กฟน.จับมือสมาคมแสงสว่างฯ จัดประกวดไฟประดับ 5 ธันวา ตั้งมาตรฐานประดับไฟอาคารครั้งแรกในเมืองไทย - newswit
กรุงเทพฯ--13 ต.ค.--กฟน. เมื่อวันที่ 9 ตค.46 ณ สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้านครหลวง เพลินจิต มีการจัดการแถลงข่าว " โครงการประดับไฟ 5 ธันวา เพื่อเฉลิมพระเกียรติ " ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบ 76 พรรษา ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ กรรมการการไฟฟ้านครหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการ อำนวยการจัดโครงการไฟประดับ 5 ธันวา เปิดเผยว่า การจัดโครงการไฟประดับ 5 ธันวาครั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวง ร่วมกับสมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการออกแบบและติดตั้ง ไฟประดับอาคารและไฟแสงสว่าง ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ที่สวยงาม มีความคิดสร้างสรรค์ และประหยัดพลังงาน ซึ่งถือเป็นการประกวดการประดับไฟอาคารและพระบรมฉายาลักษณ์ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรออกแบบและปรึกษาเครื่องกลและไฟฟ้าไทย สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมถ่ายภาพสยามคัลเลอร์สไลด์ บริษัทออสแรม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัทอาร์มสตรอง (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากการประกวดไฟประดับอาคารและไฟแสงสว่างฉายพระบรมฉายาลักษณ์แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ โดยมีการจัดการประกวดภาพถ่าย ทั้งประเภทฟิล์มสีทั่วไปและประเภทดิจิตอล เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากช่างภาพทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่นเป็นอย่างดี รศ.ดร.ชำนาญ ห่อเกียรติ นายกสมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดโครงการไฟประดับ 5 ธันวา เปิดเผยว่า สำหรับอาคารที่จะเข้าประกวดในครั้งนี้ จะต้องตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญ 2 สาย ได้แก่ สายที่หนึ่ง ถนนพระราม 1 ถนนเพลินจิต และถนนสุขุมวิท ช่วงตั้งแต่สะพานกษัตริย์ศึก จนถึงสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ และสายที่สอง ถนนสีลม ถนนราชดำริ และถนนราชปรารภ ช่วงตั้งแต่แยกถนนเจริญกรุง สะพานเฉลิมโลกจนถึงแยกราชปรารภ ซึ่งในถนนทั้งสองสายนี้ ถือเป็นเส้นธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ สำหรับรางวัลแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทสวยงาม ประเภทความคิดสร้างสรรค์ และประเภทประหยัดพลังงาน ซึ่งผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศ ทั้ง 3 ประเภท จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท 30,000 บาท และ 20,000 บาท ตามลำดับ พร้อมโล่และประกาศนียบัตร ศ.ดร.สุนทร บุญญาธิการ กรรมการการไฟฟ้านครหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน ไฟประดับอาคาร เปิดเผยว่า การจัดประกวดไฟประดับอาคารและไฟแสงสว่างฉายพระบรมฉายาลักษณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขตามหลักวิศวกรรม โดยคำนึงถึงการสื่อความหมาย เทิดพระเกียรติ ความสวยงาม ความปลอดภัย ความคิดสร้างสรรค์และการประหยัดพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยยังไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเช่นนี้ "คณะกรรมการตัดสิน จะเข้าตรวจสอบอาคารที่เข้าประกวดทุกอาคาร และจะใช้หลักเกณฑ์ มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ทำให้เชื่อได้ว่า ประชาชนที่ไปชมไฟประดับอาคารในช่วงเดือนธันวาคม 46 นี้ จะได้เห็นอาคารที่ได้รับการคัดเลือก มีการประดับไฟอย่างถูกต้องและสวยงาม" ทางด้านนายสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายตัดสินภาพถ่าย เปิดเผยว่า การประดับไฟครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีของประชาชนทั่วไปที่สนใจการถ่ายภาพ ที่จะได้มีส่วนร่วมในการบันทึกภาพประวัติศาสตร์ อาคารที่ได้รับรางวัลชนะการประกวด ทั้งนี้ เปิดให้ผู้สนใจการถ่ายภาพทั้งมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น ร่วมประกวดการถ่ายภาพอาคารประดับไฟและไฟประพระบรมฉายาลักษณ์ รางวัลการประกวดการถ่ายภาพ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กล้องประเภทใช้ฟิล์มสีเนกาทีฟหรือ ฟิล์มสไลด์สี และกล้องประเภทดิจิตอล ซึ่งผู้ประกวดจะต้องถ่ายภาพประกวดอย่างน้อย 2 ภาพ ภาพแรกเป็นภาพอาคารที่ชนะการประกวด และภาพที่สองเป็นภาพไฟประดับในวันเฉลิม 5 ธันวาคม 46 ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรีและสมุทรปราการ ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร ส่วนรางวัลชมเชยมี 5 รางวัล ๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร สำหรับอาคารที่ชนะการประกวดทุกรางวัล รวม 9 อาคาร จะประกาศให้ทราบ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2546 เป็นต้นไป ณ การไฟฟ้านครหลวงเขตและสาขา 27 แห่ง สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย เว็บไซด์ WWW.TIEA.NET และ WWW.MEA.OR.TH ผู้สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย หมายเลขโทรศัพท์ 0-2642-6090 เว็บไซด์ WWW.TIEA.NET หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 1130 หรือที่เว็บไซด์ WWW.MEA.OR.TH--จบ-- -รก-