(ต่อ1) MGM Pictures เสนอ ภาพยนตร์ของ Greenstreet Films เรื่อง Uptown Girls
กรุงเทพฯ--30 ก.ย.--ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ โลกของมอลลี่ นับตั้งแต่แรกเริ่มการสร้างเรื่องนี้ ยาคินและผู้อำนวยการสร้างคนอื่นๆ ตั้งใจมาโดยตลอดให้เรื่อง Uptown Girls เดินเรื่องในนิวยอร์ค ซิตี้ ด้วยภาพที่เรืองรองในแบบของมันเอง - เจริญ, สดใส, ตื่นเต้น, และเป็นหนึ่งในบรรดาที่ๆ น่าอยู่ที่สุดของโลก พวกเขาจึงกระตือรือล้นที่จะมอบหน้าที่ถ่ายทำให้กับผู้กำกับภาพชื่อดัง ไมเคิล บอลเฮาส์ บอลเฮาส์เคยนำเสนอภาพความเป็นนิวยอร์ค ซิตี้ บนจอภาพยนตร์มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว โดยการร่วมงานกับผู้กำกับการแสดงอย่าง มาร์ติน สกอร์เซสซี และกับไมค์ นิโคลส์ ในภาพยนตร์เรื่อง Goodfellas, Working Girl, Sleepers, The Age of Innocence และ Gangs of New York สตีเวนส์กล่าวว่า "มันเยี่ยมมากที่ได้ถ่ายทำในนิวยอร์ค ซิตี้ โดยคนที่ทำให้นิวยอร์คออกมาดูดีกว่าคนอื่นๆ"ความคิดที่จะใช้มุมกล้องอย่างสร้างสรรค์ และมีลูกเล่นนั้นเป็นหนึ่งในบรรดาความดึงดูดใจที่เขามีต่อการสร้างภาพยนตร์คอมเมดี้เรื่องแรก "สำหรับผมมันเป็นเหมือนการออกกำลัง" ยาคินกล่าว "ผมต้องการสอนตัวเอง ในการเคลื่อนไหวของกล้องอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และพยายามที่จะสร้างภาพหรูหรา และลื่นไหล" สำหรับทาง คาลิน่า ไอวานอฟ ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์ ก็มีเครื่องมือในการสร้างโลกของ Uptown Girls ด้วยการใช้สีสันนานา "คอนเซ็ปท์ของฉันก็คือ เมื่อใดก็ตามที่มอลลี่ปรากฎตัว เธอจะนำพาสีสันไปด้วย" ไอวานอฟกล่าว "ตัวละครอื่นๆ ที่เหลือก็จะอยู่ในโทนสีที่ถูกควบคุมให้ลดระดับลง โลกของมอลลี่นับเป็นสีสันที่แท้จริงของเรื่อง" ไอวานอฟและยาคิน ยังใช้ภูมิประเทศและสถาปัตยกรรม ในการแสดงถึงความเป็นตัวละคร พวกเขาสร้างภาพที่ขัดแย้งกันระหว่างมอลลี่และเรย์ โดยการวางตัวทั้งสองไว้ในละแวกพื้นที่ซึ่งตรงข้ามกันของนิวยอร์ค ซิตี้ - ฝั่งตะวันออกกับตะวันตก อพาร์ทเมนท์ของเรย์อยู่บนฟิฟธ์ อเวนิว ซึ่งตึกรามเป็นรูปแบบเรียบ - เหลี่ยมมุมและสี่เหลี่ยมผืนผ้า "เช่นเดียวกับตัวละครของเรย์" ไอวานอฟกล่าว "ซึ่งมีความรู้สึกเป็นทางการอยู่ในตัว" สำหรับมอลลี่ รูปแบบที่เป็นวง สามารถสร้างความลื่นไหลให้กับมุมกล้อง "เธอช่างมีอิสระเสรี จนเราอยากให้โครงสร้างมีส่วนช่วยสนับสนุน" ไอวานอฟกล่าว ทางเข้าประตูหน้าที่แสนงดงามของวังของมอลลี่นั้น เป็นอพาร์ทเมนท์ที่ได้รับแรงบันดาาลใจมาจากโดมของอาคาร Ansonia ทางเวสท์ไซด์ที่โด่งดัง Ansonia ถูกถ่ายให้เป็นภายนอกของอพาร์ทเมนท์ของมอลลี่ แต่ภายในอพาร์ทเมนท์ของเธอนั้น เป็นฉากที่ถูกสร้างขึ้นที่ Silvercup Studios ในควีนส์ สำหรับการตกแต่งภายในของบ้านของตัวละครแต่ละตัวนั้น ในตอนแรกไอวานอฟต้องสะท้อนความคิดให้กับผู้ตกแต่งในแต่ละห้องว่า "เราต้องจินตนาการว่าพวกเขาเป็นใคร เพื่อที่จะได้ความคิดและเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้" เธอบอก "ที่ไหนคือแหล่ง? พวกเขาจะไปซื้อของที่ไหนกัน?" ในอพาร์ทเมนท์ของชลีนนั้น