(ต่อ3) สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ประจำวันที่ 28 เมษายน 2546 - newswit.com
กรุงเทพฯ--7 พ.ค.--ศูนย์ปชส. กระทรวงคมนาคม 4. เรื่อง การดำเนินงานตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์เร่งด่วนเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย ตามที่คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนเสนอ ดังนี้ 1. มาตรการตามยุทธศาสตร์การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2546 เป็นต้นไป และยุทธศาสตร์/มาตรการแต่ละด้านที่จะดำเนินการในระยะต่อไป 2. ยุทธศาสตร์ที่กำหนดเพิ่มเติม "ยุทธศาสตร์ด้านวิศวกรรมการจราจร" 3. มาตรการด้านใบอนุญาตขับขี่ โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับการบริการและอำนวยความสะดวก ในการขอมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์/รถจักรยานยนต์ให้มีจำนวนที่มากขึ้นสัมพันธ์กับการใช้ยวดยานพาหนะให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้รถในชนบท ตลอดจนนักเรียน นิสิต และนักศึกษา จึงขออนุมัติในหลักการวงเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามแผนการจัดทำใบขับขี่รถยนต์/รถจักรยานยนต์ ของกรมการขนส่งทางบก ในวงเงิน 19,359,843 บาท จากงบประมาณรายจ่ายปี 2546 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นการเร่งด่วน โดยให้กรมการขนส่งทางบกขอทำความตกลงรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้มีมติในคราวประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2546 กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์เร่งด่วน ตามมติคณะรัฐมนตรี ดังนี้ 1. "ยุทธศาสตร์การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง" ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2546 เป็นต้นไป 1.1 มาตรการการปฏิบัติตามกฎหมาย/นโยบายความปลอดภัยทางถนนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยให้ทุกหน่วยงานทั้งภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งกำชับให้ข้าราชการ พนักงาน/เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย/นโยบายความปลอดภัยทางถนน เรื่อง การขับขี่มอเตอร์ไซด์ต้องสวมหมวกนิรภัย และการขับขี่รถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย หากไม่ปฏิบัติตามถือว่าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการลงโทษทางวินัยต่อไป 1.2 มาตรการจับปรับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร "3 ม. 1 ข." โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมุ่งเน้นมอเตอร์ไซด์ หมวกนิรภัย เมาสุรา ใบอนุญาตขับขี่ การใช้ความเร็วเกินกำหนดและการดัดแปลงสภาพรถ โดยเฉพาะการใช้บทลงโทษตามกฎหมายจราจรทางบก เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถที่ให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่นำรถไปใช้ด้วย และยึดรถดังกล่าวไว้เพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การมีใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกต้อง ครบถ้วนและการขับขี่อย่างปลอดภัย 1.3 มาตรการความปลอดภัยด้านใบอนุญาตขับรถ โดยกรมการขนส่งทางบก จัดทำแผนการจัดทำใบขับขี่รถยนต์/รถจักรยานยนต์ เพื่อบริการประชาชนเร่งด่วนนอกเวลาทำการปกติในวันเสาร์เว้นเสาร์ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - กันยายน 2546 รวมทั้งจัดทำโครงการให้ความรู้และการจัดทำใบอนุญาตขับรถให้แก่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะสามารถออกใบอนุญาตขับรถได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จำนวน 763,246 ฉบับ ทั้งนี้เพื่อให้ยุทธศาสตร์/มาตรการในด้านการบังคับใช้กฎหมายดำเนินการได้ในทันที ต่อเนื่องและสัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะการมีใบขับขี่/จักรยานยนต์ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนรถยนต์ที่จดทะเบียนให้มีจำนวนสูงขึ้น สอดคล้องและสัมพันธ์กับจำนวนรถที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยจะใช้วงเงินงบประมาณจำนวน 19,359,843 บาท และในขณะเดียวกันจะสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตได้ประมาณ 46,393,490 บาท 2. "ยุทธศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน" (EMS) โดยกระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการในทุกจังหวัดในระบบการรักษา 30 บาท โดยในเบื้องต้นจะดำเนินการในจังหวัดนำร่อง 7 จังหวัด ภายในเดือนพฤษภาคม 2546 (จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา ลำปาง นครสวรรค์ เพชรบุรี สงขลา และกรุงเทพมหานคร) 3. "ยุทธศาสตร์/มาตรการแต่ละด้านที่จะดำเนินการระยะต่อไป" โดยกำหนดการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work Shop) โดยเชิญคณะกรรมการ ส่วนราชการ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ มูลนิธิ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2546 ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อทำการศึกษา วิเคราะห์ในภาพรวมทั้งระบบ กำหนดเป้าหมายและมาตรการเฉพาะที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นขั้นตอนและให้คณะทำงานแต่ละยุทธศาสตร์ ไปดำเนินการกำหนดมาตรการ แนวทางดำเนินการ แผนงาน/โครงการ กรอบวงเงินงบประมาณร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม Work Shop พิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทยต่อไป "ยุทธศาสตร์ที่กำหนดเพิ่มเติมจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2546" ยุทธศาสตร์ด้านวิศวกรรมการจราจร โดยกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ดำเนินการตามมาตรการจุดเสี่ยงภัยและวิธีการแก้ปัญหาอย่างถาวรในถนนสายหลักและถนนสายรอง เพื่อลดอุบัติเหตุจากการเดินทางของประชาชน รวมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการตามมาตรการในเขตพื้นที่รับผิดชอบ--จบ-- -นห-