กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานทุ่ม 50 ล้าน เร่งสร้างสำนึกคนไทยรับวิกฤตพลังงาน - newswit
กรุงเทพฯ--14 มี.ค.--สนข. คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประชุมนัดแรกปี 2546 ให้การสนับสนุนโครงการ “พลังไทย ลดใช้พลังงาน” ของกระทรวงพลังงาน โดยสนับสนุนงบประมาณ 50 ล้านบาท เร่งสร้างสำนึกคนไทยรับวิกฤตพลังงาน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ที่กระทรวงพลังงาน ในวันที่ 13 มีนาคม 2546 ว่า คณะกรรมการกองทุนฯ ได้อนุมัติให้การสนับสนุนโครงการ “พลังไทย ลดใช้พลังงาน” ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ในวงเงิน 50 ล้านบาท เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงาน ทั้งนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิรัก ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงมาก จนอาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลจึงได้นำมาตรการการตรึงราคาน้ำมันมาใช้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันต่ำกว่าที่เป็นจริง จึงจำเป็นต้องรณรงค์ให้ประชาชนทราบถึงราคาที่แท้จริงและให้ความร่วมมือในการประหยัดพลังงานอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการรองรับวิกฤตการณ์ด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับแนวทางประหยัดพลังงานจะเป็นวิธีการง่ายๆ ที่ประชาชนสามารถเริ่มทำได้ทันทีด้วยตนเองและในครอบครัว โดยมีทั้งสิ้น 4 แนวทาง คือ 1 . การรณรงค์ให้ขับรถในความเร็วที่กฎหมายกำหนด หากขับรถด้วยความเร็ว 90 กม./ชม. แทนการขับรถด้วยความเร็ว 110 กม./ชม. จะประหยัดน้ำมันได้ 25% คิดเป็นเงิน 800 บาทต่อเดือนต่อคัน หรือ 9,600 บาทต่อปีต่อคัน หากรถยนต์จำนวน 7 ล้านคันทั่วประเทศ ทำตามมาตรการดังกล่าว ประเทศชาติจะประหยัดเงินได้ไม่น้อยกว่า 67,000 ล้านบาทต่อปี 2. การตรวจเช็คสภาพรถ ด้วยเงิน 500 บาท (อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง) สามารถประหยัดน้ำมันได้ 10% คิดเป็นเงินที่ประชาชนประหยัดได้ 250 บาทต่อเดือนต่อคัน คิดเป็นจะประหยัดได้ถึงปีละ 3,000 บาท หากรถยนต์เบนซิน จำนวน 3 ล้านคันในประเทศไทย ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว จะช่วยชาติจะประหยัดเงินได้ 9,000 ล้านบาทต่อปี 3. รณรงค์ให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมดับไฟขนาด 40 วัตต์ครัวเรือนละ 1 ดวง รณรงค์ให้ประชาชนทุกคนช่วยกันดับไฟที่ไม่ใช้ ถ้าครัวเรือนทั้งประเทศทำในทันทีพร้อมกันจะประหยัดไฟได้ในทันที 480 เมกะวัตต์ ซึ่งเท่ากับกำลังการผลิตไฟฟ้าของเขื่อนสิริกิติ์ ถ้าประชาชนดับไฟฟลูออเรสเซนต์ 1 ดวง ขนาด 40 วัตต์ วันละ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 เดือน จะประหยัดไฟได้ถึง 36 บาทต่อเดือน คิดเป็น 430 บาทต่อปี ถ้า 12 ล้านครัวเรือนทำพร้อมกันทั้งประเทศจะช่วยชาติประหยัดได้ 5,200 ล้านบาทต่อปี 4. ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25? C และทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศสม่ำเสมอรณรงค์ให้ประชาชนตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25? C ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกสบาย จะประหยัดไฟได้อย่างน้อย 10% หากประชาชนที่ใช้เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 บีทียู (1 ตัน) ปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1? C เป็นระยะเวลา 8 ชั่วโมง จะประหยัดได้ 2 บาทต่อวัน หรือประหยัดค่าไฟได้ 60 บาทต่อเดือน คิดเป็น 720 บาทต่อปี หากผู้ใช้เครื่องปรับอากาศจำนวนประมาณ 1.6 ล้านเครื่องทั่วประเทศทำตาม จะประหยัดเงินได้อย่างน้อย 96 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 1,152 ล้านบาทต่อปี ในการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ กองทุนฯ แทนตำแหน่งที่ครบกำหนดสามปีตามวาระใหม่ดังนี้ 1. นายปิยะวัติ บุญ-หลง 2. นายปรีดา วิบูลย์สวัสดิ์ 3. นายกฤษณพงศ์ กีรติกร 4. นายสุนทร บุญญาธิการ 5. นายอัชพร จารุจินดา 6. นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 7. นายอัศวิน คงสิริ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติให้ยุบรวมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลแผนอนุรักษ์พลังงานจากเดิมที่มี 3 คณะ รวมเป็นคณะเดียว เรียกว่า “คณะอนุกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เพื่อให้การบริหารงานกองทุนฯ และการดำเนินงานตามแผนอนุรักษ์พลังงานเป็นเอกภาพ มีความคล่องตัว โดยสอดคล้องกับโครงสร้างการบริหารงานของกระทรวงพลังงาน สำหรับกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัย การดำเนินการเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการแสวงหาพลังงานทดแทน โดยปัจจุบัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2545 มีเงินกองทุนฯ อยู่ 11,938 ล้านบาท--จบ-- -ศน-