บอร์ดบีโอไอส่งเสริม 9 โครงการใหญ่ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท
กรุงเทพฯ--23 ก.ย.--บีโอไอ - กิจการผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ จำนวน 3 โครงการ - กิจการผลิตเส้นใยไนล่อนของบริษัท โทโร ไฟเบอร์ - กิจการผลิตปิโครเคมี (PTA) จำนวน 2 โครงการ - กิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 2 โครงการ - กิจการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ แห่งที่ 5 ของ ปตท. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดบีโอไอว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้การส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งสิ้น 9 โครงการ มีมูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น 45,985.7 ล้านบาท ดังนี้ - กิจการผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ สำหรับนำไปเป็นส่วนผสมในน้ำมันเบนซิน เพื่อเพิ่มค่า อ๊อกเทน ทดแทนการใช้สาร MTBE จำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 3,585.1 ล้านบาท 1. บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แก๊สโซฮอล์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จะทำการผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ปีละประมาณ 165,000,000 ลิตร มูลค่าเงินลงทุน 2,035.10 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานไทย 96 คน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ ได้แก่ หัวมันสำปะหลัง มูลค่า 779.20 ล้านบาท/ปี หรือร้อยละ 91 ของวัตถุดิบทั้งหมดตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ 2. บริษัท ไทยง้วน เอทานอล จำกัด จะทำการผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ปีละประมาณ 42,900,000 ลิตร มูลค่าเงินลงทุน 660 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานไทย 150 คน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ ได้แก่ หัวมันสำปะหลังสด ถ่านหินลิกไนท์ มูลค่า 228.30 ล้านบาท/ปี หรือร้อยละ 95.42 ของวัตถุดิบทั้งหมด ตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ 3. บริษัท ไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด จะทำการผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ปีละประมาณ 54,750,000 ลิตร มูลค่าเงินลงทุน 890 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานไทย 38 คน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ ได้แก่ กากน้ำตาล กรดกำมะถันฯลฯ มูลค่า 403.20 ล้านบาท/ปี หรือร้อยละ 99.67 ของวัตถุดิบทั้งหมด ตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ โครงการนี้เป็น 3 ใน 8 โครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการเอทานอลแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้พิจารณาขอตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายเอทานอลเป็นเชื้อเพลิง โดยการผลิตแอลกอออล์บริสุทธิ์นี้ จะนำไปใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเบนซิน เพื่อทดแทนการใช้สาร (MTBE Methyl Tertiary Butyl Ether) ที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยจะเป็นการเพิ่มค่า Octane แทน MTBE และยังเป็นการช่วยลดมลภาวะทางอากาศ ทั้งนี้จากรายงานของบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) การผลิตเอทานอลของโลกมีมากกว่า 30,000 ล้านลิตรต่อปี โดยประเทศที่มีการผลิตและการส่งออกมากที่สุด คือประเทศบราซิล ซึ่งมีการผลิตปีละ 13,000 ล้านลิตร และส่งออกปีละ 1,000 ล้านลิตร โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังตลาดแถบยุโรปตะวันออก และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของโลกประมาณปีละ 450 ล้านลิตร ทั้งนี้ประเทศไทยมีการส่งออกเอทิลแอลกอฮอล์ที่มีค่าความแรงแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 80% ส่วนใหญ่เป็นแอลกอออล์ที่ยังไม่ได้แปลสภาพ มูลค่าส่งออกโดยรวมเฉลี่ยปีละประมาณ 950 ล้านบาท และในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 90 ส่งออกไปญี่ปุ่น - กิจการผลิตเส้นใยไนล่อน ของบริษัทโทเร ไฟเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จะทำการขยายกิจการผลิตเส้นใยไนล่อน มีกำลังการผลิตปีละประมาณ 6,240 ตัน มูลค่าเงินลงทุน 1,350.6 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานไทย 34 คน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น บรรจุภัณฑ์และแกนกระดาษเป็นต้น มูลค่า 65.4 ล้านบาท/ปี ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 7 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ โครงการนี้จะทำการผลิตเส้นใยไนล่อนประเภท 6,6 (Nylon 6,6) ชนิด High Tenacity ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยชนิดเส้นตรง ไม่มีเกลียว ขนาดเล็กละมีความยืดหยุ่นสูง ใช้สำหรับทอผ้าไนล่อนที่ใช้ผลิตถุงลมนิรภัยในยานยนต์ และถือเป็นรายแรกในประเทศไทย ทั้งนี้จะทำการจำหน่ายในประเทศร้อยละ 65 และส่งออกร้อยละ 35 ปัจจุบันกิจการผลิตถุงลมนิรภัย มีกำลังการผลิตที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน รวม 11 ล้านชิ้น/ปี โดยใช้ผ้าไนล่อนที่ทอด้วยเส้นใยชนิดเดียวกันนี้เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันยังต้องมีการนำเข้าปีละประมาณกว่า 