ประวัติของบริษัท AMG:35 ปีแห่งความยิ่งใหญ่รถเมอร์เซเดส-เบนซ์สมรรถนะสูงกับความสำเร็จบนสนามแข่ง
กรุงเทพฯ--2 เม.ย.--นิโอ ทาร์เก็ต ประวัติของบริษัท AMG:35 ปีแห่งความยิ่งใหญ่รถเมอร์เซเดส-เบนซ์สมรรถนะสูงกับความสำเร็จบนสนามแข่ง - เริ่มจาก พ.ศ.2510 ด้วยทีมงาน 3 คน ถึง พ.ศ.2545 ซึ่งมีพนักงานรวม 580 คน - 35 ปี กับยนตรกรรมไฮ-เทคของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ - ผู้บุกเบิกด้านการดัดแปลงรถให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคน - ชัยชนะทั่วทุกสนามกับกีฬาแข่งรถระดับโลก จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ในฐานะบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านรถแข่งและการแต่งรถ Mercedes-AMG GmbH ได้เติบโตและก้าวสู่การเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์พลังสูงที่มีความหลากหลายกว่า 17 รุ่นให้กับลูกค้าทั่วโลกด้วยทีมงานประมาณ 580 คน และตราสินค้าที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างสูง บริษัทฯ ได้ถูกจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2510 โดย ฮานส์ เวอร์เนอร์ ออเฟร็คท์ (Hans Werner Aufrecht) ซึ่งก็คือที่มาของอักษรตัวแรกของชื่อบริษัท (A) เป็นหุ้นส่วนของเขาคืออีเบอร์ฮาร์ดเมลเชอร์ (Eberhard Melcher) อักษรตัวที่สองของชื่อบริษัท (M) ส่วนอักษรตัวที่สาม (G) ได้มาจากอักษรตัวแรกของ GroBaspach ซึ่งเป็นบ้านเกิดของออเฟร็คท์ โดยบริษัทฯ มีที่ทำการอยู่ที่โรงนาเก่าแห่งหนึ่งในเมืองเบิร์กสตัล (ใกล้กับเมืองอัฟฟัลแทร์บาค) โดยเขาได้ให้คำจำกัดความเกี่ยวกับกิจการของเขาอย่างเป็นทางการว่า "เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การสร้างและทดสอบ สำหรับพัฒนาการด้านเครื่องยนต์สำหรับรถแข่ง" ก้าวย่างที่สำคัญในปี 2514 ด้วยชัยชนะจากการแข่งรถ 24 ชั่วโมง ณ เมืองสปา ในช่วงปีแรกๆ AMG มุ่งเน้นการสร้างรถแข่งจากรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 300 SE และการแข่งแบบทัวริ่งในยุโรป เพียงไม่นานนักบริษัทฯ ก็ได้ลิ้มรสความสำเร็จ ซึ่งนับเป็นก้าวย่างสสู่อนาคตที่สำคัญในปี พ.ศ. 2514 โดยรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 300 SEL 6.8 ดัดแปลงโดย AMG และได้รับชัยชนะอย่างไม่คาดฝันจากประเภทรถรุ่นเดียวกันในการแข่งขัน 24 ชั่วโมง ณ เมืองสปา ประเทศเบลเยี่ยม และเข้าเป็นที่สองจากคะแนนรวม โดยผู้ทำหน้าที่ขับและแข่งรถในวันนั้น คือ Hans Heyer กับ Clemes Schickendanz ความสำเร็จในปี 2514 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการบันทึกผลสำเร็จในสนามแข่งรถที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน - ปี 2523 รถเมอร์เซเดส 450 SLC AMG ชนะเลิศในการแข่งขันยูโรเปียน ทัวริ่งคาร์ แชมเปียนชิพ กรังด์ปรีซ์ ที่ Nurburgring - ปี 2529 รถเมอร์เซเดส 190 E AMG 2.3-16 ได้รับชัยชนะ 2 ครั้งในการแข่งขันเยอรมัน ทัวริ่ง คาร์ แชมเปียนชิพ(DTM) - ปี 2531 รถเมอร์เซเดส 190 E AMG 2.3-16 ได้รับชัยชนะ 4 ครั้งในการแข่งขันเยอรมัน ทัวริ่ง คาร์ แชมเปียนชิพ และเป็นปีที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับ AMG