AIT มืออาชีพด้าน ICT แต่งตั้ง เทิร์น อะราวด์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมปรับองค์กรให้แข็งแกร่ง

กรุงเทพฯ--1 เม.ย.--สยาม พีอาร์ คอนซัลแทนท์ AIT มืออาชีพด้าน ICT แต่งตั้ง เทิร์น อะราวด์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมปรับองค์กรให้แข็งแกร่ง เตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเสริมศักยภาพและให้สามารถแข่งขันกับบริษัทข้ามชาติ AIT ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ประกาศแต่งตั้ง เทิร์น อะราวด์ เป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมกันนี้ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมตัวเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตอกย้ำศักยภาพขององค์กรด้วยผลประกอบการของปี 2545 ที่มีรายได้กว่า 1,100 ล้านบาท โดยตั้งเป้าเป็นบริษัทของคนไทยที่เป็นมืออาชีพด้าน ICT ที่สามารถสร้างองค์กรให้พร้อมเพื่อการแข่งขันกับบริษัทข้ามชาติ นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information & Communications Technology) เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด หรือ AIT ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 ด้วยเล็งเห็นถึงความต้องการของตลาด และลูกค้าในประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร โดยมีจุดแข็งที่เป็นบริษัทคนไทย 100% ที่มีความเป็นมืออาชีพ และมีความรู้ ความสามารถเทียบเท่าต่างชาติ เข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรของลูกค้าในประเทศไทยได้ดีกว่า ประกอบกับบริษัทมีระบบการทำงานที่เอื้ออำนวยความสะดวก ความคล่องตัวของผู้ปฏิบัติงานซึ่ง 60% เป็นวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านระบบโครงข่ายสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ จนทำให้ธุรกิจของบริษัทได้เจริญเติบโตรุดหน้าอย่างรวดเร็ว จากรายได้ 5 ล้านบาทในปี 2536 เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีรายได้ถึง 1,115 ล้านบาทในปี 2545 ที่ผ่านมา โดยมาจากการจำหน่ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 90% และจากงานบริการต่างๆ อีก 10% นับเป็นอัตราการเจริญเติบโตกว่า 3 เท่าจากปี 2544 โดยบริษัทได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าประจำ ที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ทั้งที่เป็นหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ตลอดจนบริษัทเอกชนชั้นแนวหน้าทั้งในและต่างประเทศมากมายเลือกใช้บริการ อาทิ บมจ. ทศท คอร์ปอเรชั่น, การสื่อสารแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บริษัท โมโตโรล่า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สามารถ คอมเทค จำกัด, บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โตโยต้า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ฯลฯ และสำหรับในปี 2546 นี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ประมาณ 30% โดยยังมุ่งเน้นในธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่ คือเป็น Solution Provider โดยมีการวางตำแหน่งจุดยืนของบริษัทว่าเป็น "The ICT Solution" ซึ่งให้ความหมายและคำอธิบายธุรกิจของบริษัทได้ชัดเจน บริษัทได้วางแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้โดย การขยายธุรกิจที่ก่อให้เกิดรายได้ประจำ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านบำรุงรักษา และการให้เช่าระบบสารสนเทศ การขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เช่น กลุ่มสถาบันการศึกษา กลุ่มการคมนาคมขนส่ง ภาคการผลิต เป็นต้น ตลอดจนการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจด้านบริการ เช่นการจัดตั้งศูนย์บริการตามภูมิภาค และระบบเครือข่ายสารสนเทศภายในองค์กร นอกจากนี้ ยังมีนโยบายในการพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น สำหรับกลยุทธ์การแข่งขันที่บริษัทนำมาใช้คือ สร้างความเชื่อมั่นและเชื่อถือในคุณภาพของผลงานสม่ำเสมอ ตั้งแต่การให้คำแนะนำ การวางระบบ การคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับความต้องการ, ประสิทธิภาพของบริการหลังการขาย