหลักทรัพย์ฯ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ย้ำประเทศไทยยังต้องเร่งสร้างบรรษัทภิบาล รุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เร่งส่งเสริมและนำหลักบรรษัทภิบาลไปปฏิบัติ เผย 1 ปีที่ผ่านมามีการสร้างกลไกเพื่อผลักดันบรรษัทภิบาลครบทุกด้าน ทั้งการกำกับดูแลของทางการ แรงผลักดันจากสังคม และความตั้งใจจากภาคเอกชน เน้นต้องมีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังจึงจะเห็นผลที่เป็นรูปธรรม ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา “เส้นทางสู่บรรษัทภิบาล” ในวันนี้ (10 เมษายน 46) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดโดยคณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ ซึ่งมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ การสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้ภาคธุรกิจ ผู้ลงทุน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ได้รับรู้ถึงความก้าวหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบรรษัทภิบาลที่ดีของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง และเป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนที่จะผลักดันระบบบรรษัทภิบาลที่ดีให้เป็นที่แพร่หลายและส่งเสริมให้มีการนำไปปฏิบัติ รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือที่จะเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "นับแต่รัฐบาลได้ประกาศให้การส่งเสริมบรรษัทภิบาลเป็นวาระแห่งชาติ ถึงวันนี้ก็ครบรอบกว่าหนึ่งปี ถือได้ว่าเป็นปีแรกที่มีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจังโดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กลไกหลักที่จะช่วยให้เกิดบรรษัทภิบาลได้ถูกพัฒนาขึ้นครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการกำกับดูแลของทางการ แรงผลักดันจากสังคม และความตั้งใจจากภาคเอกชน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ที่ครบวงจร งานสัมมนา "เส้นทางสู่บรรษัทภิบาล"ในวันนี้ ก็เป็นอีกเวทีหนึ่งที่ใช้ในการยกย่องบริษัทจดทะเบียนที่มีบรรษัทภิบาลในระดับดี และเปิดโอกาสให้มีการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิที่ประสบความสำเร็จจากการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล อย่างไรก็ดี การมุ่งสู่บรรษัทภิบาลที่ดีไม่ได้เสร็จสิ้นเพียงเท่านี้ ขั้นต่อไปต้องอาศัยความร่วมมือและความตั้งใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องในการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยการใช้กลไกต่าง ๆ ที่ได้พัฒนาให้ทำงานอย่างมีประสิทธิผล และบรรลุเป้าหมายที่มุ่งยกระดับบรรษัทภิบาลในประเทศไทยให้เทียบเท่าสากลต่อไป เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย และชื่อเสียงของประเทศไทยโดยรวม" นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานด้านยกระดับบรรษัทภิบาลที่ดีว่า "หนึ่งปีที่ผ่านมาหลายมาตรการได้สำเร็จเห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะมาตรการด้านการให้สิ่งจูงใจ และการวางโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลเป็นการกระตุ้นผู้ที่เกี่ยวข้องให้เห็นความสำคัญของบรรษัทภิบาลที่ดี อาทิเช่น การจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี การมอบรางวัล Disclosure Award และ Board of the Year การจัดตั้งองค์กรผู้ถือหุ้นรายย่อย การทำหน้าที่ให้คำปรึกษาของศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CG Center) โครงการเสริมสร้างความรู้ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และการประชาสัมพันธ์เชิงรุกทุกรูปแบบ" สำหรับมาตรการที่เป็นการพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีให้แก่ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมบรรษัทภิบาลที่ดีนั้น มีความคืบหน้าและคาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมในเร็ว ๆ นี้ เช่น การกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทประกัน รวมทั้งการกำหนดหลักบรรษัทภิบาลที่ดีของบริษัทจดทะเบียนและสมาชิกหอการค้าไทย พร้อมกับส่งเสริมให้มีการประเมินผลการปฏิบัติตามหลักการดังกล่าวด้วย นายประสารกล่าวต่อว่า "เรื่องการปรับโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถือหุ้นและการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนที่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลานั้น ก็ได้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดและกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ ให้ทางการพิจารณาในขณะเดียวกัน ก็ได้เสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการดำเนินคดีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และยังได้ปรับปรุงข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อเพิ่มความรัดกุมและป้องกันการถ่ายเทผลประโยชน์ ซึ่งจะได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องในเดือนพฤษภาคมนี้ นอกจากนี้ ยังได้ผลักดันให้ร่างกฎหมายวิชาชีพบัญชีมีผลใช้บังคับโดยเร็ว เพื่อให้มีกฎหมายรองรับมาตรฐานวิชาชีพบัญชีและมีศูนย์รวมของผู้ประกอบวิชาชีพอีกด้วย" นายชวลิต ธนะชานันท์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสร้างความรู้ความเข้าใจและประชาสัมพันธ์การดำเนินการเกี่ยวกับบรรษัทภิบาลในประเทศไทย เกี่ยวกับบรรษัทภิบาลที่ดี กล่าวว่า "งานสัมมนา "เส้นทางสู่บรรษัทภิบาล"ครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนงานรณรงค์เรื่องบรรษัทภิบาลที่ต่อเนื่องจากปี 2545 แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินงานเพื่อยกระดับบรรษัทภิบาลในภาคธุรกิจไทยจนสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วหลายเรื่อง และเป็นเวทีแห่งการประกาศเกียรติคุณผู้ที่มีบรรษัทภิบาลที่ดีให้เป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน ตลอดจนเป็นช่องทางให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ภาคธุรกิจจะมุ่งสู่การมีบรรษัทภิบาล ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ โดยทุกฝ่ายมีจุดยืนร่วมกันที่จะส่งเสริมบรรษัทภิบาลให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพื่อความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระยะยาว" สำหรับเนื้อหาการสัมมนา "เส้นทางสู่บรรษัทภิบาล" ในวันนี้ ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับรางวัลและได้รับการยกย่องด้านบรรษัทภิบาลจากในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์ของการมีบรรษัทภิบาลที่ดี ได้แก่ นายชีระ ภาณุพงศ์ ประธานกรรมการ บมจ.บ้านปู นายวิเศษ จูภิบาล กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. และ นายสิริวุทธ์ เสียมภักดี รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย ได้มาร่วมถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์เกี่ยวกับบรรษัทภิบาล และแนวทางของการนำไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ โดยมีนายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ Executive Partner บริษัท ไว้ท์ แอนด์ เคส จำกัด เป็นผู้ดำเนินรายการได้อย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นายชวลิตกล่าวว่า "ประสบการณ์ของวิทยากรที่มาถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลในครั้งนี้นับว่ามีค่ามาก ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะข้อมูลจากท่านวิทยากรทุกท่านจะทำให้ผู้เข้าฟังการสัมมนาได้รับประโยชน์และนำแนวคิดที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานของตน อันจะเป็นการผลักดันให้มีการนำหลักบรรษัทภิบาลไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ”--จบ-- -ศน-

ข่าว สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ล่าสุด