กระแสสินค้าเทคโนโลยีไอทีมาแรงส่งผล "เคซีอีฯ" โตในตลาดโลก

กรุงเทพฯ--5 มี.ค.--เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ อุตสาหกรรมแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการขยายตัวมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก จากการประมาณภาวะการค้าแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กโทรนิกส์ในปีที่ผ่านมาพบว่ามีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 7 และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 9.5% บริษัทเคซีอีฯ ในฐานะผู้นำการส่งออกแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ในไทย ออกมาตอกย้ำภาพผู้นำตลาดแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ เทงบฯ ลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีภาวะการแข่งขันสูงในปัจจุบัน ใช้กระแสผู้บริโภคนิยมสินค้าไอที เปิดบริษัท เคซีอี อิเลคโทรนิคส์ นางเสาวลักษณ์ วรามิตรสกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิศวกรรมการผลิต บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board (PCB) เป็นแผ่น Epoxy Glass ที่มีสื่อนำไฟฟ้า เช่น ตะกั่ว ทองแดง ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญขั้นพื้นฐานในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกประเภท สำหรับในประเทศไทยผู้ที่บุกเบิกงานแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์เป็นคนแรก คือ คุณบัญชา องค์โฆษิต กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ที่เดิมทำธุรกิจขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ แต่ด้วยการตั้งข้อสังเกตที่ว่ายังไม่มีใครทำแผ่น PCB ขายในเมืองไทย ทำให้เห็นโอกาสทางการตลาด จึงเป็นที่มาของการเปิดบริษัท ควงเจริญ อีเลคโทรนิคส์ จำกัด ในปี พ.ศ. 2525 ด้วยทุนจดทะเบียน 12 ล้านบาท โดย"เมื่อ 20 ปีก่อน บริษัทเริ่มต้นด้วยเครื่องเจาะเพียงเครื่องเดียว งานทุกอย่างต้องใช้แรงงานคนควบคุม และมีพนักงานอยู่เพียงไม่กี่สิบคน แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และเห็นช่องว่างทางการตลาด คุณบัญชาจึงได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไต้หวัน ซึ่งจัดเป็นประเทศที่เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 3 คนเข้ามาจัดระบบโรงงาน ฝึกอบรมพนักงาน และซื้อเครื่องจักรเพื่อพัฒนากระบวนการผลิต โดยทำสัญญาเป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในช่วง 3 ปี แรกนั้นบริษัทยังไม่รู้จักคำว่ากำไร มีแต่การเรียนรู้วิชาชีพนี้อย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากที่ทำการศึกษาพร้อมฝึกฝนทักษะกระบวนการผลิตแผ่น PCB ได้ระยะหนึ่ง บริษัทจึงเริ่มมีกำไร เนื่องจากได้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับพนักงานมีทักษะและเข้าใจในกระบวนการทำงานมากขึ้นตามลำดับ" นางเสาวลักษณ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาในปี 2531 จึงเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด เพื่อให้ภาพบริษัทดูเป็นสากลมากขึ้น จากนั้นในปี 2535 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและได้แปรสภาพเป็นบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้บริษัทมีเงินที่จะลงทุนด้านเครื่องจักร และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ให้แข่งขันกับต่างชาติได้ ทั้งนี้เพราะมองเห็นว่าในช่วงนั้นตลาดต่างประเทศกำลังต้องการสินค้าประเภทนี้สูง บริษัทจึงเปลี่ยนเป้าหมายทางการตลาดใหม่โดยหันไปเน้นผลิตสินค้าเพื่อส่งออกเกือบร้อยเปอร์เซนต์ ปัจจุบัน เคซีอีฯ มีบริษัทในเครือ 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท เค.ซี.