ปูนตราเสือ-ตราช้าง โชว์กลยุทธ์ผู้นำ นวัตกรรม-ทันสมัย เร่งออกสินค้าใหม่ลุยตลาด ตั้งเป้าโตร้อยละ 10

กรุงเทพฯ--7 ต.ค.--เครือซีเมนต์ไทย เครือซิเมนต์ไทย ยืนยันความเป็นหนึ่ง ในอุตสาหกรรม ปูนซีเมนต์ จัดงาน “ SCI INNOVATIVE LEADER IN CEMENT INDUSTRY ” เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ลุยตลาด รับก่อสร้างขยายตัว ย้ำความเป็นผู้นำด้าน การพัฒนาเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ เชื่อมั่นยอดขายปี 46 เพิ่มอีกกว่าร้อยละ 10 ในวันนี้ (27 กันยายน 2546) ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา เครือซิเมนต์ไทย จัดงาน “ SCI INNOVATIVE LEADER IN CEMENT INDUSTRY ” เพื่อแถลงกลยุทธ์ การดำเนินธุรกิจ และแสดงศักยภาพ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็น ผู้นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ของเครือซิเมนต์ไทย พร้อมเปิดตัว 5 ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด นายอวิรุทธ์ วงศ์พุทธพิทักษ์ ผู้รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด หรือ SCI เปิดเผยว่า เครือซิเมนต์ไทยยังคง เน้นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ ในธุรกิจปูนซีเมนต์ โดยเฉพาะการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ประเภทต่างๆ หลากหลายคุณสมบัติ การใช้งาน และได้มาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ ยังให้บริการที่มุ่งเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า รวมทั้งพัฒนาธุรกิจ และองค์กรเพื่อก้าวสู่ ความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปีนี้ถือเป็นปีแห่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่มยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ปูนตราเสือพลัส ซึ่งเป็นปูนสำหรับงานก่อฉาบโดยเฉพาะ ปูนตราช้างทนน้ำเค็ม ดินเค็ม เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปอซโซลาน สำหรับงานโครงสร้าง ที่สัมผัสน้ำเค็มดินเค็มและงานบำบัดน้ำเสีย ปูนตราช้างขุดเจาะน้ำมัน เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดพิเศษ สำหรับงานขุดเจาะน้ำมันโดยเฉพาะ ปูนก่ออิฐมวลเบาตราเสือคู่ สำหรับงานก่อผนังอิฐมวลเบา และกาวยาแนว ทนกรดตราเสือคู่ ใช้กับงานยาแนวกระเบื้องเซรามิค ที่ทนต่อการกัดกร่อน ของน้ำยาล้าง ทำความสะอาด เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยคาดว่า จะได้รับ การตอบรับจาก ตลาดเป็นอย่างดี การผลิต ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้วัตถุดิบและเชื้อเพลิง ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม การบริการ เน้นให้บริการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ให้ลูกค้ากลุ่มโรงหล่อที่ใช้ปูนซีเมนต์ผง ทั่วประเทศ เช่น บริการให้คำปรึกษาด้านต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มความสามารถในการดำเนินการของลูกค้า นายอวิรุทธ์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานของ SCI ว่า ในครึ่งแรกของปี 2546 บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมียอดขายทั้งปีประมาณ 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ10 จากปีที่แล้ว เนื่องจากการขยายตัว ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคการก่อสร้าง จะขยายตัวไปจนถึงปีหน้า สำหรับสถานการณ์ตลาดปูนซีเมนต์ปี 2546 คาดว่าความต้องการในประเทศโดยรวมมีประมาณ 23 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 4 และเนื่องจากตลาดก่อสร้างที่อยู่อาศัย และโครงการขนาดใหญ่ ของภาครัฐ ยังคงขยายตัว อย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่าจะส่งผลให้ความต้องการตลาดในปี 2547 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 หรือประมาณ 25 ล้านตัน ขณะที่กำลังการผลิตรวม ของผู้ผลิตทุกรายมีประมาณ 52 ล้านตัน “ด้านการส่งออกปูนซีเมนต์ของผู้ผลิตในประเทศ ในไตรมาสสุดท้ายปี 2546 คาดว่าจะชะลอตัวลง เนื่องจากปริมาณ ความต้องการในประเทศสูงขึ้น และคาดว่าทั้งปีการส่งออกปูนซีเมนต์จะมีปริมาณ 14 ล้านตัน ต่ำกว่าปีที่แล้ว ประมาณร้อยละ 12 และในปี 2547 คาดการณ์การส่งออกปูนซีเมนต์ประมาณ 13 ล้านตัน ลดลงจากปี 2546 ประมาณร้อยละ 7 เนื่องจากตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น จึงคาดว่าผู้ผลิต ปูนซีเมนต์จะส่งออกลดลง ในส่วนของบริษัทฯ มีแผนจะส่งออกในปี 2547 ประมาณ 6 ล้านตัน น้อยกว่าปี 2546 เล็กน้อย โดยรักษาไว้เพียง ตลาดในอาเซียน สหรัฐอเมริกา และเอเชียใต้ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักเท่านั้น” นายอวิรุทธ์กล่าวในตอนท้าย บริษัทปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์เทา ตราช้างและตราเสือ ปูนสำเร็จรูปตราเสือคู่ และปูนซีเมนต์ขาวตราช้างเผือก มีโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รวมทั้งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของไทย และเป็นรายสำคัญของอาเซียน มีตลาดครอบคลุมภูมิภาคเอเซีย ยุโรป อาฟริกา และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึง ความเป็นผู้นำตลาด ที่สามารถครองใจผู้บริโภค มายาวนานตลอดระยะเวลา 90 ปีจนถึงปัจจุบัน--จบ-- -สส-

ข่าว เครือซิเมนต์ไทย ล่าสุด