เริ่มต้นการเป็นหุ้นส่วนกันอย่างเป็นทางการสำหรับกีฬามอเตอร์สปอร์ต - ปี 2532 AMG เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขันดีทีเอ็ม โดย Klaus Ludwig และ Johny Ceotto ร่วมกันคว้าชัยชนะจากการแข่งขัน 7 รอบ ด้วยรถเมอร์เซเดส 190 E AMG 2.5-1.6 Evolution I - ปี 2533 การเปิดตัวเป็นครั้งแรกของรถเมอร์เซเดส 190 อี AMG 2.5-1.6 Evolution II ซึ่งแรงกว่ารุ่นเดิม - ปี 2534 เมอร์เซเดส AMG จบการแข่งขันด้วยการเป็นทีมดีเด่นครองความเป็นหนึ่งและ Klaus Ludwig เป็นนักแข่งรถที่ประสบความสำเร็จสูงสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับคัดเลือกในฐานะผู้ผลิตดีเด่น อีกทั้งการแข่งขัน DTM ก็ถึงจุดสุดยอดดึงดูดผู้ชมกว่า 153 ล้านคน - ปี 2535 เมอร์เซเดส AMG ได้รับรางวัลเกียรติยศประเภททีม และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้รับรางวัลผู้ผลิตยอดเยี่ยม Klaus Ludwig คว้าแชมป์โดยมีรถเมอร์เซเดส 190 E AMG 2.5-1.6 Evolution II เป็นพาหนะคู่กาย Ellen Lohr เป็นสุภาพสตรีคนแรกที่ชนะการแข่งขันดีทีเอ็ม 1 รอบ ด้วยการขับรถเมอร์เซเดส AMG ในปีเดียวกันนั้นอดีตแชมป์ฟอร์มูลาวัน Keke Rosberg ก็ได้ร่วมขับรถให้กับทีมด้วย - ปี 2536 Roland Asch ขับรถเมอร์เซเดส AMG เข้าเป็นที่สองในการแข่งดีทีเอ็มปีเดียวกันนับเป็นฤดูกาลแข่งขันสุดท้ายก่อนอำลาวงการของรถเมอร์เซเดส 190 E AMG หลังคว้าชัยชนะจาก 50 การแข่งขัน - ปี 2537 รถเมอร์เซเดส ซี-คลาศ AMG ใหม่เข้าสู่สนามประลองชัย ด้วยเครื่องยนต์หกสูบ Klaus Ludwig ไม่เสียเวลากับการคว้าชัยชนะอีกครั้งในการแข่งดีทีเอ็ม - ปี 2538 AMG ครองแชมป์ดีทีเอ็ม เป็นครั้งที่สาม อีกทั้งยังประเดิมแชมป์จากการแข่งขัน International ITC Series หลังลงประลองฝีมือเป็นครั้งแรก โดยผู้อยู่หลังพวงมาลัยของการแข่งทั้งสองสนาม ได้แก่ Bernd Shneider - ปี 2539 Bernd Schneider ขับเมอร์เซเดส AMG เข้าเป็นที่สองในการแข่งไอทีซี - ปี 2540 รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ CLK-GTR สร้างโดย AMG ในระยะเวลาเพียง 128 วัน นำ Bernd Schneider คว้าชัยชนะจาการเปิดการแข่งขัน FIA GT Championship - ปี 2541 เมอร์เซเดส AMG ครองความเป็นจ้าวในการแข่งขันเอฟ ไอเอ จีที โดยสองยอดนักขับ Klaus Ludwig และ Ricardo Zonta ร่วมกันคว้าชัยในการแข่งขันทั้ง 11 นัด พร้อมครองแชมป์นักขับยอดเยี่ยม โดยรถเมอร์เซเดส CLK-GTR AMG นำร่องสู่รางวัลผู้สร้างสรรค์รถแข่ง (Constructors'Title) - ปี 2543 ในปีแรกของการแข่งขันดีทีเอ็มยุคใหม่ (German Touring car Masters) AMG คว้าแชมป์โดยมี Bernd Schneider เป็นผู้กุมพวงมาลัยของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ CLM-DTM' - ปี 2544 ประสบชัยชนะเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา โดย Bernd Schneider พาเมอร์เซเดส-เบนซ์ CLK-DTM ทะยานสู่แชมป์นักขับรถ และ AMG สู่แชมป์ประเภททีม - ปี 2545 ยังคงประลองชัยในการแข่งขัน DTM ที่เร้าใจโดยรถ CLK-DTM ใหม่ Jean Alesi อดีตดาวเด่นจากฟอร์มูลาวัน ย้ายเข้าร่วมทีมเมอร์เซเส AMG หลังผ่านการแข่งกรังด์ปรีซ์มาแล้ว 201 นัดความสำเร็จด้านเทคนิคกระตุ้นธุรกิจ ความสำเร็จของ AMG ครอบคลุมกว้างไกลกว่าเวทีมอเตอร์สปอร์ตนานาชาติ ในทศวรรษ 1970 ลูกค้าเริ่มชอบความแตกต่างซึ่งแสดงความเป็นปัจเจกบุคคลในรถของพวกเขา บริษํทเยอรมันได้อาศัยแนวโน้มที่เริ่มเบ่งบานนี้เป็นรากฐานในการพัฒนาธุรกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมอเตอร์สปอร์ตสู่การผลิตรถรุ่นพิเศษ กลายเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาทางธุรกิจของบริษัท บริษัทฯ ได้สร้างชื่อเสียงจากการพัฒนาคุณภาพ และเทคโนโลยีระดับสูงอันน่าประทับใจอยู่เบื้องหลังการแข่งรถระดับนานาชาติ จากวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการที่แจ่มชัดกอปรกับข่าวคราวที่แพร่หลายออกไป ทำให้เอเอ็มจี ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในด้านการปรับแต่งรถหรูความสำเร็จทางด้านเทคนิคที่สำคัญๆ ของ เอเอ็มจีที่ผ่านมา - ปี 2514 ดัดแปลงรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 300 SEL เพิ่มแรงถึง 206 กิโลวัตต์/280 แรงม้า และแรงบิด 542 นิวตันเมตร พัฒนาการทำงานของแชสซี และเบรคให้เต็มประสิทธิภาพ - ช่วงกลางถึงดัดแปลงเพิ่มศักยภาพของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่นด้วยเครื่องยนต์เหนือชั้นของเอเอ็มจี ล้ออัลลอยแบบเบา และปลายทศวรรษการปรับแต่งระบบแชสซี และเบรค 1970 - ปี 2525 ติดตั้งเครื่องเล่นวีดีโอ ภายในรถยนต์ สำหรับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ - ปี 2526 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 280 CE 5.0 AMG เครื่องยนต์แปดสูบให้แรงถึง 203 กิโลวัตต์/276 แรงม้า และมีแรงบิดถึง 408 นิวตันเมตร - ปี 2527 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 500 SEC AMG เครื่องยนต์แปดสูบพร้อมเทคโนโลยีสี่วาล์วซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ให้พลังแรง 250 กิโลวัตต์/340 แรงม้า และความเร็วสูงสุดถึง 260 กม./ชม. - ปี 2528 เครื่อง cataytic converter โลหะแบบใหม่เพื่อประสิทธิภาพการควบคุมไอเสียที่หาที่เปรียบมิได้ - ปี 2529 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 300 E 5.6 AMG มากับเครื่องแปดสูบ 5.6 ลิตร เทคโนโลยีสี่วาล์ว กำลังแรง 265 กิโลวัตต์/360 แรงม้า และแรงบิด 510 นิวตัน เมตร โดยมีอัตราความเร็วสูงสุดที่ 300 กม./ชม.เป็นครั้งแรกที่นำศักยภาพของรถแข่งมาผสานกับคุณภาพการใช้งานประจำวันของเมอร์เซเดส แฟนๆ ชาวอเมริกันพร้อมใจกันขนานสมญา นามของ AMG รุ่นทรงพลังว่ "เดอะ แฮม เมอร์" - ปี 2530 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 300 E AMG และ 190 E AMG ติดตั้งเครื่องยนต์หกสูบ 3.2 ลิตร 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า - ปี 2531 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 300 E 6.0 AMG เครื่องยนต์แปดสูบ 6 ลิตร เทคโนโลยีสี่วาล์ว 283 กิโลวัตต์/385 แรงม้า และแรงบิด 566 นิวตันเมตร - ปี 2532 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 190 E 2.5-16 Evolution AMG เครื่องยนต์ 4 สูบ 165 กิโลวัตต์/225 แรงม้า และแรงบิด 240 นิวตันเมตร - ปี 2533 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 