บีโอไอ - ความเหมือนและความแตกต่างบนเส้นทางความสำเร็จของคนขายฝัน - newswit
กรุงเทพฯ--25 ก.พ.--บีโอไอ คงไม่แปลกที่ใครคนหนึ่ง ฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็คงมีใครอีกหลายๆ คนที่ประสบผลสำเร็จกับธุรกิจที่ตนเองทำหรือคว้าน้ำเหลว หมดเงิน หมดหนทางไปแล้วก็หลายคนเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ผิดหวังเหล่านั้น ไม่สามารถหยุดความคิดความพยายามของคนพวกนี้ได้ทุกอย่างที่พลาดเหมือนกับเป็นบทเรียนให้หวนกลับไปคิด หรือเลือกลงมือทำความฝันหรือธุรกิจเหล่านั้นให้ประสบผลสำเร็จ เพราะปัจจุบันมีธุรกิจและผู้ประกอบการรายใหม่ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจของตกแต่งบ้าน ภูมิปัญญาไทย อุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ที่ใช้ทั้งไอเดีย และความชำนาญในแต่ละสาขา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ จึงร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดเสวนาเรื่อง "จุดประกายความคิดผู้ประกอบการใหม่ สู่ตลาดโลก " โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ที่มีแนวคิดและอยากก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ ได้เรียนรู้ และศึกษากลวิธีในการเริ่มต้นทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ที่ผ่านมรสุมในการทำธุรกิจประเภทต่างๆ มาถ่ายทอดประสบการณ์ของแต่ละคนที่กว่าจะประสบผลสำเร็จนั้น เขาต้องฝ่าด่านกับอุปสรรคอะไรมาบ้าง ลองมาฟังทรรศนะของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสามารถผลิตสินค้าส่งออกจนเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ว่าเขามีแนวคิด หรือแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจอย่างไรบ้างเริ่มจากคุณเพิ่มพันธ์ เนียวกุล เจ้าของบริษัทอัลบาทรอส จำกัด เล่าให้ฟังถึงการก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจการผลิตข้าวกระป๋อง เริ่มมาจากวิฤกตทางเศรษฐกิจเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว มีแนวคิดว่าน่าจะหาธุรกิจหรือกิจการผลิตภัณฑ์อื่นเข้ามาแทนที่งานประจำที่เคยทำอยู่ จึงมาลงตัวที่ผลิตข้าวกระป๋องขึ้น โดยในตอนแรกธุรกิจมีทั้งข้อดี ข้อเสีย ในตัวเอง ข้อดีถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ ส่วน ข้อเสียคือธุรกิจประเภทนี้ยังไม่มีใครทำมาก่อน จึงไม่มีเกณฑ์ วัดว่าธุรกิจจะประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้จึงเป็นการลองผิดลองถูก เปิดดำเนินการมา 3 ปีแรกหนักมากออเดอร์ ยังไม่มีเข้า คนทั่วโลกยังไม่รู้ว่ามีข้าวที่เปิดกระป๋องแล้วทานได้ ต่อมาเริ่มมีคนรู้จัก จึงเริ่มสร้างบรรจุภัณฑ์ขึ้นมาเอง จนเป็นที่ยอมรับของคนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้คุณเพิ่มพันธ์ ยังได้ให้แนวคิดว่า "การจะมาเป็นผู้ประกอบการเหมือนกับการมาต่อสู้กับความเสี่ยงของการทำธุรกิจ เพราะการจุดประกายทำธุรกิจแต่ละครั้งย่อมที่จะมีคู่แข่งเยอะ อันดับแรกต้องมาสำรวจตลาดก่อนว่าจะทำอะไร โดยมองว่าเรามีความถนัดตรงไหน และพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการหรือเปล่า อันดับต่อมาเรื่องเงินทุน หรือมีความพร้อมที่จะเริ่มทำธุรกิจอะไร ถ้ายังไม่มีตรงนี้ค่อนข้างลำบาก " คุณเพิ่มพันธ์กล่าว การจะเป็นผู้ประกอบการรายใหม่หรือเจ้าของธุรกิจไม่ใช่ง่าย โดยหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ อันดับแรกต้องมีการสำรวจตลาด และมีความกล้าที่จะลองทำ เพราะการทำธุรกิจในแต่ละครั้งถือเป็นการเสี่ยงชนิดหนึ่ง ถ้าทำแล้วถูกจังหวะไม่ท้อถอย ก็ประสบผลสำเร็จได้ ลองมาฟังแนวคิดในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการอีกท่านหนึ่ง ว่าเขามีการจุดประกายในการเริ่มต้นทำธุรกิจนี้อย่างไรคุณพัฒนศักย์ ฮุ่นตระกูล กรรมการผู้จัดการบริษัทคอนซูเมอร์ดีไซน์ จำกัดและบริษัท ไท้เฮง การช่างและการหล่อ (1999) จำกัด เริ่มหันมาจับธุรกิจ "เครื่องตกแต่งบ้าน" เพิ่มขึ้นมาอีกธุรกิจหนึ่งเป็นตัวเสริม โดยเฉพาะธุรกิจใหม่นี้มีลู่ทางค่อนข้างสดใส และมีแนวโน้มที่จะสร้างผลกำไรจากการดำเนินกิจการให้เขาพอๆกับธุรกิจหลักที่เขาทำอยู่ในปัจจุบันอันเป็นธุรกิจครอบครัวที่ลงหลักปักฐานมากว่า 40 ปีทีเดียว คุณพัฒนศักดิ์ เล่าว่า แม้ทั้ง 2 ธุรกิจจะมีลักษณะค่อนข้างจะตรงกันข้าม กล่าวคือตัวหนึ่งเป็นอุตสาหกรรมค่อนข้างหนักที่ต้องเน้นที่มาตรฐานและสเปคสินค้า ในขณะที่ของตกแต่งบ้านเป็นงานสวยงามเน้นการพัฒนาไอเดีย เป็นงานศิลปะ แต่ทั้ง 2 ธุรกิจมีความเชื่อมโยงกันในเรื่องของวัตถุดิบเพื่อการผลิตและความชำนาญในงานโลหะที่เขามีอยู่"สำหรับสินค้าประเภทของตกแต่งบ้านที่ผมทำอยู่นั้น แนวคิดเกิดจากการที่ผมไปติดต่อธุรกิจที่ต่างประเทศ เมื่อเหลือเวลาก็ไปเดินดูตามร้านขายของและห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็เห็นว่ามีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้วางขายอยู่ ก็เลยคิดว่าเป็นสิ่งที่เราน่าจะพอทำได้ เพราะเราก็มีทักษะด้านงานโลหะอยู่แล้ว ก็เลยลองเอามาผลิตดู"สำหรับธุรกิจเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านของคุณพัฒนศักดิ์นั้น ใช้ต้นทุนร่วมในส่วนของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดยสินค้าเครื่องตกแต่งบ้านจะเน้นการใช้วัตถุดิบ "อลูมิเนียมรีไซเคิล" เป็นหลักซึ่งส่วนหนึ่งเป็นอลูมิเนียมที่เหลือจากการผลิตสินค้าชิ้นส่วนอุตสาหกรรมจากอีกธุรกิจหนึ่ง และเพิ่มเติมด้วยการหาแหล่งวัตถุดิบจากภายนอกเข้ามาช่วย เมื่อมีกำลังสั่งซื้อมากขึ้น "ผมพบว่า