สกว.ชวนคนไทยอ่านหนังสือแนะนำ 100 เล่มหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน - newswit
กรุงเทพฯ--11 ส.ค.--สกว. เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำคนไทยอ่านหนังสือน้อย ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญาในหลายด้าน ผลงานวิจัย สกว.คัดหนังสือดีดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน จัดหมวดหมู่มีทั้งหนังสือสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ให้เลือกอ่าน เพราะยังมีหนังสือดี ๆ อีกมาก ซึ่งควรมีการส่งเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นโดยในเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคตได้ต่อไป ในทางการสื่อสารถือว่า"การอ่าน"เป็นพฤติกรรมการรับสารที่สำคัญที่จะทำให้ผู้อ่านได้ความรู้อย่างมีอรรถรส จากการได้คิดได้พัฒนาสมองไปด้วย กล่าวคือมีการพัฒนาด้านอื่น ๆ ไปด้วย เห็นได้จากองค์กรระดับนานาชาติ เช่น องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)จะใช้ความสามารถในการรู้หนังสือของประชากรประเทศต่างๆเป็นดัชนีวัดระดับการพัฒนาของประเทศนั้นๆด้วย อย่างในปีพ.ศ.2540 สถิติยูเนสโก้ รายงานว่า คนไทยอ่านหนังสือน้อยกว่าคนฮ่องกงและสิงคโปร์ถึง 7.5 เท่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุสำคัญหนึ่งอาจเป็นเพราะคนไทยมีนิสัยรักการอ่านน้อยกว่าประเทศเหล่านี้ การส่งเสริมการอ่านตั้งแต่เด็กจึงมีความจำเป็นเพื่อสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพได้ต่อไป สกว.จึงสนับสนุนให้เกิดงานวิจัยโครงการคัดเลือกและแนะนำหนังสือดีที่คนไทยน่าจะได้อ่าน โดยมี รศ.วิทยากร เชียงกูล เป็นหัวหน้าโครงการ ผลการศึกษาได้คัดเลือกหนังสือดีประเภทต่าง ๆ ที่เหมาะกับประชาชนในแต่ละวัย จำนวน 100 เล่ม จัดทำเป็น " สารานุกรมแนะนำหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน " เพื่อผลิตและประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้คนไทยมองเห็นว่ามีหนังสือดีที่น่าจะอ่านและส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านโดยเฉพาะเป็นการอ่านอย่างวิเคราะห์ให้เกิดความคิดอย่างสร้างสรรค์ หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน เช่น ในประเภทบันเทิงคดี อาทิ งานกวีนิพนธ์ ของ คุณอังคาร กัลยาณพงศ์ ที่จัดเป็นงานกวีนิพนธ์ที่มีบุคลิกแตกต่างจากงานอื่นเนื่องจากเป็นงานที่เกิดจากแรงบันดาลใจในวัยหนุ่มดังที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็น "ไฟกวีในช่วงแห่งการแสวงหา" ที่ฉีกออกจากกรอบประเพณีวรรณกรรมดั้งเดิมได้อย่างแท้จริง ทั้งด้านเนื้อหาและลีลาแต่ผู้อ่านยังคงรับรู้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอดีตได้ทั้งในรูปแบบประพันธ์และบรรยากาศ ประเภทนิยาย เช่น สี่แผ่นดิน โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่มีรูปแบบเนื้อหาเป็นบทประพันธ์ลักษณะ นวนิยายสมัยใหม่มุ่งสื่อสารกับคนร่วมสมัย เป็นผลงานสร้างสรรค์ของวงวรรณกรรมไทยที่ให้ความรื่นรมย์และสั่นสะเทือนความรู้สึก ขณะเดียวกันก็ได้อรรถรส ความรู้ความคิดเกี่ยวกับสังคมไทยในช่วงสี่แผ่นดิน นับแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ถึงแผ่นดินรัชกาลที่ 8 และยังสะท้อนไปถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและยังข้ามโลกวรรณกรรมไปสู่โลกการแสดงผ่านละครวิทยุและโทรทัศน์หลายครั้งหลายหนและเป็นประจักษ์พยานผลสำเร็จที่งดงามของนวนิยายชั้นเยี่ยมนี้ ประเภทเรื่องสั้น อาทิ เรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ โดย อาจินต์ ปัญจพรรค์ เปรียบเสมือนกับเพชรเม็ดใหญ่ในวงวรรณกรรมไทย