วีซ่าเปิดตัว "บัตรวีซ่า มินิ" บัตรชำระเงินขนาดจิ๋ว ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก
กรุงเทพฯ--20 ส.ค.--บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ วีซ่า เอเชีย แปซิฟิกประกาศเปิดตัวบัตรรูปโฉมใหม่ "บัตรวีซ่า มินิ" เมื่อเร็วๆนี้ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก นับเป็นบัตรชำระเงินขนาดจิ๋วบัตรแรกของวีซ่าที่จะออกใช้ในเอเชีย แปซิฟิก โดยการเปิดตัวบัตรวีซ่า มินิในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินที่ออกบัตรวีซ่าในไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไต้หวัน และจะทยอยเปิดตัวในประเทศอื่นต่อไป บัตรวีซ่า มินินับเป็นนวัตกรรมครั้งสำคัญในการออกแบบบัตร โดยมีขนาดเพียงกว้าง 66 มิลลิเมตรและยาว 40 มิลลิเมตร เล็กกว่าบัตรวีซ่าขนาดปกติถึง 43% บัตรวีซ่า มินิจะเจาะรูที่มุมซ้ายด้านล่างเพื่อให้ผู้ถือบัตรสามารถคล้องบัตรกับพวงกุญแจ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์พกพาติดตัวอื่นๆได้ เอเชีย แปซิฟิกนับเป็นภูมิภาคที่สองในโลกที่จะมีการออกบัตรวีซ่า มินิ โดยธนาคารแห่งอเมริกา (Bank of America) และวีซ่า สหรัฐอเมริกาได้เปิดตัวบัตรวีซ่า มินิใบแรกของโลกในสหรัฐอเมริกาไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีบัตรวีซ่า มินิออกใช้ในสหรัฐอเมริกาไปแล้วกว่า 8 ล้านใบนับตั้งแต่เปิดตัว นายราจิฟ คาปูร์ รองประธานอาวุโสสายการตลาดและผลิตภัณฑ์ของวีซ่า เอเชีย แปซิฟิกกล่าวว่า "เนื่องจากเทคโนโลยีบัตรเครดิตมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง วีซ่าและธนาคารสมาชิกวีซ่าจึงต้องเน้นการออกแบบบัตรและนวัตกรรมใหม่ๆให้มากขึ้นเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใหม่และแตกต่างจากของคู่แข่งออกสู่ตลาด วีซ่าในฐานะผู้นำในธุรกิจชำระเงินได้นำหน้าในการพัฒนารูปแบบบัตรใหม่ๆ และสนับสนุนความคิดริเริ่มในการทำการตลาดของบัตรรูปแบบใหม่ บัตรวีซ่า มินิจึงเป็นก้าวสำคัญล่าสุดของวีซ่าในฐานะผู้นำนวัตกรรมและความคิดริเริ่มใหม่ๆ "ในปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการความสะดวกในการพกพาสิ่งของต่างๆ เพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เห็นได้ชัดเจนในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เนื่องจากคนหนุ่มสาวและผู้ที่หลงใหลในเทคโนโลยีเป็นผู้บริโภคกลุ่มสำคัญในตลาดนี้ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องบ่งบอกไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือดิจิตอล และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คซึ่งมีขนาดเล็กลงและทำงานได้หลากหลายในเครื่องๆ เดียวมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่อยู่กับที่ "ในภูมิภาคเอเชียซึ่งมีผู้ถือบัตรวีซ่ามากกว่า 190 ล้านใบ จึงเป็นเรื่องปกติที่วีซ่าจะต้องพัฒนา รูปแบบบัตรที่พกติดตัวไปไหนมาไหนได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้บัตรได้อย่างสะดวกที่สุด" ในการเตรียมการก่อนการเปิดตัววีซ่า มินินี้ วีซ่าได้ทำการวิจัยในกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 35 ปี ที่อาศัยในฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน และประเทศไทย เมื่อต้นปีนี้เพื่อทดสอบการตอบรับของผู้บริโภค ผลการวิจัยพบว่าแนวคิดบัตรวีซ่า มินินี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภค ผู้บริโภคกลุ่มนี้กล่าวว่าสิทธิประโยชน์และค่าธรรมเนียมของบัตรชำระเงินแต่ละยี่ห้อใกล้เคียงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นลักษณะหน้าตาของบัตร รูปทรงและขนาดจึงเป็นปัจจัยที่จะทำให้บัตรแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกัน ผู้บริโภคกลุ่มนี้ตอบรับแนวคิดบัตรวีซ่า มินิอย่างดีมาก โดยผู้ที่ได้รับการสำรวจไม่ว่าชายหรือหญิงต่างกล่าวว่าวีซ่า มินิมีรูปแบบทันสมัย เก๋ไก๋ เหนือชั้น และจัดให้วีซ่า