กทม. เน้นปลูกฝังเยาวชนมองเห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในภาษาไทย

กรุงเทพฯ--11 ก.ย.--กทม. เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.46) เวลา 09.00 น. ที่ห้องอเนกประสงค์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดร.ธารินทร์ สงวนเสริมศรี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานมอบรางวัลโครงการประกวดเรียงความปลูกฝังจิตสำนึกแก่เยาวชน กทม. เพื่อให้เยาวชน มองเห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย โดยมี นางสาวประนอม เอี่ยมประยูร รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา และคณะศึกษานิเทศก์ ร่วมงาน รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กล่าวว่า สำนักการศึกษาได้ดำเนินการประกวดเรียงความปลูกจิตสำนึกแก่เยาวชน กทม. ซึ่งเป็นงานตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังเยาวชนกรุงเทพมหานครให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเชื่อมั่นศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมให้เยาวชนมีจิตสำนึกที่ดีต่อบทบาทหน้าที่ที่มีต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ มองเห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และแสดงความสามารถทางภาษาไทยในด้านการเขียน โดยกำหนดให้มีการประกวดเรียงความของนักเรียนสังกัด กทม. ตั้งแต่ระดับชั้น ป.3 – ม.3 รวม 7 ระดับชั้น สำหรับหัวข้อของเรียงความจะเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกของเยาวชนในเรื่องต่างๆ ที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียนในแต่ละระดับชั้น คือ ระดับชั้น ป.3 หัวข้อ “เด็กไทย ใช้ของไทย เศรษฐกิจไทยรุ่งเรือง” ระดับชั้น ป. 4 หัวข้อ “เยาวชนคนดี รู้หน้าที่ มีวินัย” ระดับชั้น ป. 5 หัวข้อ “เกิดเป็นคนไทย ภูมิใจชาติตน” ระดับชั้น ป.6 หัวข้อ “เอื้ออาทรแบ่งปัน สร้างสรรค์เอกลักษณ์ไทย” ระดับชั้น ม.1 หัวข้อ “รักในหลวง ห่วงสังคม นิยมไทย” ระดับชั้น ม.2 หัวข้อ “รักท้องถิ่น รักเมืองไทย ร่วมใจสร้างชาติ” และระดับชั้น ม.3 หัวข้อ “เยาวชนรุ่นใหม่ ใส่ใจปัญหา พัฒนาบ้านเมือง” ในการนี้มี นักเรียนเข้ารับรางวัล แยกเป็นระดับละ 6 คน คือ รางวัลที่ 1,2,3 และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รวมทั้งสิ้น 42 คน ดร.ธารินทร์ กล่าวว่า ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ เป็นวิชาหลักที่มีความสำคัญในการศึกษาทุกระดับ ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร การดำเนินชีวิต เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย การส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถด้านภาษาไทย ถ่ายทอดแนวคิดในรูปแบบของเรียงความ ซึ่งเป็นทักษะด้านการเขียนจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งเสริมทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่าน และให้มีจิตสำนึกด้านต่างๆ นั้น ก็นับว่ามีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ครูและ นักเรียนมีความตื่นตัวและสนใจในภาษาไทยมากขึ้น ตนขอให้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยเช่นนี้ต่อไปอย่าง ต่อเนื่อง ไม่ว่าเรื่องการออกเสียง การท่องบทอาขยาน การคัดลายมือ และการเรียงความ เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียน การสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน--จบ-- -นห-

ข่าว ภาคภูมิใจ ล่าสุด