300 E-24 3.4 AMG เครื่องยนต์หกสูบ 200 กิโลวัตต์/272 แรงม้า และแรงบิด 335 นิวตันเมตร - ปี 2536 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 36 เอเอ็มจี 206 กิโลวัตต์/280 แรงม้า และแรงบิด 385 นิวตันเมตร โดยเป็นยานพาหนะรุ่นแรกซึ่งผลิตภายใต้สัญญาความร่วมมือ ระหว่างเดมเลอร์-เบนซ์ กับ เอเอ็มจี - ปี 2539 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 50 เอเอ็มจี เครื่องยนต์แปดสูบ 255 กิโลวัตต์/347 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร - ปี 2540 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 43 เอเอ็มจี เครื่องยนต์แปดสูบ 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า และแรงบิด 410 นิวตันเมตร โดยนำเสนอในแบบเอสเตท - ปี 2540 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 55 เอเอ็มจี เครื่องยนต์แปดสูบ 260 กิโลวัตต์/354 แรงม้า และแรงบิด 530 นิวตันเมตร โดยนำเสนอในแบบเอสเตท - ปี 2541 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ CLK 55 AMG เครื่องยนต์แปดสูบ 255 กิโลวัตต์/347 แรงม้า และแรงบิด 510 นิวตันเมตร โดยนำเสนอในแบบคาบริโอเล็ตด้วย - ปี 2541 ผลิตรถใช้บนถนนปกติรุ่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLK-GTR เครื่องยนต์ 12 สูบ 6.9 ลิตร ให้กำลัง 440 กิโลวัตต์/600 แรงม้า โดยมีข้อจำกัดเพียง 25 คันเท่านั้น - ปี 2542 พัฒนารถ SL 73 AMG เครื่องยนต์ วี 12 7.3 ลิตร 386 กิโลวัตต์ 525 แรงม้า และแรงบิด 750 นิวตันเมตร - ปี 2542 พัฒนารถ SL 55 AMG เครื่องยนต์แปดสูบให้แรง 260 กิโลวัตต์/354 แรงม้า และแรงบิด 530 นิวตันเมตร - ปี 2542 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ S 55 AMG และ G 55 AMG เครื่องยนต์แปดสูบขับแรงถึง 260 กิโลวัตต์/354 แรงม้าและ 265 กิโลวัตต์/360 แรงม้า กับแรงบิด 525 เอเอ็มจี เครื่องยนต์แปดสูบ 255 กิโลวัตต์/347 แรงม้า และแรงบิด 510 นิวตันเมตร - ปี 2542 นำเสนอ ระบบ AMG Advanced Mobile Media ในรถเมอร์เซเดสเบนซ์ 55 AMG พร้อมระบบเสียงดิจิตอลเซอร์ราวนด์ 6 ช่องครั้งแรกของโลก - ปี 2543 เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ร่วมกับ เดมเลอร์ไครสเลอร์ พัฒนา รถซาลูน เอสคลาส พูลแมน - ปี 2543 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ CL 55 AMG เครื่องยนต์แปดสูบ 265 กิโลวัตต์/360 แรงม้า และแรงบิด 530 นิวตันเมตร - ปี 2543 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ E 55 AMG ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4 MATIC โดยนำเสนอในแบบเอสเตท - ปี 2544 พัมนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C 32 และ SLK 32 AMG เครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ V6 แรง 260 กิโลวัตต์/354 แรงม้าและแรงบิด 440 นิวตันเมตร โดยรุ่น C 32 นำเสนอทั้งในแบบเอสเตทและสปอร์ต คูเป้ - ปี 2544 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ S และ CL 63 AMG เครื่องยนต์ 12 สูบ 326 กิโลวัตต์/444 แรงม้า และแรงบิด 620 นิวตันเมตร - ปี 2544 นำเสนอระบบสื่อสารและบันเทิงแบบไฮคลาส AMG Advanced Mobile