เซ็นทรัลรีเทล แถลงผลการประกอบการปี 2545 และนโยบายปี 2546

กรุงเทพฯ--4 มี.ค.--เซ็นทรัลรีเทล การแถลงข่าวประจำปีของเซ็นทรัลรีเทลประกอบด้วยหัวข้อหลักๆ ได้แก่ ผลการประกอบการปี 2545 นโยบาย เป้าหมาย และทิศทางการดำเนินธุรกิจ ปี 2546 ดังนี้ ผลประกอบการปี 2545 ในปี 2545 ที่ผ่านมานี้ เป็นปีที่รัฐบาลได้ริเริ่มนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องและถูกต้องตามเวลา ไม่ว่าจะเป็นโครงการเอื้ออาทรโครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว และอื่นๆ อีกมาก เหล่านี้ส่งผลที่ดีต่อการพลิกฟื้นของเศรษฐกิจโดยรวม สร้างความมั่นใจ สร้างบรรยากาศการลงทุน สร้างรายได้และความเจริญเติบโตให้ประเทศ ประชาชนเกิดความมั่นใจที่จะลงทุนและใช้จ่าย นับว่าทำให้ประเทศไทยและประชาชนพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ จากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลดังกล่าว เซ็นทรัลรีเทลจึงมีการขยายกิจการและมีผลประกอบการที่เติบโตได้ตามเป้าหมาย ยอดขายรวมทั้งสิ้น 38,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 12 เปอร์เซ็นต์ และมีการเติบโตของกำไรจากปีที่แล้ว 39 เปอร์เซ็นต์ โดยเซ็นทรัลดีพาร์เม็นต์สโตร์เป็นกำลังหลักมียอดขายสูงสุด โครงการหลัก หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็น CEO เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2545 คุณทศ จิราธิวัฒน์ ได้มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้ทุกหน่วยธุรกิจมีการขยายตัวและพัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงประสิทธิภาพบุคลากรและหน่วยงานสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น ผลงานดังกล่าวประกอบด้วย 1. การเปิดสาขาใหม่และการปรับปรุงสาขาเดิม หน่วยธุรกิจของบริษัทฯ มีการขยายตัวเปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 30 สาขา ประกอบด้วย เซ็นทรัล 1 สาขา Power Buy 10 สาขา Supersport 4 สาขา B2S 12 Homeworks 2 Office Depot 1 สาขา โรบินสันได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สาขารัชดาซึ่งเป็นสาขาหลัก ซึ่งมีการเปิดตัว Home Universe โดยรวมเอาข้อเด่นของ 3 ธุรกิจหลักเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้ามากขึ้น 2. การปรับปรุงประสิทธิภาพของบุคลากรและระบบ บุคลากร จำนวนบุคลากรของเราทั้งหมดมีประมาณ 27,000 คน ประกอบด้วยพนักงาน 12,000 คน และ PCBA 15,000 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2544 จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ เราได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดูแลพนักงานออกเป็นระดับบริหาร ระดับจัดการ และพนักงานทั่วไป โดย CRC ดูแลระดับบริหารทั้งหมด และกำกับนโยบายในการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยรวม ในปีที่ผ่านมาเราจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีระบบการประกันสุขภาพ ระบบการให้ car allowance แทนการให้รถประจำตำแหน่ง และการจัดการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ เหล่านี้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของเราสูงขึ้นมาก ถ้าเทียบดูแล้วจะเห็นว่าเปอร์เซ็นต์ขึ้นสูงกว่าการเติบโตของยอดขายถึง 2 เท่า แต่อย่างไรก็ตาม CRC เห็นว่าบุคลากรคือทรัพยากรที่มีค่าของบริษัทการใช้จ่ายด้านบุคลากรคือการลงทุนเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์กร นอกจากนั้นบริษัทฯ ตระหนักดีว่าบุคลากรทุกคนมีความคิดและมีความสามารถ แต่บางครั้งไม่มีโอกาสได้เสนอหรือแสดง ทำให้ขาดโอกาสมีส่วนร่วมในการทำให้ธุรกิจเจริญเติบโต เพื่อเป็นการกระตุ้นให้บุคลากรมีความกระตือรือล้นและมีส่วนช่วในการพัฒนาองค์กร บริษัทฯ จึงได้นำวิธีการที่ให้หัวหน้าหน่วยงานทุกระดับและทุกหน่วยเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการทำงานประจำปี เป็นการสร้างความมีส่วนร่วมและความเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทอย่างแท้จริง ที่สำคัญวิธีการนี้เป็นการพัฒนาความสามารถของพนักงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ระบบลอจิสติก เพื่อทำให้ระบบที่เริ่มไว้พัฒนาขึ้นเป็นระบบ Supply Chain Management เต็มรูปแบบ เราจึงได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาคือ McKinsey เข้ามาให้คำแนะนำ โครงการนี้ก็จะเริ่มดำเนินการในเร็วๆ นี้ ร้านค้าและลูกค้าคงจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการพัฒนาในครั้งนี้ การ centralize ระบบบัญชี เราได้ดำเนินการ centralize ระบบบัญชีของทุกบริษัทเข้าด้วยกันจัดตั้งเป็นหน่วย Finance and Accounting Service Team หน่วยงานนี้จะเน้นเรื่อง customer oriented คือให้ความสะดวกแก่คนที่มาใช้บริการ ร้านค้าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะช่วยทำให้สะดวกขึ้น เช่น การรับเงินจากธนาคาร การตรวจสอบเวลาและการจ่ายเงินผ่าน web เป็นต้น ปี2546 ทิศทางการดำเนินงาน สำหรับในปี 2546 นี้ CRC ยังมีความมั่นใจในนโยบายและมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และจะยังคงยึดนโยบายที่จะปรับปรุงร้านค้า สินค้า และการบริการ ของสาขาต่างๆ และกำไรอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ดำเนินการด้านการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม และพัฒนาระบบให้สามารถรองรับการเจริญเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมาย สำหรับปี 2546 นี้เราวางเป้าหมายไว้ว่าจะมียอดขายประมาณ 42,000-44,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ โดยจะเปิดสาขาใหม่ไม่น้อยกว่าปี 2545 คือประมาณ 30-50 สาขา และมีการพัฒนารูปแบบของร้านให้หลากหลายยิ่งขึ้น โครงการหลัก การขยายธุรกิจ โครงการใหญ่ๆ ที่เราจะดำเนินการในปีนี้คือ Central Festival Phuket ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างตลอดปีนี้โดยกำหนดจะเปิดให้บริการต้นปี 2547 โครงการปรับปรุงร้าน Zen ใหม่และการพัฒนารูปแบบใหม่ของทุกร้านของเราที่จะไปเปิดที่ World Trade Center การปรับปรุงสาขาชิดลม การขยายผลของรูปแบบใหม่ของโรบินสัน การปรับปรุงด้านการจัดซื้อสินค้าให้ทุกร้านมีสินค้าใหม่ ไม่เหมือนใคร มีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของลูกค้า การลงทุนร่วมกับ chain ในญี่ปุ่นที่จะเปิดร้าน 100 เย็นขึ้นในประเทศไทย บุคลากร CRC ได้มีการพัฒนาระบบการบริหารให้มีความเป็นระบบและความเป็นมืออาชีพอยู่ตลอดเวลา โดยมีทีมผู้บริหารที่มีความสามารถและมีความแข็งแกร่ง มีนโยบาย แผนงาน และเป้าหมายการดำเนินงานที่แน่นอน และองค์กรของเราไม่มีการหยุดนิ่ง ในปีนี้เราได้มีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนผู้บริหารระหว่างบริษัทต่างๆ ดังนี้ - คุณปรีชา เอกคุณากูล จาก B2S และ Homeworks ไปเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่โรบินสัน - คุณพิทักษ์ ตันพิบูลย์วงศ์ จาก Office Depot และ Central Online ไปเป็นกรรมการผู้จัดการของ Homeworks - คุณพงศ์ ศกุนตนาค เลื่อนตำแหน่งจาก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของ Office Depot และ Central Online เป็นกรรมการผู้จัดการ - สำหรับ B2S เราได้แต่งตั้งคุณยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ซึ่งรับผิดชอบด้านจัดซื้อของ B2S มารับหน้าที่กรรมการผู้จัดการ จะเห็นได้ว่าเรายึดนโยบายที่จะแต่งตั้งผู้บริหารจากบุคคลภายในก่อน โดย 2 ท่านแรกนั้นอยู่กับเราไม่น้อยกว่า 10 ปีแล้ว และหมุนเวียนรับตำแหน่งอยู่ในหน่วยธุรกิจต่างๆ ของเรา ทำให้มีประสบการณ์สูง ส่วนอีก 2 ท่านนั้นเป็นการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไป นอกจากการเปลี่ยนแปลงและโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงแล้ว ในเรื่องของทรัพยากรบุคคลนั้นปีที่แล้วเราปรับปรุงเรื่องการดูแลพนักงาน ในปีนี้เราจะเน้น 3 เรื่องหลัก - การฝึกอบรมและการดูงานต่างประเทศ - การปรับโครงสร้างการบริหารทรัพยากรบุคคล - การดูแลความเป็นอยู่และขวัญกำลังใจ โดยเฉพาะผู้ที่เป็น top performers เรื่องการฝึกอบรมเรากำหนดให้พนักงานระดับบริหาร ได้รับการอบรมปีละ 10 วันต่อคน หลักสูตรที่จัดมี หลักสูตรด้าน general management และหลักสูตรที่เป็น soft skill ในปีนี้เราจะเริ่มพัฒนาหลักสูตรด้าน functional skill หรือ retail skills ให้เป็นระบบมากขึ้น นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังจัดให้ผู้บริหารและพนักงานได้เดินทางไปดูงานในต่างประเทศ โดยได้ตั้งงบประมาณเฉพาะการฝึกอบรมและดูงานไว้ที่ ประมาณ 20 ล้านบาท หลักสูตรที่สำคัญนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วอีกหลักสูตรหนึ่งคือ หลักสูตร Mini-MBA โดยเราได้รับความร่วมมือจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการผสมผสานวิชาการด้านบริหารธุรกิจเข้ากับทฤษฎีด้านการบริหารงานค้าปลีก เกิดเป็นหลักสูตร Mini MBA ที่มีลักษณะเฉพาะที่จะช่วยพัฒนาผู้บริหารและพนักงานของเรา โดยในปีนี้เราจัดให้ผู้บริหารของเรากว่า 100 คนเข้าเรียน และต่อไปเราจะทยอยจัดให้พนักงานของเราประมาณ 2,500 คน ได้เข้าเรียนหลักสูตรนี้ทุกคน จากโครงการด้านนี้ของเรา หวังว่าในอนาคตเราอาจจะมี Central Retail Business School ขึ้นก็ได้ ด้านโครงสร้างการบริหารทรัพยาบุคคล เราจะ Centralize งานด้านนี้เข้าด้วยกัน และเปลี่ยนระบบ HRIS ใหม่ให้ทันสมัยขึ้นมาใช้ Oracle ซึ่งเป็นระบบเดียวกับระบบบัญชีของเรา ซึ่งคงจะเรียบร้อยในปีนี้ ส่วนการดูแลพนักงาน เรามีนโยบายให้พนักงานของเรามีความสุขขณะที่ทำงานอยู่กับเราและถ้าเขาอยู่กับเราจนเกษียณเข้าต้องสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างสบาย ในปีนี้เราจึงขยายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของเราให้รวมพนักงานตั้งแต่ระดับหัวหน้าแผนกขึ้นไป จำนวนประมาณ 2,500 คน ในอนาคตเราก็อาจจะขยายให้มากขึ้นไปอีก นอกจากนั้นเรายังมีโครงการพัฒนาบุคลกรที่ผลงานดีเด่น เพื่อให้เขามีความก้าวหน้าและพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมีระบบอีกด้วย การมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม โครงการทวิภาคี เราเริ่มจากเซ็นทรัลทำความตกลงกับกรมอาชีวศึกษาเมื่อปี 2544 ที่จะช่วยฝึกอบรมด้านธุรกิจค้าปลีกให้แก่อาจารย์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษา 7 แห่ง และฝึกงานในลักษณะทวิภาคีให้นักศึกษาระดับ ปวส.และปวช. โดยระหว่างฝึกงานนักศึกษาจะได้รับค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าคอมมิชชั่น ในปีนี้จะมีนักศึกษาที่จะสำเร็จหลักสูตรนี้จำนวน 21 คน ซึ่งจะทำพิธีมอบประกาศนียบัตรในวันที่ 14 มีนาคม ที่จะถึงนี้ เราถือว่าโครงการนี้เราได้มีส่วนช่วยเรื่องการพัฒนาการศึกษาและความสามารถด้านค้าปลีกของคนไทย ดังนั้นเมื่อจบแล้วจะสมัครเป็นพนักงานของเราก็ได้หรือจะไปทำที่อื่นก็ได้ โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา เรามีโครงการที่ Power Buy นำร่องไว้ เป็นโครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นบริจาคคอมพิวเตอร์และฝึกอบรมครูและนักเรียนให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจัง ในปีนี้เราตั้งเป้าที่จะขยายผลให้เป็นความร่วมมือกับร้านค้าเพื่อสร้างโอกาสให้นักเรียนในต่างจังหวัดได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเช่นเดียวกับนักเรียนในกรุงเทพฯ เราโชคดีที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้สามารถติดตามงานและประเมินผลโครงการเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่ได้ตลอดเวลา โครงการสนับสนุนการกีฬาเพื่อต้านยาเสพย์ติด โครงการนี้เราจะเริ่มต้นที่โรงเรียนภายใน กทม.ก่อน โดยจะสนับสนุนด้านการสร้างสนามเด็กเล่น และสนับสนุนด้านอุปกรณ์กีฬา เราเห็นว่าถ้าเด็กหันมาสนใจเล่นกีฬากันมากขึ้น ปัญหาด้านยาเสพย์ติดน่าจะลดน้อยลง โครงการให้ทุนการศึกษา ในปีนี้ เซ็นทรัลรีเทลจะให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 100 ทุน โดยเน้นที่นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้วไม่สามารถศึกษาต่อได้เพราะความขัดสน และในช่วงปิดภาคเรียนนักเรียนที่ได้รับทุนเหล่านี้อาจจะมีโอกาสดูงานด้านค้าปลีก และถ้าโตพอก็อาจจะรับฝึกงานเป็นพนักงานชั่วคราวในสาขาของเราก็ได้ เป็นการฝึกให้มีอาชีพสุจริตตั้งแต่เล็ก--จบ-- -พห-

ข่าว พิทักษ์ ตันพิบูลย์วงศ์ ล่าสุด