โครงการเหมืองแร่โพแทสจังหวัดอุดรธานีสถานะปัจจุบัน โดยอรุณศรี อื้อศรีวงศ์ และชุมพล เลิศรัฐการ
กรุงเทพฯ--27 มี.ค.--Visage ความตระหนักถึงสภาพสิ่งแวดล้อมทางสังคมโดยปัจจุบันมีอยู่ค่อนข้างสูงอันเป็นผลมาจากการศึกษาค้นคว้าและการเผยแพร่วิชาการด้านสิ่งแวดล้อมในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ต่อชีวิตของชุมชน และประชาชนไทยจำนวนมาก วิถีชีวิตดั้งเดิมถูกบังคับเปลี่ยนแปลงกลายเป็นอันตรายต่อผู้คนและการดำเนินชีวิตดังจะเห็นจากกรณีมากมายที่มีผลทำให้เกิดความเคลื่อนไหวต่อต้าน ในอดีตโครงการเขื่อนน้ำโจนที่ถูกต่อต้าน กรณีโรงงานไฟฟ้าลิกไนต์แม่เมาะเขื่อนปากมูล โครงการโรงไฟฟ้าบ้านกรูด และโครงการวางท่อแก๊สไทย-มาเลเซียที่จังหวัดสงขลา เหล่านี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางสังคมที่รุนแรง หากการบริหารจัดการของรัฐไม่ดีพอ ย่อมจะก่อให้เกิดผลบานปลายกลายเป็นปัญหาที่เรื้อรัง ขณะที่ความรุนแรงต่าง ๆ ยังคงอยู่ ทั้งประชาชนขัดแย้งกับรัฐ และประชาชนขัดแย้งกันเอง ในการปฏิรูปการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2540 ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของชุมชนในการมีส่วนร่วมที่จะดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความในหลายมาตราจะต้องออกเป็น "กฎหมายลูก" ต่อไป กระนั้นถ้าเข้าใจกันแล้วว่าชุมชนผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการพัฒนาต่างๆ จะต้องมีส่วนร่วม ยิ่งกว่านั้นประชาชนไทยทั่วไป ก็น่าจะมีส่วนร่วมกับรัฐ มีข้อมูลข่าวสารทราบความเป็นไปของโครงการต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อสังคมไทย โครงการสร้างเหมืองแร่โพแทสจังหวัดอุดรธานีที่ดำเนินการมาพักหนึ่งโดยที่ประชาชนในพื้นที่ และประชาชนไทยโดยเฉพาะนักวิชาการ ยังไม่ได้มีส่วนร่วมเท่าที่ควร ที่ผ่านมาโครงการนี้เริ่มต้นที่กรมทรัพยากรธรณีได้สำรวจนานกว่า 10 ปี พบว่าบริเวณพื้นที่แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร (รวมถึงจังหวัดอุดรธานี) มีสินแร่อยู่มากมายมหาศาล โดยเฉพาะที่แอ่งสกลนคร มีเหมืองแร่โพ-แทสบริสุทธิ์อยู่ประมาณเกือบ 390,000 ล้านตัน ซึ่งเป็นแหล่งแร่โพแทสที่ใหญ่เป็น 1 ใน 3 ของโลก และสามารถทำเหมืองแร่ขุดมาใช้ได้นานถึง 50 ปี รัฐบาลไทยทำสัญญาให้สิทธิบริษัทเอกชนต่างประเทศทำการสำรวจ และทำโครงการจัดตั้งเหมืองซึ่งปัจจุบันนี้สิทธิดังกล่าวตกอยู่กับ บริษัท เอเชีย - แปซิฟิคโพแทชคอร์โปเรชั่น จำกัด ที่ได้ทำการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment - EIA) ยื่นขอสัมปทานบัตรต่อไป บริษัทฯ ได้เข้าไปขุดเจาะสำรวจพบว่าพื้นที่ ที่จะจัดตั้งเหมือง 4 แห่งครอบคลุมเขตหลายอำเภอ ซึ่งมีประชากรในอำเภอนั้นๆ และบริษัทใกล้เคียงนับเป็นแสนคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กำหนดเป็น (Site D) ณ บ้านหนองตะไก้ อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี จะเป็นที่ตั้งของเหมืองนั้นมีชุมชน กระจายอยู่โดยรอบ และชาวบ้านมีความคิดเห็นแตกต่างเป็น 2 ฝ่ายทั้งสนับสนุนและคัดค้าน ความแตกต่างทางความคิดนี้ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วภายในพื้นที่โดยรอบ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิด อาจเกิดจากความไม่ชัดเจนของข้อมูล ในด้านผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการนี้ กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีที่คัดค้านโครงการชี้ว่า มีความน่าวิตกเกี่ยวกับการทรุดตัวของพื้นดินฝุ่นเกลือ การแพร่กระจ่ายของดินเค็มและแหล่งน้ำ เป็นอันต่อการเกษตร กลุ่มชุมชนบ้านหนองตะไก้ เห็นว่าการสร้างเหมืองนี้จะเกิดประโยชน์ ในด้านการสร้างงานของคนในพื้นที่ เห็นได้ว่าความขัดแย้งระหว่าง 2 กลุ่มดังกล่าว ขยายตัวออกไปในพื้นที่โดยรอบ มีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสังคมในพื้นที่โดยเฉพาะในนด้านการบริหารจัดการทรัพยากร ถ้าไม่ดีพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสื่อสารข้อมูลที่จะต้องมีความชัดเจน ไม่ก่อความเคลือบแคลงแก่ประชาชนในท้องถิ่นที่มีสิทธิในการดูแลรักษา และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรของชุมชนในท้องถิ่นซึ่งเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ ประเด็นสำคัญของสถานะโครงการตั้งเหมืองโพแทสจะต้องมีความเข้าใจร่วมกันระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ที่ต่างก็มีส่วนได้เสีย ในด้านผลประโยชน์ร่วมกัน ยิ่งกว่านั้นโครงการนี้เป็นโครงการพัฒนาเหมืองแร่ใหญ่มหาศาลซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทยก็เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของชาติ โดยส่วนรวมด้วย ความกระจ่างต่อปัญหาข้างต้นนี้ที่ผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปจะได้รับ ก็คือจาก การสัมมนาโครงการเหมืองแร่โพแทสจังหวัดอุดรธานี ที่จัดขึ้น ณ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2546 เช้า - บ่าย ซึ่งมุ่งหวังไว้ว่าผลจากการสัมมนานี้จะได้นำไปใช้ในการดำเนินการ อันเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต่อไป อรุณศรี อื้อศรีวงศ์ อาจารย์สถาบันราชภัฏอุดรธานี ชุมพล เลิศรัฐการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ--จบ-- -ศน-