การเสนอขายหลักทรัพย์ของ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) แก่บุคคลในวงจำกัด และการเตรียมการย้ายกลับสู่หมวดอุตสาหกรรมปกติ
กรุงเทพฯ--9 ต.ค.--โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ("ธนาคารกรุงเทพ") ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท" หรือ "โรงพยาบาล") ได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการเสนอขายหลักทรัพย์แก่บุคคลในวงจำกัด จำนวนทั้งสิ้น 42,857,142 หุ้น ณ ราคา 25 บาทต่อหุ้น โดยหลักทรัพย์ที่เสนอขายในครั้งนี้ ได้มาจากการแปลงสภาพหุ้นกู้จำนวน 750 ล้านบาท ที่บริษัทได้ออกให้แก่ธนาคารกรุงเทพในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เมื่อปี 2543 ในการเสนอขายหลักทรัพย์บริษัทแก่บุคคลในวงจำกัดครั้งนี้ นั้น มีผู้สนใจและแสดงความจำนงในการจองซื้อหุ้นมากกว่า 10 เท่าของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย ทำให้ธนาคารกรุงเทพสามารถขายหุ้นได้ทั้งสิ้นกว่า 1,071 ล้านบาท โดย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และมีบริษัทหลักทรัพย์ แอสเซท พลัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ริล ลินซ์ ภัทร จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนิตี้ จำกัด ทำหน้าที่ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย การลดสัดส่วนการถือหุ้นโดยธนาคารกรุงเทพในบริษัทในครั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่กำหนดเป็นการทั่วไปให้ธนาคารพาณิชย์ลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทลูกหนี้ อันสืบเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้ไม่เกินร้อยละ 10 ภายในระยะเวลาที่กำหนด "ความสนใจอย่างสูงจากนักลงทุนในการเสนอขายหลักทรัพย์แก่บุคคลในวงจำกัดในครั้งนี้ นับเป็นการยืนยันถึงความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในตัวบริษัท และคณะผู้บริหารของบริษัท" คุณบรรลือ ฉันทาดิศัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าว "การฟื้นตัวของผลประกอบการของบริษัทนับตั้งแต่การปรับโครงสร้างหนี้ในปี 2543 ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างดีเด่นอันหนึ่งของความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศไทย" ผลประกอบการของบริษัทได้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลของบริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 24 ระหว่างช่วงปี 2541-2545 ทั้งนี้ เนื่องจากการเติบโตอย่างมากของจำนวนผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก และการเพิ่มขึ้นของคนไข้ต่างประเทศ ซึ่งรายได้จากคนไข้ต่างประเทศในปีนี้ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของรายได้จากคนไข้ทั้งหมด และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึงร้อยละ 40 ระหว่างช่วงปี 2541-2545 "ปัจจุบัน โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์นับว่าเป็นผู้นำของการให้บริการในด้านการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" คุณเคอร์ติส เจ. ชโรเดอร์ ผู้อำนวยการบริษัทกล่าว "คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พนักงาน และคุณภาพของการให้บริการของโรงพยาบาล ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานสากลสูงสุด ดังจะเห็นได้จากการเป็นโรงพยาบาลแห่งแรก และแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานของ Joint Commission on International Accreditation (JCIA) จากประเทศสหรัฐอเมริกา" "ผมต้องขอขอบคุณคณะแพทย์ของเรา ตลอดจนพยาบาล พนักงาน และผู้บริหาร ที่ช่วยสร้างองค์กรที่นับได้ว่าเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก อีกทั้ง ต้องขอขอบคุณธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัท ที่ได้สนับสนุนและมีความเชื่อมั่นในตัวโรงพยาบาลตลอดมา" นอกจากนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคจะถูกกระทบจากปัญหาโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน และความขัดแย้งทางการทหารในตะวันออกกลาง โรงพยาบาลยังคงขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยรายได้จากการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2546 มีอัตราการเติบโตปีต่อปีถึงร้อยละ 22 เพิ่มขึ้นจากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2545 ซึ่งมีอัตราเติบโตปีต่อปีที่ร้อยละ 18 และบริษัทมีกำไรสุทธิถึง 300 ล้านบาท ในครึ่งแรกของปี 2546 ซึ่งสูงกว่าครึ่งแรกของปี 2545 ถึงร้อยละ 32 ส่วนการแปลงสภาพหุ้นกู้ของธนาคารกรุงเทพ จำนวน 750 ล้านบาท ได้ส่งผลให้ทุนชำระแล้วของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะสามารถนำไปล้างขาดทุนสะสมได้ และสร้างความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในอนาคตได้ต่อไป ปัจจุบัน โรงพยาบาลมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ("ตลท.") ที่จะขอพ้นเหตุเพิกถอนและย้ายกลับไปทำการซื้อขายในหมวดอุตสาหกรรมปกติ ได้แก่หมวดการแพทย์ ทั้งนี้ บริษัทอยู่ในระหว่างการดำเนินการยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อ ตลท. เพื่อพิจารณาอนุมัติให้บริษัทพ้นเหตุเพิกถอนและย้ายกลับสู่หมวดอุตสาหกรรมปกติดังกล่าว โดยบริษัทคาดว่าหุ้นของบริษัทจะเริ่มซื้อขายใน ตลท. ได้ประมาณวันที่30 ตุลาคม 2546 นี้ หากมีประเด็นคำถามโปรดติดต่อ คุณ จุฑาทิพ อดุลพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด โทร: 0 2667 2035 โทรสาร: 0 2667 2031 Email: [email protected] www.bumrungrad.com--จบ-- -รก-