จะรู้สึกได้ถึงความเจ้าระเบียบทว่ารู้ตัวตนของโรม่า แม้ว่าตัวอาคารจะเป็นแบบเก่าของทาง Upper East Side การตกแต่งจะอ่อนหวานและทันสมัยในสีโทนอ่อน และเพิ่มเติมความเป็นร็อคแอนด์โรลด้วยผิวหน้าสะท้อนเงา ไอวานอฟบอกว่า "ดูราวกับว่าเธอจ้างทั้งนักตกแต่งภายในและสถาปนิก และไม่มีงบสำรอง โรม่าเป็นคนประเภทที่จะไม่ยอมให้ใครมาถ่ายรูปอพาร์ทเมนท์ของเธอไปลงตามนิตยสารตกแต่ง ไม่มีของวางผิดที่ผิดทาง เธอจะมีดอกไม้สดที่จัดแจกันสวยงามทุกวัน มันไม่ใช่อพาร์ทเมนท์ที่เราจะสามารถเหวี่ยงรองเท้าทิ้งได้ ฉันหมายถึงว่า เธอมีเก้าอี้เบาะสีขาวน่ะ" เธอหัวเราะ ตรงข้ามกับอพาร์ทเมนท์ของมอลลี่ กันน์ ซึ่งเป็นเหมือนบ้านตุ๊กตาของเด็กโต ซึ่งปลุกความรู้สึกของพ่อแม่ และวัยเด็กอันยาวนานของเธอ เพราะพ่อแม่ของเธอเป็นร็อกเกอร์ ไอวานอฟจึงจินตนาการให้พวกเขาจัดปาร์ตี้ใหญ่ๆ ในอพาร์ทเมนท์ "แบบที่ว่า คนผลอยหลับไปบนพื้นห้อง พอตืนขึ้นก็ยังมีแขกอีกสิบคนนอนหลับอยู่ในห้องนั่งเล่น" เธอกล่าว อพาร์ทเมนท์ค่อนข้างเป็นการตกแต่งแบบรุ่นเก่า อย่างที่พ่อกับแม่ของเธอตกแต่งเอาไว้ตั้งแต่แรก ตอนประมาณปี 80 เพียงแต่ออกจะซีดจาง และเหมือนว่ามอลลี่ไม่เคยจ้างใครมาทำความสะอาดบ้างเลย ในการตกแต่งบ้านของมอลลี่ ต้องใส่ความเป็นร็อคแอนด์โรลเขาไปด้วย อย่างพรมหนาๆ กับเตียงใหญ่ทรงกลมในห้องนอนเก่า ตลาดของเก่าและอุปรณ์ประกอบชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถูกนำมารวมกันไว้กับของตกแต่งจากดีไซน์เนอร์ที่ให้ความรู้สึกแปลกๆ วอลล์เปเปอร์ของวิลเลียม มอร์ริส ถูกจับคู่กับแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานออกแบบของอินเดีย มีรูปดาวติดอยู่ตามเพดาน และพื้นห้อง และกล่องไฟที่เพิ่มแสงสว่างให้กับ "แท่นบูชา" บรรดาร็อกสตาร์ ของทอมมี่ กันน์ ในการทำตามเนื้อเรื่องจากความเป็นเศรษฐีสู่ยาจกของมอลลี่ที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางจากวังโอ่อ่า ไปสู่พื้นที่เล็กลงในระหว่างการเดินเรื่องนั้น "เธอเริ่มต้นด้วยการมีโลกแสนงดงาม" ไอวานอฟครุ่นคิด "จนกระทั่งในที่สุดก็จบลงที่ห้องกระจ้อยร่อย ที่มีเพียงเตียงนอนและพื้นที่ครัวเล็กๆ แต่เธอก็มีความสุขขึ้นมาก มันไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่รอบข้าง แต่เป็นความสุขจากภายใน"Uptown Girls ถ่ายทำทั้งเรื่องที่นิวยอร์ค และโบแอซ ยาคิน ซึ่งเป็นชาวนิวยอร์ค เคยทำหนังเกี่ยวกับนิวยอร์ค ที่ถ่ายทำในนิวยอร์คมาแล้ว แต่มีเรื่องราวที่มืดกว่าเรื่องนี้มาก เขาถูกดึงให้มาทำงานในเรื่อง Uptown Girls ในส่วนที่มีโอกาสและความสนุกที่จะได้ทำหนัง ที่จะแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของนิวยอร์คที่เป็น "สถานที่สวยงาม และอัญมณีทรงเสน่ห์" เขายังมีความรู้สึกที่หนักแน่นว่าจะเป็นเรื่องที่ดีมาก ในการถ่ายทำนิวยอร์ค ที่จะแสดงถึงความงามอันแท้จริง ตลอดซัมเมอร์ของปี 2002 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ไปจนถึง 13 กันยายน ทีมงานได้ถ่ายทำในจุดต่างๆ ที่เป็นแก่นแท้ของนิวยอร์ค อย่างเช่น Bow Bridge และ Sheep Meadow