โดยได้ตั้งศูนย์รับบริการที่ให้คำแนะนำสำหรับลูกค้าที่มีปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง หรือการให้บริการทาง Website ของบริษัทเพื่อติดต่อ/สอบถามข้อมูล นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วของการให้บริการ บริษัทได้วางแผนจัดตั้งศูนย์บริการตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้เปิดดำเนินการเรียบร้อยแล้วที่จังหวัดชลบุรี, รักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิม พร้อมทั้งขยายขอบเขตของการให้บริการให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านบำรุงรักษาระบบ หรือบริการอื่น ๆ ที่เพิ่มมูลค่าให้แก่กิจการ นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายในการขยายกลุ่มลูกค้าออกไปยังกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสาร, ส่งเสริมให้บุคลากรภายในองค์กรพัฒนาความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ, สร้างความคล่องตัวในการบริหารงาน ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาหรือตัดสินใจได้รวดเร็วเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลูกค้า บริษัทคู่ค้า เป็นต้น ในปี 2546 นี้จะเป็นปีที่สร้างรากฐานธุรกิจของบริษัทให้มั่นคงยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของประเทศและธุรกิจในประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขของ WTO, AFTA และ E-AFTA ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเสรีทางการค้า ทั้งปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งการแข่งขันทางธุรกิจจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยคู่แข่งขันส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีทั้งกำลังทุน, ประสบการณ์และอำนาจการต่อรองกับ Suppliers ที่มากกว่าบริษัทคู่แข่งในประเทศไทยด้วยกันเอง ดังนั้น หากบริษัทใดที่ไม่สร้างความพร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นก็ยากที่จะอยู่รอดได้ ในส่วนของ AIT ได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านนโยบายธุรกิจ, การปรับปรุงองค์กรและบุคลากร โดยเชื่อว่า การวางนโยบายที่ถูกต้อง, การบริหารงานที่โปร่งใส และความเป็นมืออาชีพจะสามารถสร้างความมั่นคงของบริษัทในยุคของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ได้ด้วยดี โดยก่อนหน้านี้ในปลายปี 2545 บริษัทได้มีการปรับโครงสร้างบริษัทและการเงิน และมีการเพิ่มทุนโดยเชิญนักลงทุนสถาบัน อย่างเช่น กองทุนเปิดไทยสร้างโอกาส กองทุนเปิดไทยแลนด์ ไดเร็คท์ ออพพอร์ทิวนิตี้และบริษัทหลักทรัพย์ แอสเซท พลัส จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น (โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 10% 5%และ 5% ตามลำดับ) ด้วยจุดแข็งของความเป็นมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคมนาคม ประกอบกับศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัทฯในทุกด้าน ส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกระทั่งมียอดขาย 1,100 ล้านบาท และเพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวเพิ่มขึ้น บริษัทฯ จึงได้มีวางแผนที่จะเตรียมตัวเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปีนี้ ด้วยการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (Initial Public Offering - IPO) โดยได้เตรียมความพร้อมของบริษัทด้วยการแต่งตั้งบริษัท เทิร์น อะราวด์ จำกัด ให้เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน พร้อมกันนี้ บริษัทได้จดทะเบียนบริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2546 โดยใช้ชื่อ "บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)" นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทิร์น อะราวด์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ได้กล่าวเสริมว่า ในปี 2545 ที่ผ่านมา สถานการณ์ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information & Communications Technology) ของไทย ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่มีอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมเกินกว่า 20% และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการขยายตัวของบริษัทเช่นเดียวกัน โดยในปี 2545 ที่ผ่านมา AIT สามารถทำรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการกว่า 1,100 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตกว่า 3 เท่า และมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและอย่างมีศักยภาพ จึงมีความมั่นใจที่จะนำบริษัทฯ เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การที่มีนักลงทุนสถาบันอย่างกองทุนเปิดไทยสร้างโอกาส กองทุนเปิดไทยแลนด์ ไดเร็คท์ ออพพอร์ทิวนิตี้ และบริษัทหลักทรัพย์ แอสเซท พลัส จำกัด (มหาชน) มาเป็นผู้ถือหุ้น ย่อมแสดงถึงความยอมรับของนักลงทุนสถาบันต่อบริษัทฯ และต่อคุณศิริพงษ์และทีมงาน สิ่งนี้เป็นก้าวที่สำคัญก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในส่วนของตลาดหุ้นนั้น คาดว่าหลังสงครามอิรักแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นหนึ่งในตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญมากตลาดหนึ่งซึ่งเป็นไปได้ที่จะมีการลงทุนจากสถาบันทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยดันให้ค่าดัชนี (Index) สูงขึ้นได้ โดยคาดว่าน่าจะสูงสุดที่ 420-450 จุด 1. ประวัติโดยสังเขป บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี (มหาชน) จำกัด หรือเรียกย่อๆว่า "AIT" ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2535 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ภายใต้ชื่อเดิมว่า "บริษัท เมดิกไทยคอน จำกัด" ด้วยจุดม่งหมายทางด้านธุรกิจสินค้าทางการแพทย์และเภสัชกรรม ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด" ภายใต้การบริหารของกลุ่มผู้บริหารใหม่ที่มีประสบการณ์และความสำเร็จยิ่งในด้านการบริหารและการดำเนินงานทางด้าน Information Technology และการสื่อสารโทรคมนาคมจากบริษัทผู้นำทั้งในและต่างประเทศ และด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเป็นหนึ่งในบริษัทฯ ที่ให้ความจริงใจแก่ลูกค้าโดยคำนึงถึงเหตุผล ผลประโยชน์และความสำเร็จของลูกค้าเป็นหลักสำคัญ AIT จึงแยกธุรกิจทางด้านการแพทย์และเภสัชกรรมออกโดยเด็ดขาด และมุ่งเน้นที่ผู้บริหารและทีมงานที่มีความชำนาญด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ต่อมา AIT ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 50 ล้านบาท ปัจจุบันได้ทำการจดทะเบียนเป็น บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี (มหาชน) จำกัด และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท เพื่อรองรับการบริการให้กับลูกค้าปัจจุบันและที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วยความมั่นคง AIT ตั้งสำนักงานอยู่ที่ อาคาร เอ ไอ ที เลขที่ 37/2 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 โดยมีพื้นที่ของสำนักงาน พร้อมทั้ง Facility ต่างๆ สำหรับรองรับ ลูกค้าและธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วกว่า 1000 ตารางเมตร 2. สินค้าและบริการของ AIT AIT ได้แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน คือ Computers, Data Communications และ Telecommunications ซึ่งการดำเนินงานของ AIT เป็นลักษณะที่เรียกว่า "Total ICT Solution Provider" หรือระบบเบ็ดเสร็จ AIT ได้ใช้หลักการของ System Integrator ในการดำเนินงาน เพื่อความคล่องตัวและเป็นอิสระในการคัดเลือกสินค้าที่เหมาะสม รวมถึงการบริการที่ดีที่สุดและตรงกับความต้องการของลูกค้า ด้วยหลักการทำงานของ System Integrator ผสมผสานกับ Concept ของการเป็น Distributor ของสินค้าหลักบางชนิด หรือที่เราเรียกว่า "Strategic Product" จะนำประโยชน์ในด้าน Know-how, การบริการที่ดี รวมไปจนถึงการลงทุนที่ต่ำกว่ามาสู่ลูกค้าในสินค้าที่ AIT เป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งในการเสนอสินค้าและบริการให้กับลูกค้านั้น AIT จะเป็นผู้รับผิดชอบ และรับประกันในสินค้าและบริการนั้นๆให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของลูกค้า ซึ่งมิได้หมายความว่า AIT ผลักภาระความรับผิดชอบให้กับบุคคลที่ 3 แต่อย่างใด AIT เชื่อว่า " การบริการที่ดี คือ หัวใจของการดำเนินธุรกิจที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต" Computers ปัจจุบัน AIT เป็นตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ Hewlett Packard, IBM, Silicon Graphics และ Sun ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต FCC, UL และ ISO9000นอกจากนี้ AIT ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ต่อพ่วงและผลิตภัณฑ์ Software ต่างๆ ดังนี้ - Software ทุกชนิดของ Microsoft, Novell, Oracle, SAP และ Smart Office - Software ทางด้านท่าอากาศยานจากประเทศเยอรมัน - UPS ยี่ห้อ APC, Socomec, Syndome และ Victron Data Communications เพื่อจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ธุรกิจทางด้าน Information Technology ครบวงจรมากขึ้น AIT ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจำหน่าย และติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายชั้นนำทางด้าน Networking System จากบริษัทชั้นนำ - Cisco Systems, Nortel Network, Tyco Electronics และ 3Com ซึ่งเรามุ่งเน้นในด้าน 1. Management System 2. Distribution System 3. Internetworking 4. Mainframe Connectivity Telecommunications AIT มีทีมงานและบุคลากรที่มุ่งเน้นธุรกิจทางด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะมาเป็นเวลากว่า 5 ปี ณ ปัจจุบัน AIT ได้เป็น Business Partner ในการร่วมดำเนินโครงการหลายๆ โครงการกับบริษัทโทรคมนาคม ชั้นนำของโลกมากมาย อาทิเช่น Siemens, Lucent Technologies, France Teleco และ Hong Kong Telecom เป็นต้น AIT มีผลงานบางส่วนในด้าน Telecommunications ดังต่อไปนี้ 1. งานติดตั้งสายโทรศัพท์ไปยังบ้านผู้เช่า ในส่วนของโครงการ 2 ล้านเลขหมายในกรุงเทพฯ 2. งานติดตั้งสายโทรศัพท์ไปยังบ้านผู้เช่า ในส่วนของโครงการ 1 ล้านเลขหมายในต่างจังหวัด 3. งานสำรวจความต้องการการใช้โทรศัพท์ขั้นพื้นฐาน จำนวน 39 จังหวัดทั่วประเทศ ให้กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 4. งานติดตั้งสาย Fiber Optic สำหรับโครงการ ISDN เขตนครหลวงให้กับ บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น (มหาชน) จำกัด 5. งานติดตั้งสาย Fiber Optic สำหรับโครงการ 500,000 เลขหมาย ให้กับบริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด 6. งานติดตั้งสาย Fiber Optic สำหรับโครงการกรุงเทพ-ปริมณฑล 10 เส้นทาง ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ให้กับ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (มหาชน) จำกัด 7. งานติดตั้งสาย Fiber Optic สำหรับโครงการ CCTV ของกรุงเทพมหานครให้กับ บริษัท ยูไนเต็ด คอมมิวนิเคชั่น อินคัสทรี เน็ทเวอร์ค จำกัด 8. งาน Rehabilitation ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ที่จังหวัดลำปาง 9. งาน Outsite Plant Mapping สำหรับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 10. งานระบบแจ้งเหตุขัดข้องอัตโนมัติ (17) 3. ประสบการณ์ในการติดตั้งระบบ Network และ PC AIT มีประสบการณ์ในการออกแบบ, ติดตั้ง, ดูแลรักษา และบริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รวมทั้งระบบ On-line กับ IBM Mainframe ทั่วประเทศ โดยมีผลงานบางส่วนพอสรุปได้ดังต่อไปนี้ 1 ATM Backbone - คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง - สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ - บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด - บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด - กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2. FDDI Backbone - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย - กระทรวงศึกษาธิการ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค - มหาวิทยาลัย เซ็นต์จอห์น 3. Fast Ethernet Backbone - คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - มหาวิทยาลัยรามคำแหง - มหาวิทยาลัยมหิดล - มหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี - โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ - บริษัท K.R. Precision (มหาชน) จำกัด - บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด - บริษัท บุญถาวร จำกัด 4. Data & Voice Integrated Network - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย - บริษัท โตโยต้า (ประเทศไทย) จำกัด - บริษัท สหโมเสค (มหาชน) จำกัด - บริษัท ฟิลลิป เซมิคอนดักเตอร์ จำกัด - บริษัท Cooper Pricewaterhouse จำกัด - บริษัท บางกอกโพลีเอสเตอร์ จำกัด 5. ระบบ LAN - บริษัท เบอร์ลี่ยุกเกอร์ (มหาชน) จำกัด - บริษัท โฮมโปรดักส์ จำกัด - บริษัท ฝาจีบ (มหาชน) จำกัด - บริษัท โตโยต้า (ประเทศไทย) จำกัด - ABB Service Co., Ltd. - กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข - เทศบาลเมืองลำปาง - โรงพยาบาลเอกอุดร - โรงพยาบาลกรุงเทพ หาดใหญ่ - โรงพยาบาลประสาท - โรงเรียนสตรีวัดระฆัง 6. ระบบ WAN - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย - การประปานครหลวง - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค - บริษัท โตโยต้า (ประเทศไทย) จำกัด - บริษัท สหโมเสค (มหาชน) จำกัด - บริษัท โฮมโปรดักส์ จำกัด - บริษัท บางกอกโพลีเอสเตอร์ จำกัด - บริษัท เบอร์ลี่ยุกเกอร์ (มหาชน) จำกัด - โรงพยาบาลกรุงเทพ หาดใหญ่ 7. ระบบ Internet - การประปานครหลวง - ธนาคารออมสิน - คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - มหาวิทยาลัย เซ็นต์จอห์น - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม - บริษัท ฟิลลิป เซมิคอนดักเตอร์ จำกัด - บริษัท โตชิบา (ประเทศไทย) จำกัด - บริษัท อาคเนย์ประกันภัย (มหาชน) จำกัด 8. IBM Mainframe - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย - สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม 9. UNIX Server - บริษัท ฝาจีบ (มหาชน) จำกัด - บริษัท บางกอกโพลีเอสเตอร์ จำกัด - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย - การไฟฟ้าฝ่ายผลิต เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง - บริษัท บุญถาวร จำกัด - มหาวิทยาลัย เซ็นต์จอห์น 10. ระบบ Application ต่างๆ - เทศบาลเมืองลำปาง (Office Automation, Personal Information Application) - การประปานครหลวง (Office Automation Application, Image Processing Application) - บริษัท โซนี่ เซมิคอนดักเตอร์ จำกัด (Human Resource Application) - บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ (มหาชน) จำกัด (Human Resource Application) - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Computer Reservation Application) - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ( Automatic Maintenance Service Application 17, Office Automation Application, Image Processing Application) - บริษัท พรีแพค (ประเทศไทย) จำกัด (Financial Application) - สำนักงานคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กรมประชาสงเคราะห์ (ระบบทะเบียนคนพิการ, ระบบสวัสดิการสงเคราะห์, ระบบงานกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ, ระบบจัดหางานคนพิการ, ระบบงานการให้การศึกษาและพัฒนา, ระบบงานการรักษาพยาบาลและบริการทางการแพทย์, ระบบงานบริหารงานทั่วไป, ระบบงานสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร) - บริษัท บางกอกโพลีเอสเตอร์ จำกัด (Financial and Manufacturing Application) - บริษัท ที เค เอส เอ็นเตอร์ไพร้ส (มหาชน) จำกัด (Financial Application) 11. ระบบ Firewall - กระทรวงสาธารณสุข - มหาวิทยาลัยกรุงเทพ - การประปานครหลวง 4. ผลการดำเนินการ AIT ได้ดำเนินกิจการมาเป็นเวลานานกว่า 9 ปี จากสถิติผลประกอบในปีที่ผ่านๆมา จะเห็นได้ว่า AIT มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีผลการดำเนินการกำไรทุกปีถึงแม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องมาจากทีมงานที่มีคุณภาพ ทำให้การทำงานของ AIT มีประสิทธิภาพ เป็นที่ไว้วางใจและเชื่อถือของลูกค้าอย่างเสมอมา รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ จิดาภา ประมวลทรัพย์, นันทพร บุญ-หลง บริษัท สยาม พีอาร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด โทร. 0-2693-7835-8 ต่อ 32, 38, 0-1817-7153--จบ-- -ศน-

ข่าว องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ล่าสุด