20,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท - กิจการผลิตปิโตรเคมี PURIFIED TEREPHTHALIC ACID (PTA) จำนวน 2 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 25,198 ล้านบาท 1. บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด ทำการผลิต PURIFIED TEREPHTHALIC ACID ปีละประมาณ 704,000 ตัน/ปี มูลค่าเงินลงทุน 15,480 ล้านบาท จ้างแรงงานไทย 180 คน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ ได้แก่ PARAXYLENE,CAUSTIC SODA และ HYDRODGEN มูลค่า 3,049.33 ล้านบาท/ปี ตั้งโรงงานอยู่ที่เขตอุตสาหกรรมของบริษัท เอเซียอินดัสเตรียลพาร์ค (มาตาพุด) จำกัด จังหวัดระยอง โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตของ DUPONT POLYESTER TECHNOLOGIES จากประเทศอังกฤษ ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ 2. บริษัท สยาม มิตซุย พีทีเอ จำกัด ทำการผลิต PURIFIED TEREPHTHALIC ACID ปีละประมาณ 600,000 ตัน/ปี มูลค่าเงินลงทุน 9,718 ล้านบาท จ้างแรงงานไทย 70 คน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ ได้แก่ PARAXYLENE เคมีภัณฑ์ มูลค่า 9,009.64 ล้านบาท/ปี ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมตะวันออก จังหวัดระยอง โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตของ MITSUI CHEMICAL INC. จากญี่ปุ่น ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ ผลิตภัณฑ์ PTA เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเส้นใย POLYESTER ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอแทนใยฝ้ายที่เชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิต PTA รวมประมาณ 1,380,000 ตัน/ปี ซึ่งเกินความต้องการใช้ในประเทศ ทั้งนี้ส่วนเกินจะส่งออกไปต่างประเทศ เช่น จีน และปากีสถาน โดยปริมาณความต้องการ PTA ในประเทศไทยเติบโตประมาณร้อยละ 8 มีปริมาณการใช้เป็นอันดับ 6 ในเอเชียรองจาก จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย และอินโดนีเซีย - กิจการผลิต Steel Tyre Cord ของบริษัท บริดจสโตน เมตัลฟา (ประเทศไทย) จำกัด ทำการขยายกิจการผลิต Steel Tyre Cord เป็นผลิตภัณฑ์ลวดเหล็กที่ใช้ในการเสริมหน้ายางรถยนต์ (ยาง เรเดียล) กำลังการผลิตปีละประมาณ 20,000 ตัน มูลค่าเงินลงทุน 1,830 ล้านบาท จ้างแรงงานไทย 123 คน ใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น Zinc Plate,Zine Sulfate เป็นต้น มูลค่ารวม 44 ล้านบาท/ปี ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ ปัจจุบันมีผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ในตลาดโลกจำนวน 3 ราย ได้แก่ บริดจสโตน มิชลิน และกู๊ดเยียร์แต่ละรายจะทำการผลิต Steel Tyre Cord ในกลุ่มของตัวเอง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีแผนที่จะจำหน่ายในประเทศร้อยละ 60 และส่งออกร้อยละ 40 ไปยังประเทศไต้หวัน บราซิล อินโดนีเซีย - กิจการผลิตชิ้นส่วนโครงรถยนต์ (Chassis Part) ของบริษัทเคียวคุโย อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ทำการผลิตชิ้นส่วนโครงรถยนต์ (Chassis Parts) กำลังการผลิตปีละประมาณ 7,041,000 ชิ้น มูลค่าเงินลงทุน 1,250 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานไทย 299 คน ใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งหมด เช่น เหล็กรีดร้อน และชิ้นส่วนอื่นๆ มูลค่ารวม 492 ล้านบาท/ปี โดยทำการจำหน่ายในประเทศทั้งสิ้นให้กับโครงการ IMV ของโตโยต้า ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 7 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการรวม (Package) ของโตโยต้า (IMV Project) ทำการผลิตชิ้นส่วนใน ขั้นที่ 2 คือผลิตโครงรถยนต์ ได้แก่ Cross Member ต่างๆ ,Bracket,Coil Support เป็นต้น เพื่อส่งให้กับ ฮีโน่นำไปประกอบเป็นโครงรถยนต์ส่งให้กับโตโยต้าอีกทอดหนึ่ง - กิจการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ของบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) ขนาด 530 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน โดยได้ผลิตภัณฑ์เป็นก๊าซธรรมชาติ (SALE GAS) ก๊าซอีเทน (ETHANE) ก๊าซโพรเพน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (PROPPANE&LPG) ก๊าซโซลีนธรรมชาติเหลว (NGL) มูลค่าเงินลงทุน 12,772 ล้านบาท ใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งสิ้นมูลค่า 22,231 ล้านบาท/ปีตั้งโรงงานอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับโรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 1,2 และ 3 ในตำบลมาตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งโครงการนี้จัดเป็นกิจการที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยจะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ไม่ว่าตั้งอยู่ในเขตใด ปัจจุบันปตท. มีโรงแยกก๊าซจำนวน 4 โรง อยู่ที่จังหวัดระยอง 3 โรง และอยู่ที่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 1 โรง กิจการโรงแยกก๊าซธรรมชาติของปตท. หน่วยที่ 5 นี้ จะเป็นการช่วยให้ปตท. สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและะเกิดประโยชน์สูงสุดในหารจัดหาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย รวมถึงยังเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาดทดแทนการนำเข้าเชื้อเพลิงปิโตรเลียมอื่น--จบ-- -นห-