ใน Central Park, เมืองฝั่ง Upper East และ West และด้านนอกของ Metropolitan Museum of Art, สวนสนุก Coney Island, ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ของ Henri Bendels, ภัตตาคาร Stingy Lulus ใน East Village, Williamsburg, Brooklyn และไนท์คลับ Manray, Centrofly และ The Tunnel ส่วนด้านนอกซึ่งได้รับการจัดฉากที่ Silvercup Studios ในควีนส์ ผู้กำกับการแสดงและบรรดาผู้อำนวยการสร้างมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าเกี่ยวกับการถ่ายทำ "ตัวเมือง" ผู้อำนวยการสร้างเพนน็อตติ เป็นเสียงสะท้อนของความรู้สึกของทีมงาน เมื่อกล่าวว่า "นิวยอร์คเป็นเหมือนตัวละครของหนัง - มันเป็นจดหมายรักในนิวยอร์ค" ไม่มีที่อื่นใดที่จะให้ทดแทนสภาพแวดล้อมในการถ่ายทำจากโลเคชั่นจริงในนิวยอร์ค นักแสดง บริตทานีย์ เมอร์ฟีย์ (มอลลี่ กันน์) เป็นหนึ่งในบรรดานักแสดงรุ่นเยาว์ของฮอลลีวู้ด ที่กำลังมาแรง และได้รับการเรียกหาจนมีงานล้นมือ เธอมีผลงานให้ชมเมื่อเร็วๆนี้ ในโรแมนติคคอมเมดี้สุดฮิตเรื่อง Just Married ก่อนหน้านั้นเธอได้แสดงในเรื่อง 8 Mile และหนังชุดเรื่อง Spun ได้รับความสนใจในระดับชาติเป็นครั้งแรกจากบทที่เธอได้รับเป็น Tai Frasier ในภาพยนตร์ติดอันดับบ็อกซ์ออฟฟิซ เรื่อง Clueless จากนั้นมา เมอร์ฟีย์ได้มีผลงานในภาพยนตร์หลายเรื่อง อาทิเช่น Girl, Interrupted, Sidewalks of New York, Riding in Cars with Boys, Don't Say a Word, Summer Catch, Drop Dead Gorgeous และ Cherry Falls เธอไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าทางจอโทรทัศน์ ผู้ชมจะได้ยินเสียงของเมอร์ฟีย์ ในแอนิเมชั่นคอมเมดี้ทาง FOX-TV เรื่อง King of the Hill ด้วยการให้ชีวิตกับ Luann และ Joseph ผลงานอื่นๆในภาพยนตร์โทรทัศน์ได้แก่เรื่อง David and Lisa, Devil's Arithmetic และ Common Ground เมอร์ฟีย์ยังเป็นอดีตนักแสดงละครบรอดเวย์ - เคยมีผลงานแสดงกับอลิสัน แจนนีย์ ในละครได้รับรางวัลโทนี่ของอาร์เธอร์ มิลเลอร์ เรื่อง A View from the Bridge ดาโคต้า แฟนนิ่ง (เรย์ ชลีน) เป็นนักแสดงที่เด็กที่สุด ที่ถูกเสนอเข้าชิงรางวัล Screen Actors Guild Award (จากผลงานการแสดงของเธอที่แสดงคู่กับฌอน เพนน์ ในเรื่อง I Am Sam) ขณะนี้มีผลงานที่แสดงคู่กับ ไมค์ ไมเออร์ส ในหนังของ Dr. Seuss เรื่อง The Cat in the Hat ภายในสองสัปดาห์หลังเซ็นสัญญากับเอเจนซี่ สาวน้อยชาวจอร์เจียผู้นี้ก็ได้ถ่ายงานโฆษณาถึงสามชิ้นติดต่อกัน และได้เป็นดารานำในผลงานภาพยนตร์เรื่อง Rainbow Fish แฟนนิ่งมีผลงานการแสดงมากมายทั้งภาพยนตร์และภาพยนตร์โทรทัศน์ได้แก่เรื่อง Sweet Home Alabama, The Ellen Show, Ally McBeal, The Practice, Malcolm in the Middle, Strong Medicine, C.S.I., Spin City และ ER. งานด้านโทรทัศน์ เมื่อเร็วๆนี้เธอได้แสดงในมินิซีรีส์ไซไฟสุดฮิตเรื่อง Taken โดย สตีเวน สปีลเบิร์ก มาร์ลีย์ เชลตัน (อินกริด) ได้รับความสนใจจากผู้ชมภาพยนตร์เป็นครั้งแรก จากบทบาท มาร์กาเร็ต ซึ่งเป็นที่รักของโทบีย์ แมกไกวร์ ในภาพยนตร์ที่ได้คำชื่นชมเรื่อง Pleasantville