ประตูน้ำเซ็นเตอร์มิติใหม่ของวงการธุรกิจศูนย์ค้าส่งครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย - newswit

กรุงเทพฯ--8 ก.ย.--แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ ประตูน้ำเซ็นเตอร์มิติใหม่ของวงการธุรกิจศูนย์ค้าส่งครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โครงการแรกและโครงการเดียวที่สร้างเสร็จก่อนขาย เปิดจองพื้นที่วันที่ 14 ก.ย. นี้ ดาวน์เพียง 10% ประตูน้ำ เซ็นเตอร์ มิติใหม่ของวงการธุรกิจศูนย์ค้าส่งครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โครงการแรกและโครงการเดียวที่สร้างเสร็จสมบูรน์ก่อนขาย ถือเป็นศูนย์ค้าส่งที่มีความทันสมัยและสะดวกสะบายที่สุดในประเทศขณะนี้ มีทั้งศูนย์ช้อปปิ้ง พลาซ่า, โรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และคอนโดมิเนียม เริ่มเปิดจองพื้นที่ 14 กันยายนศกนี้ ผู้จองสามารถเปิดร้านค้าขายได้ทันทีส่วนโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และคอนโดมิเนียม เปิดให้บริการได้ปลายปีหน้า นายวัชรกิติ วัชโรทัย ประธานกรรมการ บริษัท เกรทไชน่า มิลเลนเนียม (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผย ถึงโครงการประตูน้ำเซ็นเตอร์ ว่า ถือเป็นมิติใหม่ของ วงการธุรกิจศูนย์ค้าส่งครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีพื้นที่มากถึง 240,000 ตารางเมตร มูลค่าโครงการสูงถึง 8,000 ล้านบาท เป็นแหล่งรวมร้านค้าสารพันในภาพลักษณ์ใหม่ด้วยการออกแบบตกแต่งทั้งภายนอกและภายในอาคารที่ทันสมัย ถือเป็นศูนย์ค้าส่งที่มีความสะดวกสบายที่สุดในย่านประตูน้ำ โดยในวันนี้ได้จัดให้มีการลงนามแลกเปลี่ยนสัญญาสนับสนุนเงินทุนระหว่างโครงการศูนย์การค้าประตูน้ำเซ็นเตอร์กับธนาคารกรุงไทย และลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างโครงการศูนย์การค้าประตูน้ำเซ็นเตอร์กับกลุ่มโรงแรม Scandic by Hiton โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นศูนย์ค้าส่งครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโครงการแรกและโครงการเดียวที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ก่อนขายพร้อมให้ผู้จองพื้นที่เปิดร้านค้าขายได้ทันที โดยกำหนดแล้วเสร้จและเปิดโครงการได้ประมาณปลายปีนี้ ส่วนของโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และคอนโดมิเนียมนั้นจะมีกำหนดแล้วเสร็จในปลายปี 2547 ภายในโครงการแบ่งเป็น ศูนย์ช็อปปิ้งพลาซ่า จำนวน 8 ชั้นรวมร้านค้ากว่า 2,500 ยูนิต ซึ่งจะเปิดดำเนินการภายในสิ้นปีนี้ ส่วนพื้นที่ที่เหลือที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2547 ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 38 ชั้น เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ 38 ชั้น โรงแรมหรูระดับ 4 ดาว 34 ชั้น ที่จอดรถจำนวน 3,000 คัน สำหรับสินค้าที่จะเข้ามาจำหน่ายจะประกอบด้วยสินค้าประเภทเสื้อผ้า, เครื่องหนัง, อัญมณี, เครื่องใช้ในครัวเรือน, ศูนย์อาหาร และไอที โดยปัจจุบันมีผู้สนใจจองพื้นที่ไปแล้วกว่า 50% ส่วนพื้นที่ที่เหลือนั้นจะเปิดให้จองใน วันที่ 14 กันยายน 2546 นี้ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการมีกิจการเป็นของตนเอง หรือผู้ประกอบการที่ต้องการขยายกิจการ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเทพเหมาะกับการค้าขาย ซึ่งลูกค้าที่ซื้อพื้นที่โครงการ สามารถได้รับการสนับสนุนสินเชื่อรายย่อยจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อีกด้วย โดยสามารถซื้อพื้นที่ด้วยเงินดาวน์เพียง 10% และสามารถกู้จากธนาคารกรุงไทย ได้ถึง 90% ระยะเวลาการกู้นานถึง 25 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี 2 ปี และ 3 ปีแรก ที่อัตราเพียง 3% 3.5% และ 3.75% ซึ่งนับว่าถูกมาก ยิ่งไปกว่านั้นธนาคารกรุงไทย ยังให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ลูกค้าที่จองพื้นที่จากโครงการอย่างเต็มที่อีกขั้นหนึ่ง ด้วยการให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้านถึง 70% ของค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้าน แถมด้วยการให้สินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในโครงการอีกด้วย การจัดการทางการเงินเช่นนี้ได้มีการวางแผนมาเป็นปี จนมาถึงความลงตัวทางการเงินขนาดนี้ เรียกได้ว่ามีการวางแผนทางการเงินให้กับโครงการและลูกค้ารายย่อยของโครงการอย่างสมบูรณ์แบบ คาดว่าการเปิดตัวของประตูน้ำเซ็นเตอร์นี้จะทำให้บริเวณนี้พลิกฟื้นกลับมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการค้าส่งอีกครั้ง ทำให้เงินตราต่างประเทศไหลเข้ามาในประเทศมากขึ้น อันจะเป็นการช่วยฟื้นเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง หลังจากที่ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา--จบ-- -นท/นห-

ข่าว ธนาคารกรุงไท ล่าสุด