สินค้าตัวนี้มีตลาดที่เป็นช่องว่างระหว่างสินค้าของตกแต่งบ้านประเภทอื่น เช่นพลาสติกกับเซรามิกส์ ซึ่งตลาดสำหรับเครื่องอะลูมิเนียมนี้ได้รับการตอบรับมาก โดยเฉพาะที่ยุโรป ในขณะที่แถบเอเชียชาวญี่ปุ่นก็ให้ความสนใจมาก อย่างเราไปวางขายที่ห้างเซ็นทรัล ห้างเซน สินค้าก็ขายดี บางตัวผลิตไม่ทันอย่างพวกที่เขี่ยบุหรี่ ฯลฯ" คุณพัฒนศักย์กล่าว อันดับต่อมาเป็นแนวคิดของผู้ประกอบการอีกท่านหนึ่ง ที่สนใจและชื่นชอบบนผืนผ้าไหมของคนไทย จนนำมาประยุกต์ใช้ในการผลิตเป็นผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ส่งขายทั่วโลก โดยในปีหนึ่งคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาททีเดียว ลองไปฟังแนวคิดของผู้ประกอบการท่านนี้ว่าเขาเริ่มต้นในการทำธุรกิจประเภทนี้อย่างไรคุณจตุพร ทิวเสถียร เจ้าของบริษัทลักกี้ ไซเดอะ บริษัทผู้ผลิตผ้าไหมที่ใช้ในการตกแต่ง และเสื้อผ้า เล่าว่า กิจการเริ่มมาจากแรงบันดาลใจของตัวเอง บวกกับเป็นคนที่ชื่นชอบผ้าไหมอยู่แล้ว แต่เดิมมีเพื่อนทำธุรกิจประเภทนี้อยู่แล้วที่อ.ปักธงชัย จัดส่งและผลิตผ้าไหมให้กับจิมทอมป์สันอย่างเดียว ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีขายในประเทศ เพราะต้องทำส่งออกอย่างเดียว จึงมีความคิดอยากจะลองทำดูบ้าง ถ้าเรามาทำแล้วนำมาปรับปรุงให้เข้ากับตลาดในเมืองไทยและต่างประเทศ จึงเริ่มลงไปทำโรงงานเองเริ่มตั้งแต่สั่งตามสีทำตามออเดอร์ แต่พอทำไปสักพัก ชาวบ้านเริ่มทำไม่ทันและคุณภาพไม่ดี จึงตัดสินใจต้องเสี่ยงทำเอง เริ่มทำทุกอย่างตั้งแต่ย้อมไหมทอผ้า ทำตั้งแต่ไม่เป็นอะไรเลย จนทุกวันนี้ทำเป็นทุกอย่างและดีกว่าคนอื่น การทำตลาดในตอนแรกเริ่มหาตลาดในเมืองไทยก่อน แต่ก็ผิดหวังเพราะไม่สามารถการเลียนแบบสินค้า อีกทั้งสู้ราคาไม่ไหว จึงมีความคิดว่าน่าจะไปเปิดตลาดที่ต่างประเทสดีกว่า ครั้งแรกที่ออกงานแฟร์ไม่ประสบผลสำเร็จ จนมาในปีที่ 3 เริ่มได้รับการยอมรับจากลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งประเภทในแถบยุโรป อเมริกา ฝรั่งเศส ฯลฯ " กล้าที่จะไปให้ถึงฝัน คิดแล้วลงมือทำเลย จะผิดจะถูกเรียนรู้งาน ทำไปจนกระทั่งประสบผลสำเร็จ และอยากให้ทุกคนไปงานแสดงสินค้าบ่อยๆ เพื่อที่จะได้แนวคิด ว่าอยากจะทำอะไรแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการที่เราอยากจะทำ " คุณจตุพรกล่าว ใครคิดอยากจะมาเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ คงจะได้แนวคิดหรือไอเดียดีๆ มาประยุกต์ใช้กับกิจการหรือผลิตภัณฑ์ที่จะทำออกสู่ตลาด และเชื่อว่าคงอีกไม่นานเราจะเห็นผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นในบ้านเราแน่นอน แต่อย่างน้อยเรามาร่วมภูมิใจในศักยภาพของคนไทยในการผลิตสินค้าให้เป็นที่ยอมรับของตลาดโลกกันก่อนดีกว่า--จบ-- -สส-