อี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู ผลิตเฉพาะแผ่น PCB ประเภท Double Sided บริษัท ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตพริเพรค และลามิเนต ซึ่งเป็นวัตถุที่สำคัญในการผลิต PCB และบริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานน้องใหม่ที่ผลิตและจำหน่ายแผ่น PCB ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมไฮ-เทค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเมื่อรวมกำลังการผลิตของทั้ง 3 โรงงาน เข้าด้วยกันแล้ว บริษัทสามารถผลิตสินค้าได้ 1 ล้านตารางฟุตต่อเดือน และในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด กำลังจะขยายพื้นที่โรงงานเพิ่มขึ้นอีก 1 เฟส จะส่งผลให้ยอดการผลิตเพิ่มขึ้น และขณะเดียวกันบริษัทจะหันมาลงทุนบริษัทแม่เพื่อที่จะรับทำงานที่มีไฮเทคโนโลยีมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้บริษัทยังมีสำนักงานขายในยุโรป อเมริกา และสิงคโปร์ ซึ่งจะดำเนินงานด้านการขาย และการตลาดเพื่อติดต่อกับลูกค้า และให้บริการลูกค้าได้ทันสถานการณ์ มองหาผู้เชี่ยวชาญร่วมพัฒนาเทคโนโลยี ปรับกระบวนการผลิตรองรับตลาดโลก นางเสาวลักษณ์ เล่าว่า ด้วยเพราะบริษัทผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยี ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เราต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีโดยเฉพาะงานด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และด้วยเหตุดังกล่าวทำให้บริษัทต้องปรับตัวและมองหาเครื่องจักรที่ทันสมัยอยู่เสมอเพื่อรองรับงานที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น "จากเดิมเราใช้สว่านเจาะรูให้กระแสไฟฟ้าผ่านแผ่น PCB แต่ด้วยความต้องการของลูกค้าที่ต้องการงานไซส์รูขนาดเล็กลง ทำให้สว่านไม่สามารถเจาะเข้าไปได้ จึงเป็นที่มาของการกู้เงินดอกเบี้ยต่ำจาก โครงการ "Development of Microvia" ในปี พ.ศ. 2543 เพื่อจัดซื้อเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งเครื่องจักรนี้ถือเป็นเครื่องแรกที่ทำให้บริษัทได้ทดลองทำเองไม่ผ่านผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ส่งผลให้บริษัทเกิดการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตสินค้าป้อนตลาดโลก ด้านนางสาวชมพูนุช อนุศาสน์สิทธิกิจ ที่ปรึกษาเทคโนโลยีโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กของประเทศในการนำเทคโนโลยีเข้าไปทำให้เกิดนวัตกรรมในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่การแข่งขันในตลาดการค้าสากลได้อย่างเข้มแข็ง สำหรับการให้ความช่วยเหลือของบริษัท เคซีอีฯ นั้น เกิดจากความต้องการของผู้บริโภคในสินค้าขนาดเล็กที่มีความถี่สูงขึ้นสามารถพกพาได้สะดวก บริษัทฯ จึงต้องการปรับปรุงกระบวนการผลิตจากเดิมที่สามารถผลิตแผ่น PCB ที่มีขนาดรูได้เล็กสุด 16 mils เป็นกระบวนการผลิตที่สามารถผลิตแผ่น PCB ที่มีขนาดรูได้เล็กกว่าหรือเท่ากับ 10 mils จึงได้ขอความช่วยเหลือจาก ITAP ในโครงการ "Development of Microvia" เพื่อขอรับการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจาก สวทช. ซึ่งพบว่าประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยบริษัทฯ สามารถผลิตแผ่น PCB ที่มีรูขนาดเล็กกว่า 10 mils ได้ ทำให้สามารถแข่งขันกับตลาดที่มีความต้องการ PCB ที่มีความหนาแน่นสูงได้ รู้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่หัวใจสำคัญของบริษัท นางเสาวลักษณ์ เล่าต่อว่า เนื่องด้วยบริษัท เคซีอีฯ เป็นบริษัทผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี บุคลากรจึงถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะหากบุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่แล้วจะทำให้กระบวนการผลิตด้อยประสิทธิภาพลง จึงมองว่าการอบรม ทดสอบ และพัฒนางานของพนักงานเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ ความเข้าใจต่อกระบวนการผลิตเป็นสิ่งจำเป็น โดยบางครั้งมีการส่งพนักงานไปฝึกอบรมที่ต่างประเทศ หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาฝึกอบรมพนักงานบ้างเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีให้พนักงาน