แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต ผันตัวเองเป็น Communication Services Provider - newswit
กรุงเทพฯ--19 ก.พ.--แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต ผันตัวเองเป็น Communication Services Provider เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ต พร้อม application ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการสื่อสารระหว่างองค์กร แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต ตอกย้ำชัด บริษัทมุ่งเน้นตลาดองค์กร มองตัวเองเป็น communication service provider หรือผู้ให้บริการทางด้านการสื่อสาร ตั้งเป้าเติบโตในปี 46 อีกกว่าเท่าตัว มั่นใจสัดส่วนการเติบโตของลูกค้าบรอดแบนด์จะเติบโตขึ้นอีกอย่างมาก ใช้จุดแข็งจากการเป็น Regional ISP หรือไอเอสพีระดับภูมิภาคเพียงรายเดียวในประเทศไทย นำเสนอบริการ VPN หรือ Virtual Private Network ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี ตลอดจนขยายความร่วมมือในการเป็นพันธมิตรกับองค์กรอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาบริการที่เกี่ยวข้องมาสนองตอบความต้องการของลูกค้า นายปรีธยุตม์ นิวาศะบุตร กรรมการผู้จัดการบริษัท แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ว่า บริษัทสามารถทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยในปี 2545 บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับปี 2544 ซึ่งสัดส่วนของรายได้ร้อยละ 80 มาจากลูกค้าองค์กร ในขณะที่ร้อยละ 20 มาจากลูกค้ารายบุคคล" "สำหรับในปี 2545 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่การให้บริการออกไปทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการให้บริการรายบุคคลหรือองค์กร ผ่านโครงข่าย 1222 และ 1248 ของบริษัท ทศท. คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในส่วนของโครงข่าย 1248 เป็นการนำเสนอบริการบรอดแบนด์ บนเทคโนโลยี ADSL หรือ ISDN ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก" นายปรีธยุตม์ กล่าวเสริม นายปรีธยุตม์ เปิดเผยต่อไปถึงกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจของแปซิฟิค อินเทอร์เน็ตในปี 2546 ว่า "บริษัทฯ ยังคงยึดแนวเดิม เนื่องจากผลงานในปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า กลยุทธ์และนโยบายในการให้ความสำคัญกับตลาดองค์กรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่มองไว้คือ ในส่วนของกลุ่มบริษัทข้ามชาติ บริษัทที่ทำธุรกิจส่งออก กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และองค์กรธุรกิจขนาดกลาง โดยในปีนี้ บริษัทฯ จะนำบริการเสริมประเภทต่างๆ ที่ช่วยให้การสื่อสารภายในองค์กรและภายนอกองค์กรของลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายน้อยลงมานำเสนอต่อลูกค้า" นายทยาวัต อุนนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ซึ่งดูแลในเรื่องการขายและการตลาดของบริษัท ชี้แจงถึง แนวทางของแผนการตลาดที่แปซิฟิค อินเทอร์เน็ตจะมุ่งไปนี้ปีนี้ ประกอบด้วย 1) รุกตลาดบรอดแบนด์มากขึ้น เนื่องจากเป็นบริการที่สามารถทดแทนการใช้งานในระดับ Leased Line แต่ราคาประหยัดกว่าเหมาะกับกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง 2) บริการ VPN หรือ Virtual Private Network ซึ่งมี applications ที่ช่วยในการประหยัดค่าใช้จ่ายในการสื่อสารภายในองค์กรมาปรับใช้ได้ เช่น VDO Conference, VOIP ซึ่งบริการตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของบริษัท เนื่องจากการที่เป็น Regional ISP ส่งผลให้บริษัทมีโครงข่ายเป็นของตนเองในหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพให้กับลูกค้าได้ เป็นต้น 3) เปิดให้บริการ Internet Data Center เนื่องจาก application ส่วนใหญ่ของลูกค้ามักจะใช้งานอยู่บนช่องสัญญาณในประเทศ ดังนั้น ลูกค้าจะสามารถได้รับประโยชน์จากช่องสัญญาณในประเทศที่เพิ่มขึ้นของบริษัทฯ 4) จัดหาบริการเสริมที่ให้ความปลอดภัยกับการใช้งานระบบเครือข่ายของลูกค้ามากขึ้น เช่น fire wall หรือ anti-virus solutions และ 5) บริการหลังการขาย เช่น การบริการ onsite technical support ซึ่งบริษัทฯ กำลังเปิดรับ System Integrator เข้ามาเป็นพันธมิตรมากขึ้น เพื่อช่วยให้บริการดูแลลูกค้าองค์กรในต่างจังหวัด "ส่วนตลาดลูกค้ารายบุคคลนั้น บริษัทฯ ก็จะยังคงมีผลิตภัณฑ์ออกมารองรับตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ซึ่งคงไม่เน้นในเรื่องของการแข่งขันลดราคา แต่ให้บริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยที่ผ่านมาถึงแม้ว่า บริษัทฯ จะได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายชุดอินเทอร์เน็ตสำเร็จรูปของบริษัทในต่างจังหวัดครอบคลุมทุกภาคแล้ว แต่บริษัทฯ ยังคงมองหาตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้น สามารถรองรับในเรื่องของการให้บริการหลังการขายให้กับลูกค้ารายบุคคลได้ด้วย โดยในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ บริษัทฯ วางแผนจะแนะนำแพคเกจอินเทอร์เน็ตใหม่สู่ตลาด มีด้วยกันทั้งหมด 4 แบบ ในราคาตั้งแต่ 99 บาท จนถึง 499 บาท ให้เลือกตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแบบ Unlimited หรือแบบรายชั่วโมงที่สามารถเติมชั่วโมงอินเทอร์เน็ตได้ "ซึ่งผลจากการขยายตลาดออกไปและจำนวนลูกค้าที่มากขึ้น บริษัทฯ จึงได้ขยายเครือข่ายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการได้มากขึ้น โดยในปลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เพิ่มขนาดของช่องสัญญาณภายในประเทศ (Bandwidth) เป็น 1 Gbps และทำการเพิ่มขนาดของช่องสัญญาณต่างประเทศ (Bandwidth) อีก 45 Mbps ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2546 พร้อมกับขยาย Node ของบริษัทเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในอาคารของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ที่บางรัก" นายทยาวัต กล่าวสรุป เกี่ยวกับแปซิฟิค อินเทอร์เน็ต แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2539 ในนามของบริษัท เวิลด์ เน็ท แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (WNS) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากการสื่อสารแห่งประเทศไทยให้ดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ต่อมาในปี 2543 กลุ่ม แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนำในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ใน WNS จึงได้มีการเปลี่ยนเครื่องหมายการค้าจาก WNS เป็น แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต (ประเทศไทย) จำกัด และเริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2543 เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตครบวงจรคุณภาพสูง ตั้งแต่การให้บริการแบบคู่สายเช่าความเร็วสูง (leased line) บรอดแบนด์ ISDN, ADSL หรือผ่านโมเด็ม สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และผู้ใช้ตามบ้าน เป็นต้นมา แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต (ประเทศไทย) จำกัด (เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท เวิลด์ เน็ท แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด) นับเป็นบริษัทล่าสุดในกลุ่มแปซิฟิค อินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต คุณภาพสูงสำหรับองค์กรธุรกิจและรายบุคคลชั้นนำในเอเชีย บริษัท แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต จำกัด มีรายชื่อเป็นบริษัท จดทะเบียนในตลาดหุ้น NASDAQ โดยใช้ชื่อย่อว่า PCNTF และเปิดให้บริการใน 7 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย อินเดีย ประเทศไทย และมาเลเซีย กลุ่มบริษัท แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต จำกัด ได้รับรางวัลผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตที่ดีที่สุดในเอเชีย แปซิฟิก 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2542-2545 จากนิตยสาร Telecom Asia และยังได้รับรางวัลผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดในสิงคโปร์อีก 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2540-2542 จากนิตยสาร Computer World สำหรับสื่อมวลชน ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รวิษฎา อังคีรส / บริษัท แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต (ประเทศไทย) จำกัด โทรศัพท์ 02 618-8888 ต่อ 105 โทรสาร 02 618-8450 Email: [email protected] URL: http://www.pacific.net.th-- จบ-- -ศน-