บอร์ดตลท. อนุมัติเงินร่วมลงทุนในกองทุนหุ้นทุนเป็นรวม 600 ล้านบาท

กรุงเทพฯ--26 ส.ค.--ตลาดหลักทรัพย์ฯ บอร์ดตลท. อนุมัติเงินร่วมลงทุนในกองทุนหุ้นทุนเป็นรวม 600 ล้านบาท พร้อมปรับเกณฑ์รายการเกี่ยวโยงให้รัดกุมให้ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องร้องกรรมการที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2546 ว่า คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีมติอนุมัติให้จัดสรรวงเงินเพิ่มอีกจำนวน 250 ล้านบาท เพื่อลงทุนเพิ่มในกองทุนที่ลงทุนในหุ้นทุน จากเดิมที่มีวงเงินที่เตรียมลงทุนในกองทุนดังกล่าวจำนวน 350 ล้านบาท รวมเป็นเงินทุนที่จะจัดสรรทั้งหมด 600 ล้านบาท โดยจะนำไปลงในกองทุนจำนวน 12 กองทุน รวมมูลค่าโครงการ 24,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนใหม่ 7 กองทุน และกองทุนเดิม 5 กองทุน เพื่อเป็นเงินทุนเริ่มต้น เพื่อให้กองทุนสามารถเติบโตได้ในอนาคต “ตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นว่าควรมีการส่งเสริมการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบันในประเทศให้มากขึ้น จากปัจจุบัน ซึ่งผู้ลงทุนสถาบันในประเทศมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 9 ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารลดต่ำลง ดังนั้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้มีเงินฝากและสนใจที่จะลงทุนในหุ้น แต่ไม่มีเวลาหรือมีข้อจำกัดด้านการเลือกซื้อหุ้นด้วยตัวเอง จึงได้สนับสนุนให้มีกองทุนรวมเพื่อลงทุนในหุ้นทุนขึ้น โดยให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ร่วมกันบริหาร โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะร่วมลงทุนเฉลี่ยกองทุนละ 35 – 50 ล้านบาท ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันจะลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลงทุนในกองทุนรวมหุ้นทุนเหล่านี้ เป็นระยะยาว โดยจะไม่ขายคืนหน่วยลงทุนเลยอย่างแน่นอนอย่างน้อยใน 24 เดือนแรก” กรรมการและผู้จัดการกล่าว นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยกำหนดให้นิยามคำว่า “บุคคลเกี่ยวโยง” ครอบคลุมไปถึง ผู้มีอำนาจควบคุมบริษัท หรือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจทำรายการที่แท้จริง ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจควบคุม หมายถึง ผู้ที่สามารถแต่งตั้งถอดถอนกรรมการ ผู้ที่สามารถกำหนดนโยบาย หรือผู้ที่มีความรับผิดชอบและปฏิบัติเยี่ยง ผู้บริหารซึ่งจะเป็นนิยามเดียวกับของสำนักงานฯ ก.ล.ต. “คณะกรรมการฯ ยังได้อนุมัติให้แยกรายการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินออกมาเป็นประเภทของรายการที่เกี่ยวโยงกันอีกประเภทหนึ่ง นอกเหนือจาก รายการทางการค้าที่เป็นธุรกิจปกติและมีเงื่อนไขการค้าทั่วไป รายการเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือบริการอื่น ทั้งนี้ เพื่อให้มีความชัดเจน และเพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้เข้มงวดขึ้น เนื่องจากเป็นรายการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท จดทะเบียนได้ง่ายในจำนวนที่สูง” กรรมการและผู้จัดการกล่าว นายกิตติรัตน์กล่าวเสริมว่า ได้มีการปรับปรุงขั้นตอนการทำรายการแต่ละประเภทให้รัดกุมมากขึ้น เช่น การขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทหรือผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบในรายการที่มีความสำคัญ และกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการกำกับดูแลเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ถือหุ้น โดยให้บริษัทกำหนดในข้อบังคับให้มีเรื่องการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันที่สอดคล้องกับข้อบังคับของตลท. เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องร้องกรรมการที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้บริษัทฯ ถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงโทษเพิกถอนจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำเสนอการปรับเกณฑ์ฯ ต่อสำนักงานฯ ก.ล.ต. ต่อไป ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร ลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร. 0-2229-2036 / รุ่งรัชนี อริยภิญโญ โทร. 0-2229-2659 / กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร. 0-2229 - 2037 / ณัฐพร บุญประภา โทร. 0-2229-2049--จบ-- -นห-

ข่าว ลดาวัลย์ กันทวงศ์ ล่าสุด