และกว่าที่บริษัทจะประสบความสำเร็จได้ทุกวันนี้ต้องบอกว่า "เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพนักงาน ทุกคน" และเนื่องจากอุตสาหกรรมนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีการแข่งขันสูง ทำให้เกิดผลกระทบต่อความต้องการและราคาได้ง่าย บริษัทฯจึงใช้นโยบายจัดแบ่งตลาดผู้ซื้อให้มีความหลากหลายเพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ารายใหญ่กว่า 20 ราย อาทิ โซนี่ ซีเมนส์ โตชิบา เป็นต้น ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะใช้สินค้าของบริษัทนานนับ 10 ปี เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้า และการบริการที่ตรงต่อเวลา นอกจากนี้ยังมีลูกค้ารายย่อยอีกมากมายเพื่อขยายฐานลูกค้าด้วย ขณะเดียวกันก็มองหาลูกค้าใหม่อยู่เสมอ พร้อมปรับระบบการทำงานให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อรองรับงานที่มีความหลากหลายซึ่งถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้บริษัทมีลูกค้าเพิ่มขึ้น ยืนหยัดผลิตสินค้าคุณภาพสู้"จีน" นางเสาวลักษณ์ เล่าต่อว่า ด้วยสภาวะการแข่งขันที่สูงมากในปัจจุบันทำให้บริษัทต้องมองหาตลาดใหม่ๆ อย่างประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลี เพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ตลาดใหม่นี้มีข้อจำกัดคือต้องการเทคโนโลยีที่สูงขึ้น หากบริษัทสามารถเจาะตลาดของทั้งสองประเทศได้ก็ต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนจีนที่ขณะนี้เริ่มมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนผลิตสินค้าประเภทนี้มากขึ้น ด้วยปัจจัยสำคัญคือต้นทุนค่าแรงงานที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ จึงส่งผลกระทบ ผลกระทบต่อบริษัทที่ผลิตแผ่น PCB ขายทั่วโลก เพราะมีการตัดราคากันอย่างรุนแรง เพราะหากดูกันที่ราคาต้องยอมรับว่า เคซีอีฯสู้กับจีนไม่ได้แน่นอน ฉะนั้นสิ่งเดียวที่จะทำให้บริษัทอยู่ได้ก็คือต้องหนีไปผลิตสินค้าที่มียากและมีความยากสลับซับซ้อนมากขึ้น เพราะจีนยังมีข้อจำกีดที่ไม่สามารถผลิตชิ้นงานที่ยุ่งยากและซับซ้อนได้ ดังนั้นปีที่ 20 ของเคซีอีฯ จึงตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นที่เคซีอีฯขึ้นแท่นผู้นำด้านการผลิตสินค้าประเภทไฮเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้มากขึ้น นางเสาวลักษณ์ กล่าวต่อว่า เคซีอีฯ ถือเป็นบริษัทแรกที่ผลิตและจำหน่ายแผ่น PCB โดยยอดขายปีที่แล้วเมื่อนับรวมกันทั้ง 3 บริษัท ประมาณ 90 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 3 พันกว่าล้านบาทต่อปี ปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่า 121 ล้านเหรียฐสหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 5 พันกว่าล้านบาท เนื่องจากบริษัทเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานที่อยุธยา ประกอบกับมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมียอดขายสูงเป็นอันดับหนึ่งของไทย และเป็นอันดับที่70 จากการจัดอันดับยอดขายจากทั่วโลก สำหรับปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตจนถึงทุกวันนี้ได้นั้นต้องบอกว่า เพราะการผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพและมาตรฐานเป็นสำคัญ และจากการสำรวจยอดขายที่บริษัทติดอันดับต้นๆ ของบริษัทจากทั่วโลกนั้นถือเป็นความภูมิใจของพนักงานอย่างมกา เพราะ เคซีอีฯ เป็นบริษัทคนไทย ที่มีทีมทำงานเป็นคนไทยเกือบจะ 100% ก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามในอนาคตคาดหวังว่า เคซีอีฯจะศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลิตสินค้าที่มีคุณภาพป้อนสู่ตลาดโลกต่อไป สนใจขอรับการสนับสนุนหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) โทร. 0-2-564-7000 ต่อ 1373-1380--จบ-- -ศน-

ข่าว เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ ล่าสุด