ที่ไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็จะพบวาวแววของความล้ำลึกทางความคิด ความประณีตของภาษาในความเรียบง่ายของถ้อยคำ ดังตัวอย่างการบรรยายฉากให้ได้บรรยากาศสมกับเนื้อเรื่องด้วยมุมมองที่ต่างกันไป ในร้านกาแฟ/ร้านเหล้า อาจินต์เขียนว่า " เราเป็นพวกซุนยัดเซ็น คือหัวซุนกันมา มาแล้วก็ยัดๆๆๆ ยัดแล้วก็เซ็นเอาไว้ สมุดบัญชีคือข้างฝา ตัวเลขเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ออกลูกออกหลานแพร่พันธุ์ได้เร็ว มันเต็มฝากระดานแล้วลามขึ้นไปตามเสา ยิ่งสูงเราก็ยิ่งแหงนดูมันด้วยความท้อแท้ " (จากเหมือนแร่ ฉบับสมบูรณ์ หน้า 103) นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำ "หนังสือดี 100 ชื่อเรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน" โดยเน้นการคัดเลือกหนังสือดีสำหรับเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะมุ่งหวังที่จะรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนสนใจและรู้จักการอ่านหนังสือดีๆ รวมถึงการสร้างสารานุกรมแนะนำหนังสือดีสำหรับเด็กและเยาวชน อันเป็นคู่มือในการอ่านและการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อเป็นแบบอย่างและส่งเสริมให้กำลังใจแก่นักเขียน สำนักพิมพ์ พร้อมทั้งกระตุ้นให้มีผู้สนใจเขียนหนังสือดีๆสำหรับเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น โดยหนังสือที่คัดเลือกแบ่งออกเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับเด็กใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กเล็กเริ่มหัดอ่าน(วัย3-6ปี) อาทิหนังสือ บทดอกสร้อยสุภาษิตที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่พ่อแม่ควรร้องหรืออ่านเป็นทำนองให้เด็กเล็กๆฟังเพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้เด็กเรียนรู้ ความไพเราะของบทกลอน ถ้อยคำ จินตนาการ และเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านอีกด้วย หนังสือสำหรับเด็กวัยที่อ่านเองได้แล้ว(วัย 7-12 ปี) อาทิ นิทานชาวเขา โดยสมศักดิ์ ศรีมาโนชน์ หรือ โลกของหนูแหวน โดยศราวก ที่ให้ทั้งความเพลิดเพลิน จินตนาการ ความเข้าใจในชีวิตและธรรมชาติ และหนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่นกลุ่มอายุ 13-18 ปี อาทิ นวนิยายที่กล่าวถึงตัวละครที่เป็นวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว เช่น เด็กชายชาวเล โดยพนม นันทพฤกษ์ , ผีเสื้อและดอกไม้ โดยนิพพาน หนังสือเด็กและเยาวชนดังตัวอย่างนี้จึงน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เด็กเข้าใจชีวิตและสังคมแบบไทยโดยผ่านการอ่านเรื่องของไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ สกว.ยังสนับสนุนให้เกิดโครงการต่อเนื่องเพื่อรวบรวมหนังสือดี ๆ มานำแนะนำแก่ประชาชน อาทิ งานวิจัยเรื่อง "ปริทัศน์หนังสือดีวิทยาศาสตร์ 88 เล่ม โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุลและคณะ ซึ่งได้ไปติดตาม รวบรวม ค้นหา คัดเลือก และวิเคราะห์ วิจารณ์อย่างเป็นระบบจนได้หนังสือดีด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งแสดงถึงภูมิปัญญาด้านวิทยาศาสตร์ของคนไทยในด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งสื่อออกมาในหนังสือประเภท ที่คนไทยควรรู้จัก เช่น ประเภทบันเทิงคดี อาทิหนังสือเรื่อง มนุษย์กลายพันธุ์ โดย ธรรมดา ประทีปสิต ที่จัดเป็นเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์แฟนตาซี มีจุดเด่นของเนื้อหาที่มีเอกภาพชัดเจนนั่นคือ บรรยายเรื่อง เนื้อหา ฉาก ตลอดจนพฤติกรรมของตัวละครแต่ละส่วนเมื่อรวมกันแล้วจะมีความเป็นเอกภาพสูง