Media ในรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสพูลแมน - ปี 2544 พัฒนารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอล 55 เอเอ็มจี เครื่องยนต์วี 8 ซูเปอร์ชาร์จ 368 กิโลวัตต์/500 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตันเมตร - ปี 2545 นำเสนอรถยนต์ทรงพลังรุ่นใหม่ๆ อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLK 55 AMG, E 55 AMG, C 30 CDI AMG และ CL55 AMG จากทีมงานสามคนสู่บริษัทขนาดกลาง จากจำนวนความต้องการรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ปรับแต่งอย่างสูงในปลายทศวรรษ 1970 เป็นผลให้ยอดสั่งจองของเอเอ็มจีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขนาดของบริษัทขยายจนเกินกำลังรองรับของที่ทำการในเบิร์กสตัล จึงย้ายไปตั้งที่ทำการใหม่ ณ อัฟฟัลแทร์บาคในปี 2521 AMG พัฒนาจาการบริษัทปรับแต่งเครื่องยนต์ของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์แห่งแรก ขึ้นเป็นแบบอย่างของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ อิทธิพลของเอเอ็มจีเห็นได้ชัดเจนในงานแสดงรถยนต์นานาชาติที่แฟรงเฟิร์ตในปี 2524 ซึ่งมีบริษัทปรับแต่งและอุปกรณ์แต่งรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งหมด 176 แห่งเข้าร่วมแสดงในงานนี้ เหตุการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของ AMG ก็คือ การเปิดตัวรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 190 ในปี 2526 รถซาลูนขนาดเล็กรุ่นนี้ได้กลายเป็นขวัญใจของนักแต่งรถชาวเยอรมันอย่างรวดเร็ว และช่วยให้เอเอ็มจีเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วยปี 2528 AMG เปิดโรงงานแห่งที่ 2 และมีพนักงานเพิ่มเป็น 100 คน เอเอ็มจียังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในปี 2528 บริษัทได้เปิด Werk II เป็นโรงงานแห่งที่ 2 พร้อมกับรับพนักงานเพิ่มถึง 100 คน ชื่อเสียงของเอเอ็มจีขจรไกล ดึงดูดลูกค้าจากทั่วโลกสู่เมืองอัฟฟัลแตร์บาค บริษัทได้ต้อนรับบรรดาบุคคลสำคัญๆ และบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งจากวงการมอเตอร์สปอร์ต วงการภาพยนตร์ ดนตรี กีฬา เศรษฐกิจ รวมถึงสมาชิกราชวงศ์ด้วย แม้ว่าความต้องการของบุคคลสำคัญเหล่านี้จะพิเศษและเฉพาะเจาะจงมากหากมิได้เกินความสามารถของเอเอ็มจีซึ่งบรรจงทำให้ด้วยประสบการณ์ความรู้ และความใส่ใจ ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม เอเอ็มจีได้ใช้ประสบการณ์อันกว้างขวางซึ่งสั่งสมมาอย่างต่อเนื่องมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยมุ่งมั่นที่จะคงความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี การออกแบบ การขาย และผลตอบแทนสัญญาความร่วมมือกับ เดมเลอร์-เบนซ์ เอจี ก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเอเอ็มจี ได้แก่ การเซ็นสัญญาความร่วมมือกับเดมเลอร์-เบนซ์ ในปี 2533 ตามข้อตกลงในสัญญา สินค้าของเเอเอ็มจี สามารถวางขายได้ ณ ศูนย์จำหน่าย และบริการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งทำให้การยอมรับจากลูกค้าสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการขยายตัวดังกล่าวเป็นผลทำให้ต้องเปิด Werk III เป็นโรงงานแห่งที่สามและเพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 400 คน ในปี 2536 บริษัทได้เปิดตัวรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C 36 AMG ยานพาหนะคันแรกที่พัฒนาร่วมกันภายใต้สัญญาความร่วมมือดังกล่าว ในช่วงนี้ AMG มีชื่อเสียงจนการเป็นตราสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากสำนักงานลิขสิทธิ์การรวมกิจการกับกลุ่มเดมเลอร์ไครสเลอร์ ในปี 2542 ในวันที่ 1 มกราคม 2542 H.W.Aufrecht ได้ถอนตัวจากการถือหุ้นใหญ่ใน AMG เมื่อบริษัท AMG ได้ควบรวมกิจการเข้ากับบริษัทเดมเลอร์ไครสเลอร์ เอจี เกิดเป็นบริษัทใหม่ ชื่อ Mercedes-AMG GmbH ที่มีจุดยืนอันแข็งแกร่ง บริษัทลูกที่มีความสามารถเฉพาะทางสูงได้รับการมอบหมายให้ดูแลเรื่องเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง แชสซี เบรก ระบบความดันอากาศ การออกแบบ รูปลักษณ์ภายใน การขาย และการตลาดของรถที่ประทับตรา AMG ทั้งหมด โดยมีทีมบริหารนำโดย Dr. Wolfgang Bernhard เป็นประธานกรรมการ และ Domingos Piedade หลังจากนั้นในปี 2543 Ulrich Bruhnke ได้เข้ารับตำแหน่งประธานบริหารแทนต่อมายอดประกอบมากกว่า 18,700 คันในปี 2544 AMG นับเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จมาก กล่าวคือ มียอดการส่งมอบรถ C 36 AMG กว่า 5,000 คัน ในระหว่างปี 2536 ถีง 2540 ในขณะเดียวกันมียอดการขายรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ E50 AMG ในระหว่างปี 2539 ถึง 2540 ถึง 3,000 คัน รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ E50 AMG รุ่น E55 AMG เป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จมาก โดยมีการผลิตกว่า 12,000 คัน อย่างไรก็ตามผลประกอบการที่ดีที่สุดคือปี 2544 รถ AMG ขายได้ถึงจำนวน 18,700 คันการมีส่วนร่วมในการแข่งฟอร์มูลาวัน ด้วยรถ SL 55 AMG ซึ่งถือเป็นรถด้านความปลอดภัย (Official Safety Car) เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีส่วนร่วมในการแข่งขันฟอร์มูลาวัน แชมเปียนชิพ โดยได้ส่งรถ SL 55 AMG (รถด้านความปลอดภัย) และรถ C32 AMG Estate (รถแพทย์) เข้าร่วมในฐานะตัวแทนของบริษํท ในขณะเดียวกันบริษํทยังให้การสนับสนุนกีฬาโปโลนานาชาติด้วย ในปี 2542 แผนกมอเตอร์สปอร์ต ได้เข้ารวมกับบริษัท H.W.A. GmbH ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ของ Hans Werner Aufrecht ผู้ก่อตั้งบริษัทโดยตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสำนักงานของ Mercedes-AMG GmbH โดยมีพนักงานประมาณ 170 คนทำงานร่วมกับ Mercedes-Benz Motorsport เพื่อจัดการบริหารความสัมพันธ์อันยาวนานกับการแข่งขัน เยอรมัน ทัวริ่ง คาร์ มาสเตอร์ (DTM) บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด คุณฉัตวิทัย ตันตราภรณ์, ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร.0-2344-6120 โทรสาร 0-2344-5685 E-mail: [email protected] หรือ บริษัท นีโอ ทาร์เก็ต จำกัด ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ คุณวรรณี ลีลาเวชบุตร คุณกัลยารัตน์ แสนปัญญา โทร.0-2861-0881-5 ต่อ 18 -นค/สส-