เร็วๆนี้ เชลตัน จะแสดงในอินดี้คอมเมดี้เรื่อง Grand Theft Parsons รวมไปถึงเรื่อง Jesus, Mary and Joey เชลตัน เพิ่งมีผลงานการแสดงในโรแมนติคคอมเมดี้เรื่อง Just a Kiss ผลงานอื่นๆที่สร้างชื่อเสียงให้เธอได้แก่เรื่อง Bubble Boy, Sugar and Spice, Valentine, The Bachelor, Never Been Kissed, The Sandlot, Nixon และ Warriors of Virtue และด้วยความเป็นคนของครอบครัว เชลตันได้ร่วมสร้างและแสดงนำในหนังสั้น เรื่อง Protect-O-Man ซึ่งกำกับการแสดงโดยพ่อของเธอ คริสโตเฟอร์ เชลตัน โดนัลด์ ไฟสัน (ฮิวอี้) เป็นคนนิวยอร์คซิตี้โดยกำเนิด เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงมากจากการแสดงเป็น เมอร์เรย์ ในหนังคลาสสิคร่วมสมัย เรื่อง Clueless เมื่อเร็วๆนี้ ไฟสันยังเพิ่งจบการทำงานซีซันที่สองของเขาในบท Turk ในซีรี่ส์ฮิตทาง NBC เรื่อง Scrubs ผลงานอื่นๆของเขาในภาพยนตร์โทรทัศน์ได้แก่ ซีซันที่ 2 ของ เรื่อง Felicity และสามซีซันกับการรับบทเดิมของเขาใน Clueless, และดารารับเชิญในเรื่อง Party of Five, Sister, Sister และ New York Undercoverเมื่อเร็วๆ นี้ ไฟสันได้ร่วมงานกับ MGM ในภาพยนตร์ครอบครัวผจญภัยที่กำลังจะออกฉาย เรื่อง Good Boy! ด้วยการให้เสียงเป็นวิลสัน ภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่ผ่านมา ได้แก่เรื่อง Big Fat Liar, Waiting to Exhale, Remember the Titans, Double Whammy, Josie and the Pussycats, Trippin', Can't Hardly Wait, New Jersey Drive, Prep และ Juice เจสซี่ สเปนเซอร์ (นีล) ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัล Favorite Teen Idol Actor on TV ของ People's Choice Award เมื่อปี 1999 จากซีรีส์โทรทัศน์ของออสเตรเลียเรื่อง Neighbours ในระหว่างนั้นเขายังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Silver Logie Award for Most Popular Actor ถึง 2 ครั้ง (1998,1999) ส่วนประสบการณ์ทางงานโทรทัศน์ของ สเปนเซอร์ไม่ได้แค่แสดงเฉพาะเพียงเรื่อง Neighbours เท่านั้น - เขายังแสดงในเรื่อง Time Trax, The Curse of the Talisman, Lorna Doone, The Swiss Family Robinson และ Death in Holy Orders อีกด้วย สเปนเซอร์มีประสบการณ์มากมายในภาพยนตร์และละครเวที ด้วยการแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Grant, Winning London และ Swimming Upstream และเล่นละครในเรื่อง "Scrooge", "Peter Pan" (แสดงเป็น Peter Pan) และ "Jack and the Beanstalk" (แสดงเป็น Jack) ฮีทเธอร์ ล็อคเลียร์ (โรม่า ชลีน) มีชื่อเสียงจากการสร้างผลงานเป็นตัวละคร ทางโทรทัศน์หลายตัวที่ประทับอยู่ในความทรงจำของผู้ชม เธอได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ถึง 4 ครั้ง และเมื่อเร็วๆนี้ ได้ฝากฝีมือไว้ในผลงาน ทาง ABC ในคอมเมดี้ฮิตเรื่อง Spin City, กับบทบาท เคทลิน มัวร์ ผู้จัดการแคมเปญผู้เร่าร้อน ผลงานก่อนหน้าทางโทรทัศน์ ได้แก่ ในบทของ อาแมนด้า วู้ดเวิร์ด ของ FOX ในเรื่อง Melrose Place, Texas Justice (มินิซีรีส์ของ ABC), Dynasty และ T.J. Hooker