มีเทคนิคในการนำเสนอที่ยั่วยุให้ผู้อ่านติดตามอ่านตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเรื่อง โดยผู้เขียนได้ใช้รูปแบบการเริ่มเรื่องที่ท้าทายความคิดของผู้อ่านอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับกลิ่นอายของนิยายวิทยาศาสตร์นับตั้งแต่ต้นจนกระทั่งจบเรื่องเลยทีเดียวและยังได้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาเป็นองค์ประกอบซึ่งเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นจริงและผ่านการพิสูจน์มาแล้วทั้งสิ้น ประเภทสารคดี อาทิ ป่าระบัด สัตว์สลวย โดย คมทวน คันธนู เป็นหนังสือที่สร้างความเข้าใจในระบบนิเวศวิทยาที่เกิดจากความรักและความห่วงใยต่อธรรมชาติเป็นธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ เนื้อหาได้กล่าวถึงความสำคัญต่างๆของสัตว์และต้นไม้ แม้แต่เกร็ดเล็กๆน้อยๆของสัตว์ขนาดเล็กก็นำมาเสนอให้เห็นคุณค่าและร้องขอให้มนุษย์ได้ห่วงใยธรรมชาติ ธรรมชาติ สรรพสัตว์ พร้อมทั้งให้ความรู้ควบคู่ไปกับข้อคิดเห็นเชิงอนุรักษ์และสภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น เรื่อง ช้าง ผู้เขียนได้เขียนไว้ว่า "ปัจจุบันจำนวนช้างไทยทั้งช้างเลี้ยงและช้างป่ามีทีท่าว่าจะหดหายลงไปเรื่อยๆ กรณีช้างป่าดังที่รู้เห็นกันอยู่ว่า การโค่นไม้ทำลายป่าก็ดี การตัดถนนหนทางโอบอ้อมล้อมพงทึบก็ดี การล่าช้างเพื่อเอางาหรือเพียงเพื่อเอามาทำเนื้อเค็มก็ดี เหล่านี้มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงตามลำเนาป่า ส่วนช้างบ้านบทบาทของการลากซุง การล้มเลิกโรงเรียนฝึกหัดช้าง การขาดหายของช่วงผู้สืบสานตระกูลควาญ ตลอดจนการตกลูกที่เนิ่นนานแต่ละครั้งตามสภาวะชีวิต คือตัวบั่นทอนช้างเลี้ยงอย่างมาก" ประเภทความรู้ทั่วไป อาทิ วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน โดย ปุ๋ย โรจนะบุรานนท์ ที่มีเนื้อหาเป็นเรื่องที่ผู้เขียนได้ทำการศึกษามาจากหนังสือหลายเล่มและนำมาอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆ เช่น การทำความเข้าใจถึงวิทยาศาสตร์ว่าเป็นวิทยาหรือวิชาแขนงหนึ่งที่ว่าด้วยความจริง เป็นวิชาที่มีเหตุมีผล สามารถคิดค้นได้ ทดลองพิสูจน์ได้ ไม่ใช่ความรู้ที่ปราศจากระเบียบแบบแผน ผู้เขียนยังได้ปลูกฝังความคิดแบบวิทยาศาสตร์ว่ามีประโยชน์มากในชีวิตประจำวัน ยังเป็นสิ่งจำเป็นในการแก้ปัญหาซึ่งต้องการคำตอบอันแน่นอนด้วย และเป็นความรู้ที่เมื่อมีการทดสอบหลายๆครั้งจนไม่มีการผิดพลาดแล้ว ความรู้นั้นก็จะเป็นความจริงขึ้น ความจริงในที่นี้ความถึงความรู้อันแน่นอนความรู้หรือความจริงต่างๆเมื่อเอามาประมวลกันเข้าแล้วก็จะเป็นวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้วิเคราะห์และยกตัวอย่างเรื่องต่างๆที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน มาวิเคราะห์ให้เข้าใจด้วยวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ จึงนับเป็นหนังสือที่มีบทบาทต่อการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง เหล่านี้จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรวบรวม และแนะนำหนังสือดีๆฝีมือคนไทยที่คนไทยควรอ่าน เนื่องจากยังมีหนังสือดีอีกเป็นจำนวนมากที่เหมาะแก่การรับสาร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองยิ่งขึ้นต่อไปเพราะความรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งในโอกาสที่สกว.จัดงาน"ความรู้เพื่อชีวิต 10 ปี สกว. สัญจรใต้" 15-21 สิงหาคม นี้ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สกว.จึงขอเชิญนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้สนใจทั่วไปเข้าชมงานได้ฟรี และมีการนำหนังสือดีในโครงการนี้ไปจัดแสดงและจำหน่ายแก่ผู้สนใจด้วย--จบ-- -รก-