นายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ตรวจเยี่ยม ขสมก.

กรุงเทพฯ--18 ก.พ.--ศูนย์ ปชส. กระทรวงคมนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายนิกร จำนง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายจารึก อนุพงศ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร ขสมก. นายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้อำนวยการ ขสมก. และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานของ ขสมก. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 15.00 น. ณ สำนักงานใหญ่ ขสมก. ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานของ ขสมก. ว่าได้มาตรวจเยี่ยมรัฐวิสาหกิจแห่งแรกคือ ขสมก. หลังจากนี้จะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและรับฟังแผนในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง และวันนี้ได้สั่งการให้ ขสมก. ดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดทุนโดยให้ 1.หาวิธีการลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร ดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรม 2. ทำการปรับปรุงรายได้และคุณภาพในการบริการ โดยศึกษาจากข้อมูลทางด้านผู้รับบริการ คือ ประชาชนว่า ช่วงเวลา รูปแบบการเดินทาง และความต้องการในการใช้รถประเภทใด เพื่อที่จะปรับเส้นทางให้ตรงกับการตั้งถิ่นฐาน และทางเลือกของประชาชน ซึ่งในระบบขนส่งต้องมองไปถึงปีหน้าที่รถไฟฟ้าใต้ดินจะเปิดให้บริการ ขสมก. จึงควรต้องปรับตัวให้เป็นทั้ง feeder line และ main trunk โดยให้ดำเนินการศึกษาเพื่อให้เกิดความชัดเจน 3.ทบทวนสัญญาที่ ขสมก. ได้ทำไว้ทั้งหมด ทั้งสัญญาเช่า และเหมาซ่อม รถยูโรทู โดยบางสัญญาจะต้องมีเจรจาการใหม่ บางสัญญาอาจต้องยอมยกเลิกเพื่อลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในการศึกษาจะให้เวลาดำเนินการ 3 เดือน และจะกลับมารับฟังผลการดำเนินการ ซึ่ง ขสมก.ต้องไปศึกษาวิเคราะห์ตัวเลข ที่ปัจจุบัน ขสมก.ขาดทุนประมาณ 5 บาท ต่อผู้โดยสาร 1 คน ต้องหาทางลดการขาดทุน หลังจากนั้นรัฐบาลจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับหนี้สินที่มีอยู่ นอกจากนี้ ในอนาคตอาจต้องมีการลงทุนเพิ่มหรือไม่ เช่น รถโดยสารธรรมดา 1,000 คันที่จะหมดอายุการใช้งานในอีกปีกว่าควรจะดำเนินการอย่างไรรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจะส่งเสริมให้มีการให้มีการใช้เพิ่มขึ้นอย่างไร เป็นเรื่องที่ ขสมก.ต้องไปทำแผนการศึกษาให้ชัดเจน และแนวทางการศึกษาสำคัญที่ต้องคำนึงถึง การให้บริการในการเดินทาง ขนส่งเป็นเรื่องหลักในราคาที่ประชาชนสามารถรับได้ และถ้าเกินกว่าศักยภาพที่ประชาชนจะพึงรับได้ ต้องมีความชัดเจนว่าส่วนที่เกินนั้นจะเป็นเท่าไร รัฐบาลจะได้พิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและชัดเจน เพื่อ ขสมก.จะได้ไม่ต้องก่อหนี้สะสม ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ขาดประสิทธิภาพในการเจรจา การบริหาร นอกจากนี้ การจะแก้ปัญหาให้ยุติได้ องค์กรจะต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ มีการบริหารงานที่โปร่งใส การเจรจาเกี่ยวกับการทำสัญญาต้องเป็นรูปแบบใหม่ ที่ไม่ซ้ำแบบเดิมต้องมีการตรวจสอบการรั่วไหลทุกระบบของการดำเนินการ ส่วนการลงทุนในระยะนี้ต้องระงับไว้ก่อน จนกว่าจะเห็นความชัดเจนในทิศทางใหม่ฝ่ายบริหารต้องทำให้ชัดเจนโดยสรุปตัวเลข สรุปทิศทาง เพราะตัวเลขที่เป็นอยู่ขณะนี้น่าเป็นห่วง ซึ่งแนวโน้มหากปล่อยไว้จะขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุงการบริหาร หยุดการขาดทุน ต้องมีระบบควบคุมที่ชัดเจนเพื่อให้ ขสมก.มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อจะได้นำผลการดำเนินการมาพิจารณาในอีก 3 เดือนข้างหน้า--จบ-- -สท-

ข่าว ทักษิณ ชินวัตร ล่าสุด