มินิเป็นผลิตภัณฑ์บัตร"ที่เป็นก้าวย่างสำคัญ" ยิ่งกว่าผลิตภัณฑ์อื่นใดในตลาดนอกจากนี้ยังพบว่าวีซ่า มินิสามารถสร้าง"ความต้องการที่จะเป็นเจ้าของ" โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นสตรีซึ่งมองว่าผู้ถือบัตรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจะเป็น "หญิงสาวทันสมัยที่เข้าสังคมเก่ง ไม่อยู่นิ่ง ทันแฟชั่นและนำแฟชั่น เชื่อมั่นในตนเองและจริงใจ" กลุ่มผู้บริโภคกล่าวว่าประโยชน์ในการใช้งานและผลทางด้านจิตใจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาสนใจที่จะเป็นเจ้าของบัตรวีซ่า มินิ ประโยชน์ในการใช้งานคือ สามารถพกพาและใช้บัตรขนาดจิ๋วนี้ในโอกาสต่างๆ เช่นไปเต้นรำ ทานข้าวกลางวันกับเพื่อนร่วมงาน ไปซื้อของในร้านค้าแถวบ้าน ไปเที่ยวพักผ่อนหรือไปชายหาดหรือแม้แต่ไปวิ่ง ส่วนผลทางด้านจิตใจคือมีรูปลักษณ์ที่ทันแฟชั่นทันสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในการสร้างเสริมรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ วีซ่าได้จัดให้มีรูปแบบบัตรต่างๆ กันหลากหลายอันสะท้อนถึงอารมณ์และสไตล์ที่ต่างกันเพื่อตอบสนองรสนิยมหลากหลายของผู้บริโภค ผู้ออกบัตรจะสามารถเลือกรูปแบบบัตรเหล่านี้เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการออกบัตรของตน ในการวิจัยพบว่ากลุ่มผู้บริโภคต้องการให้บัตรวีซ่า มินินี้จะสามารถพกพาไปกับอุปกรณ์พกพาติดตัวอื่นๆ ดังนั้น วีซ่าจึงได้สั่งทำอุปกรณ์ที่จะใช้พกพาไปกับวีซ่า มินิขึ้นมาเป็นการเฉพาะ สถาบันการเงินที่จะเป็นผู้ออกบัตรก็อาจคิดรูปแบบอุปกรณ์พกพาของตนเองขึ้นได้ วีซ่า มินิสามารถออกในรูปบัตรเดบิตวีซ่า อิเลคตรอน หรือในรูปบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นบัตรคลาสสิก บัตรทอง หรือบัตรแพลททินั่ม โดยจะมีรายละเอียดเช่นเดียวกับบัตรวีซ่าขนาดปกติ ซึ่งคือวันที่บัตรหมดอายุและชื่อของผู้ถือบัตร และสามารถใช้ได้กับเครื่องรูดบัตรที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันตามร้านค้าต่างๆ ที่รับบัตรวีซ่า วีซ่า มินินี้จะออกควบคู่กับบัตรวีซ่าขนาดปกติ เนื่องจากเป็นของใหม่ที่มีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถใช้กับเครื่องสอดบัตรที่รับบัตรขนาดปกติ เช่นเครื่องเอทีเอ็ม หรือเครื่องที่อ่านได้เฉพาะแถบแม่เหล็กขนาดยาว หรือเครื่องรูดบัตรแบบเก่าที่ต้องกรอกตัวเลขการชำระเงินด้วยมือ ซึ่งในกรณีเหล่านี้ ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรขนาดปกติของตนแทนได้ วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล วีซ่าเป็นแบรนด์ชำระเงินชั้นนำของโลกโดยมีปริมาณเงินผ่านบัตรต่อปีมากกว่า 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นบัตรที่มีการใช้มากที่สุดใน 150 ประเทศ วีซ่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชำระเงินและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ของสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกวีซ่า กว่า 21,000 แห่ง และผู้ถือบัตร วีซ่ายังเป็นผู้นำในการชำระเงินผ่านอินเตอร์เน็ต และยังเป็นผู้บุกเบิกพัฒนาธุรกิจยู-คอมเมิร์ซ หรือยูนิเวอร์ซัล คอมเมิร์ซอันสามารถให้ทำธุรกรรมได้ทุกแห่ง ทุกเวลาและทุกวิธี วีซ่า เอเชีย แปซิฟิก สำหรับในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกนั้น วีซ่ามีส่วนแบ่งตลาดมากกว่ายี่ห้อบัตรเพื่อชำระเงินอื่นๆ ทั้งหมดรวมกัน โดย 59% ของการชำระเงินผ่านบัตรทั้งหมด ณ จุดขายทำผ่านบัตรวีซ่า ณ ปัจจุบันมีบัตรวีซ่า ออกใช้ 192 ล้านใบในเอเชีย แปซิฟิก ในช่วง 12 เดือนที่สิ้นสุด ณ 31 มีนาคม 2546 มีการใช้บัตรวีซ่าชำระเงิน ณ จุดขายหรือใช้ถอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มเป็นจำนวนเงิน 430,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ จำกัด อนัญญา โศภิษฐกมล (ต่อ 110) หรือ ไพโรจน์ ภาชนะปรีดา (ต่อ 115) โทรศัพท์ 0 2664 9500 โทรสาร 0 2664 9515--จบ-- -รก-