ล็อคเลียร์มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ในเรื่อง Double Tap, Money Talks และ เทเลฟิล์มของ NBC เรื่อง Shattered Mind เป็นสาวใจบุญที่อุทิศเวลาของเธอเพื่อสนับสนุน American Suicide Foundation และ The Michael J. Fox Foundation for Parkinson's Research ทีมงาน โบแอซ ยาคิน (ผู้กำกับการแสดง/ผู้อำนวยการบริหาร) เมื่อเร็วนี้ๆนี้ได้กำกับฯ ให้กับเดนเซล วอชิงตัน ในเรื่อง Remember The Titans ซึ่งทำรายได้ภายในประเทศสหรัฐฯ ถึง 115 ล้านเหรียญ เขาได้เป็นผู้กำกับการแสดงครั้งแรกในปี 1994 ในภาพยนตร์ที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์เรื่อง Fresh แสดงโดยแซมมวล แอล แจ็คสัน ซึ่งอำนวยการสร้างโดยลอว์เรนส์ เบนเดอร์ และ แรนดี้ โอสตรอ ภาพยนตร์เรื่อง Fresh ได้รับรางวัล Filmmakers Trophy จาก Sundance Film Festival งานกำกับฯเรื่องที่ 2 ของเขาคือเรื่อง A Price Above Rubies แสดงโดยเรเน่ เซลเวเกอร์ และ จูเลียนน่า มากูลีส์ ยังคงอำนวยการสร้างโดยลอว์เรนส์ เบนเดอร์ ร่วมกับ จอห์น เพนนอตติ จูเลีย ดาห์ล (ผู้เขียนบทภาพยนตร์) กำลังอยู่ระหว่างการทำงานไพล็อตให้กับ ดิสนีย์/ทัชสโตน และวอร์เนอร์บราเดอร์ส การทำงานของเธอในซีรีส์โทรทัศน์ได้แก่เรื่อง Party of Five และ The West Win ผลงานเด้านละครเวทีของเธอในบรรดาหลายต่อหลายเรื่อง ได้แก่ "Wonderland" แสดงที่ The American Place Theatre และ "One Day on Wall Street with Naked Angels" โม อ็อคร็อดนิค (ผู้เขียนบทภาพยนตร์) จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ทำงานภาพยนตร์เรื่องแรกเป็น AC ในสารคดีของ เควิน แรฟเฟอตี้ เรื่อง Blood in the Face. ซึ่งนับเป็นสิ่งที่กระตุ้นความสนใจของเธอ และทำงานในหนังวิทยานิพนธ์เรื่อง Richard and Nicole, ซึ่งถูกซื้อโดย PBS และได้รับหลายรางวัลจากเทศกาลหนังต่างๆ ในเวลาต่อมาเธอ ได้รับรางวัล Emmy Award ในส่วนของการที่เธอได้ร่วมอำนวยการสร้างใน ซีรีส์ City Arts ของ WNYC อ็อคร็อดนิคประสบความสำเร็จกับการได้เป็นผู้อำนวยการสร้างใน National Geographic และกับการทำงานที่วอร์เนอร์บราเดอร์ส ไม่นานหลังจากนั้นเธอได้เขียนและกำกับฯ ภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอเองเรื่อง Ripe อ็อคร็อดนิคมีผลงานที่กำลังสร้างเรื่อง The Don't Room, Broken Silence และ Birth Marks ลิซ่า เดวิโดวิทซ์ (ผู้เขียนบทภาพยนตร์) เกิดและโตในนิวยอร์คซิตี้ เธอศึกษาที่ William Smith College เป็นที่ที่เธอได้เรียนวรรณคดีอังกฤษ จอห์น เพนนอตติ (ผู้อำนวยการสร้าง) เป็นหุ้นส่วนผู้ก่อตั้งบริษัท GreeneStreet Films ปัจจุบันกำลังสร้างหนังระทึกขวัญเรื่อง Slow Burn และที่กำลังใกล้จะเสร็จแล้วเรื่อง Yes เขาเริ่มอาชีพของเขาจากการทำงานในภาพยนตร์ของ ซิดนีย์ ลูเม็ตหลายเรื่องอย่างเช่นเรื่อง Q+A, Family Business และ A Stranger Among Us ก่อนที่จะย้ายมาเป็นผู้ร่วมอำนวยการสร้างในภาพยนตร์เรื่อง Naked in New York หลังจากนั้น เขาได้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อย่างเรื่อง Swimfan, A Price Above Rubies และ Illuminata