ฟิทช์ให้อันดับเครดิตภายในประเทศ A-(tha) แก่หุ้นกู้ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

กรุงเทพฯ--26 ก.ย.--ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ฟิทช์ เรทติ้งส์-กรุงเทพฯ/ลอนดอน บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้อันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวที่อันดับ "A-(tha)" แนวโน้มมีเสถียรภาพ แก่หุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน ไม่ด้อยสิทธิ ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ครั้งที่ 2/2546 ครบกำหนดไถ่ถอน เดือนพฤศจิกายน 2550 มูลค่ารวมไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้จะนำไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้ ครั้งที่ 5/2542 จำนวน 6 พันล้านบาท ที่ครบกำหนดในเดือนพฤศจิกายน 2546 นอกจากนี้ ฟิทช์ยังคงยืนยันอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดอื่นๆของ SCC ที่มีอยู่จำนวน 70.5 พันล้านบาทที่ระดับ "A-(tha)" ด้วย อันดับเครดิตของ SCC สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านส่วนแบ่งตลาดของบริษัทในธุรกิจหลัก รวมถึงชื่อเสียงของบริษัทที่เป็นที่รู้จักอย่างดีในกลุ่มลูกค้า ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม โครงสร้างผู้ถือหุ้นและโครงสร้างการบริหารการจัดการที่แข็งแกร่ง การที่ SCC เข้าไปลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ มีส่วนช่วยเพิ่มความสมดุลของรายได้โดยการกระจายฐานรายได้หลักของ SCC และช่วยลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจปูนซีเมนต์และธุรกิจวัสดุก่อสร้าง อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ในรูปสกุลเงินดอลลาร์อีกด้วย อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงสถานะทางการเงินของ SCC ที่แข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากแนวโน้มที่ดีขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และ ค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ซึ่งมีผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศโดยเฉพาะในภาคธุรกิจก่อสร้าง นอกจากนี้แนวโน้มวัฎจักรราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่น่าจะปรับตัวสูงขึ้น จะช่วยส่งเสริมให้ EBITDA ของ SCC เพิ่มขึ้นในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2546 SCC มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และ ค่าตัดจำหน่าย (Net Debt/Annualised EBITDA) ที่แข็งแกร่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.9 เท่า จากระดับ 4.6 เท่า ณ สิ้นปี 2545 และมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และ ค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่าย (EBITDA/Interest expense) เพิ่มขึ้นเป็น 3.9 เท่า จากระดับ 2.7 เท่าในปี 2545 เมื่อรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม Net debt/EBITDA และ EBITDA/Interest expense ในครึ่งแรกของปี 2546 จะอยู่ที่ระดับ 3.4 เท่าและ 4.5 เท่าตามลำดับ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงหนี้สินของ SCC ที่ยังอยู่ในระดับสูง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2546 โดย SCC มีหนี้สินสุทธิที่ระดับ 124.6 พันล้านบาทและมีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต(Contingent Liabilities) จากการค้ำประกันที่ระดับ 1.23 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการระดมเงินเพื่อชำระหนี้ (Refinancing Ability) ที่สูงและผลประกอบการที่ดีขึ้นจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงเนื่องจากการมีหนี้สินที่ระดับสูง นอกจากนี้ สัดส่วนหนี้สินที่ลดลงและแนวโน้มที่ดีขึ้นของ EBITDA น่าจะทำให้อัตราส่วน Net Debt/EBITDA ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 3.0 เท่าภายในสิ้นปี 2547 นอกจากนี้อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงโอกาสของการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของ SCC ในธุรกิจหลักทั้งในและต่างประเทศ โดยรูปแบบการลงทุนน่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการซึ่งช่วยให้ SCC สามารถรับรู้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ในทันที แต่อาจมีผลให้ระดับหนี้สินของ SCC ยังคงอยู่ในระดับที่สูงต่อไปได้ ในเดือนมีนาคม 2546 บริษัท เยื่อกระดาษสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SPP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ได้เข้าลงทุนในบริษัท ไทยเคนเปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TCP เป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 1.0 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 40 และได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TCP นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคม 2546 SPP ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท United Pulp and Paper (UPPC) ที่ประเทศฟิลิปปินส์ จาก 43% เป็น 86% คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 220 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างฐานการตลาดในประเทศดังกล่าวให้มีความแข็งแกร่งขึ้น การเพิ่มสัดส่วนครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดการรวมหนี้สินจำนวน 3.2 พันล้านบาทของ UPPC เข้ามาในงบการเงินของ SCC SCC เป็นหนึ่งในบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 เป็นต้นมา SCC ได้ปรับเปลี่ยนการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะเน้นเฉพาะธุรกิจที่เป็นธุรกิจหลัก ซึ่ง SCC มีความรู้ความชำนาญและสามารถดำเนินการได้เองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ปัจจุบัน ธุรกิจปูนซีเมนต์ ปิโตรเคมี กระดาษและบรรจุภัณฑ์ และวัสดุก่อสร้างมีรายได้คิดเป็น 92 % ของยอดขายสุทธิรวมและ 95% ของ EBITDA SCC มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ติดต่อ: วสันต์ ผลเจริญ + 662 655 4763 ภิมลภา สิมะโรจน์ + 662 655 4761 เลิศชัย กอเจริญรัตนกุล + 662 655 4760 Vincent Milton + 662 655 4759 หมายเหตุ : การจัดอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Ratings) ใช้วัดความน่าเชื่อถือของบริษัทในประเทศที่อันดับเครดิตของรัฐบาลในประเทศนั้นอยู่ในระดับต่ำกว่า 'AAA' ในระดับการจัดอันดับเครดิตแบบสากล (International Ratings) อันดับเครดิตภายในประเทศจึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับอันดับเครดิตแบบสากล เนื่องจากอันดับเครดิตของบริษัทที่ดีที่สุดของประเทศได้จัดไว้ที่ระดับ "AAA" และการจัดอันดับเครดิตอื่นในประเทศ จะเป็นการเปรียบเทียบความเสี่ยงกับบริษัทที่ดีที่สุดนี้เท่านั้น อันดับเครดิตภายในประเทศจะมีสัญลักษณ์ที่กำหนดไว้ต่อท้ายจากอันดับเครดิตสำหรับประเทศนั้นๆ เช่น "AAA(tha)" ในกรณีของประเทศไทย--จบ-- -พห-

ข่าว ฟิทช์ เรทติ้งส์ ล่าสุด