ซึ่งได้รับเลือกอย่างเป็นทางการให้เป็น Main Category ของ Cannes Film Festival ในปี 1998 จากนั้นในฐานะผู้อำนวยการบริหาร ได้ถูกเสนอชื่อ 5 ครั้งเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองในเรื่อง In the Bedroom ร่วมด้วย Just A Kiss, The Chateau และ Lisa Picard is Famous (ได้รับเลือกอย่างเป็นทางการในปี 2000 ที่ Cannes International Film Festival) ฟิชเชอร์ สตีเวนส์ (ผู้อำนวยการสร้าง) เป็นนักแสดง, ผู้อำนวยการสร้าง และผู้กำกับการแสดง ที่ทรงคุณวุฒิ สร้างภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาตอนอายุได้ 16 ซึงเป็นหนังสยองขวัญเรื่อง The Burning อย่างไรก็ตามในหนังเรื่อง The Flamingo Kid คือเรื่องทำให้เขาได้เป็นนักแสดงหน้าใหม่คนสำคัญ ตั้งแต่นั้นมาสตีเวนส์ได้เป็นดารานำในภาพยนตร์ต่าง เช่น เรื่อง My Science Project, Reversal of Fortune, Short Circuit, Hackers, Only You, และเมื่อเร็วๆนี้ในเรื่อง Undisputed ส่วนผลงานการแสดงที่สร้างชื่ออื่นๆได้แก่ ซีรีส์ประจำทาง CBS เป็นเวลา 2 ปี กับเรื่อง Early Edition และของ FOX เรื่อง Key West ผลงานที่สร้างชื่ออย่างมากมายในละครเวทีของเขา ได้แก่ เรื่องที่ได้รับรางวัล Tony Award อย่าง Torch Song Trilogy และการกลับมาสร้างใหม่โดย นิโคลัส ฮิตเนอร์ ในเรื่อง Carousel นอกจากจะเป็นนักแสดงที่มีงานชุก สตีเวนส์ยังเป็นหนึ่งในบรรดาหุ้นส่วนที่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ชื่อ GreeneStreet ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างภาพยนตร์จอใหญ่และภาพยนตร์โทรทัศน์อิสระ ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในนิวยอร์ค เขาได้สร้างภาพยนตร์มากมายภายใต้ชื่อของ GreeneStreet อย่างเช่นภาพยนตร์ที่ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 5 ครั้งในเรื่อง In the Bedroom, คว้ารางวัล ALMA 3 ครั้งจากเรื่อง Pi?ero, The Chateau, Lisa Picard is Famous และ Swimfan เมื่อเร็วๆนี้สตีเวนส์ได้เป็นผู้อำนวยการบริหารในหนังระทึกขวัญเรื่อง Slow Burn สำหรับการเป็นผู้กำกับการแสดง สตีเวนส์ได้กำกับการแสดงครั้งแรกในหนังของเขาเอง กับหนังโรแมนติคคอมเมดี้เรื่อง Just a Kiss แอลลิสัน เจค็อบส์ (เรื่อง/อำนวยการสร้าง) ได้เริ่มอาชีพการงานของเธอที่บริษัทภาพยนตร์ GreeneStreet ที่ซึ่งเธอได้เป็นผู้สรรค์สร้างความคิดบรรเจิดให้เรื่อง Uptown Girls เธอเคยเขียนบทภาพยนตร์หลายเรื่องและปัจจุบันกำลังกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเรื่องราวใหม่ๆ ให้กับ GreeneStreet โจ คาแรคซิโอโล จูเนียร์ (ผู้อำนวยการบริหาร) มีผลงานมากมายที่สร้างชื่อให้กับเขากับอำนวยการสร้างได้แก่ ภาพยนตร์ของ GreeneStreet เรื่อง Swimfan, Cecil B. Demented, Simply Irresistible, I Love You, I Love You Not และ Radio Inside เขาได้ร่วมอำนวยการสร้างเรื่อง Copycat และอำนวยการบริหารในเรื่อง Pecker, The Man Who Knew Too Little, A Good Man in Africa, Serial Mom, Beyond The Law, Tune in Tomorrow, Glengarry Glen Ross และ Second Sight คาแรคซิโอโลเริ่มอาชีพการทำงานในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญการจัดอุปกรณ์ประกอบฉาก และยังเคยเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตให้กับภาพยนตร์หลายเรื่อง ทิม วิลเลียมส์ (ผู้อำนวยการบริหาร) ดูแลงานทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานผลิตของ GreeneStreet Films เมื่อเร็วนี้เขาได้ทำงานในภาพยนตร์เรื่อง Slow Burn และ Yes ก่อนหน้านี้เขาได้เป็นผู้ร่วมอำนวยการสร้างในภาพยนตร์ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองเรื่อง In the Bedroom เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล ALMA เรื่อง Pi?ero และเป็นผู้อำนวยการบริหารในเรื่อง Just a Kiss รวมทั้งเรื่อง Swimfan ไมเคิล บอลเฮาส์ (ผู้กำกับภาพ) เป็นตากล้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุโรป มีผลงานถ่ายทำภาพยนตร์อเมริกันเรื่องแรกในหนังของจอห์น เซย์เลส เรื่อง Baby It's You เขาได้ทำงานกับผู้กำกับการแสดงมาร์ติน สกอร์เซสซี ในการสร้างภาพประทับใจจำนวนมาก ในหนังเรื่อง Gangs of New York, The Color of Money และ Goodfellas ในปี 1992 เขาเป็นผู้ถ่ายทำให้หนังฟอร์มยักษ์ของฟรานซิส ฟอร์ด คอพโพลา เรื่อง Bram Stoker's Dracula และ ร่วมงานอีกครั้งกับมาร์ติน สกอร์เซสซี ในหนังที่เต็มไปด้วยภาพตระการตา เรื่อง The Age of Innocence และเช่นเดียวกันกับเจมส์ แอล บรุ๊ค ในเรื่อง I'll Do Anything บอลเฮาส์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองในหนังเรื่อง Broadcast News และเรื่อง The Fabulous Baker Boys ได้รับความไว้วางใจให้ถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่อง Goodfellas (L.A. Film Critics และ BAFTA), The Age of Innocence (BAFTA), Bram Stoker's Dracula (Chicago Film Critics), The Bitter Tears of Petra Van Sant (German Bundesfilmpreis) และ The Marriage of Maria Braun (Berlin Film Festival Silver Bear)ผลงานที่สร้างชื่อเสียงเรื่องอื่นๆ ได้แก่ เรื่อง Primary Colors, Postcards from the Edge, Working Girl, The Last Temptation of Christ, After Hours, Wild Wild West, Air Force One, Outbreak, Quiz Show, Sleepers, The Mambo Kings, What About Bob?, Guilty By Suspicion, The House on Carroll Street, Dirty Rotten Scoundrels และ The Glass Menagerie คาลิน่า ไอวานอฟ (ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์) ร่ำเรียนทั้งที่ NYU Design และ NYU Film Schools ถูกขึ้นบัญชีดำโดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์บัลกาเรีย ก่อนที่จะหนีไปอยู่ประเทศอังกฤษในปี 1979 ตั้งแต่นั้นมาเธอได้ทำออกแบบฝ่ายศิลป์ ในภาพยนตร์หลายๆเรื่อง เช่นเรื่อง Brown Sugar, Disappearing Acts, The Big Kahuna, The Best Man, Smoke, Blue in the Face, Household Saints, Naked in New York, Lulu on the Bridge และTNT's Monday Night Mayhemนอกเหนือจากการทำงานเป็นผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์ของไอวานอฟ เธอยังได้รับการนับถือ ในความเป็นนักเขียนสตอรี่บอร์ดอีกด้วย งานของเธอในด้านนี้ได้แก่ในหนังของโนาธาน เดมม์ เรื่อง The Manchurian Candidate, The Emperor's Club, The Horse Whisperer, Quiz Show, Sleepers และ The Silence of the Lambs ไอวานอฟยังได้รับรางวัลนักออกแบบ งานศิลปะของเธอได้แสดงในอังกฤษตามงานนิทรรศการพิเศษซึ่งจัดโดย Lincoln Center เดวิด เรย์ (ผู้กำกับภาพ) ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy ในหนังของ อาร์เธอร์ มิลเลอร์ เรื่อง Death of A Salesman ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่ลอนดอน เขาได้เป็นผู้ลำดับภาพร่วมที่ได้รับรางวัล Bob Fosse ในหนังเรื่อง All That Jazz ก่อนผลงานเรื่อง Scarface และ A Bronx Tale ซาราห์ เอ็ดเวิร์ดส (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย) เป็นศิษย์เก่าของ Sarah Lawrence College และเป็น Costume Designers Guild Nominee จากผลงานของเธอในเรื่อง Igby Goes Down เธอมีประสบการณ์ด้านเสื้อผ้าอย่างมากมาย ประกอบด้วยภาพยนตร์โทรทัศน์ งานโฆษณา และละครเวที (ทั้งนอกและในเวทีบรอดเวย์) เธอได้เริ่มเป็นผู้ช่วยผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายในรายการโชว์ของทีวีชื่อ H.E.L.P. และการแสดงใน บรอดเวย์เรื่อง "A Streetcar Named Desire" และ "Our Country's Good," และอื่นๆ อีกมากมาย เอ็ดเวิร์ดสได้ออกแบบแฟชั่นและเครื่องแต่งกายให้กับ Mercedes Benz, American Express และ Caffeine Free Diet Pepsi ในงานโฆษณา รวมไปถึงงานเป็นนักออกแบบให้กับโฆษณาของ Pizza Hut ผลงานหลายหลากของเธอ ในภาพยนตร์ได้แก่เรื่อง Frost, The Last Days of Disco, Devil's Advocate (นักออกแบบร่วม), Other Voices from Other Rooms และ Tru โจเอล แมคนีลี (ดนตรี) ได้รับรางวัล Emmy Award ในฐานะ นักประพันธ์เพลง และผู้กำกับวง ผลงานของเขามีทั้งในภาพยนตร์จอใหญ่ และโทรทัศน์ที่ได้รับคำชมเชย เขาเคยได้รับรางวัล Emmy for Outstanding Original Composition จากภาพยนตร์โทรทัศน์ในเรื่อง The Young Indiana Jones Chronicles ผลงานล่าสุดได้แก่ในหนังเรื่อง Holes และเรื่อง Jungle Book II และยังมีผลงานเพลงในภาพยนตร์ของเจมส์ คาเมรอน เรื่อง Ghosts of the Abyss, Peter Pan: Return to Neverland, Soldier, The Avengers, และ Air Force One การทำงานของเขาในภาพยนตร์โทรทัศน์ได้แก่ ในหลายๆ ตอนของเรื่อง Dark Angel, All Souls, and The Young Indiana Jones Chronicles, รวมทั้งเทเลฟิล์ม เรื่อง Buffalo Soldiers นอกเหนือจากการประพันธ์เพลง เขายังเป็นผู้กำกับวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จ การทำงานของเขากับ Royal Scottish National Orchestra ที่หาฟังได้ในการบันทึกบทเพลงจากหนังเรื่อง Psycho, Citizen Kane, และ Vertigo, รวมไปถึงอัลบั้ม "Sunset Blvd," "Day the Earth Stood Still," and "Rebecca." เขาเป็นผู้กำกับวง National Philharmonic Orchestra ให้กับหนังเรื่อง "Torn Curtain" และ Seattle Symphony ใน "Fahrenheit 451"--จบ-- -รก-