ฟิทช์ จัดอันดับเครดิตภายในประเทศและอันดับเครดิตสากลให้ ธนาคารกรุงไทย - newswit
กรุงเทพฯ--12 ก.ย.--ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ได้จัดอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ให้กับธนาคารกรุงไทย โดยอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอยู่ที่ 'AA(tha)'แนวโน้มมีเสถียรภาพ, ระยะสั้นอยู่ที่ 'F1+(tha)'และอันดับเครดิตภายในประเทศของหุ้นกู้ด้อยสิทธิอยู่ที่ 'AA-(tha)' ขณะเดียวกันบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ แห่งอังกฤษได้จัดอันดับเครดิตสากล (International Rating) ของหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคารที่ 'BB+' และคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวของธนาคารไว้ที่ 'BBB-' แนวโน้มมีเสถียรภาพ, ระยะสั้นที่ 'F3', ความแข็งแกร่งทางการเงินที่ 'D/E' และ อันดับเครดิตสนับสนุนระดับ '2' อันดับเครดิตสะท้อนถึงแนวโน้มที่เป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะยังคงสนับสนุนธนาคารซึ่งยังมีความสำคัญต่อระบบการเงิน อีกทั้งสะท้อนถึงความเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารของรัฐบาล อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาเฉพาะธนาคารเพียงลำพัง การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอาจจะมีผลกระทบทำให้ผลประกอบการของธนาคาร อ่อนแอลงได้ ซึ่งได้สะท้อนออกมาในการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารที่ยังคงต่ำอยู่ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารกรุงไทยสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาของฐานะทางการเงินของธนาคารที่ดีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้เข้ามาซื้อหนี้เสียของธนาคารในปี 2543 อย่างไรก็ตามอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารยังคงถูกจำกัดด้วยสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ยังไม่แข็งแรง, ความท้าทายในการปรับปรุงธุรกิจให้ดีขึ้น, การปฎิรูปองค์กรที่ยังต้องใช้เวลา และกลยุทธการปล่อยสินเชื่อในเชิงรุก ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องคุณภาพของสินทรัพย์และการทำกำไรของธนาคารในอนาคตได้ การแปรรูปธนาคารบางส่วนน่าจะช่วยให้ธนาคารพัฒนาตนเองไปในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่ารัฐบาลจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนนโยบายรัฐบาลซึ่งรวมถึงการเป็นธนาคารผู้นำในการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจอาจจะยังคงส่งผลกระทบต่อ ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของธนาคาร ในปี 2545 ธนาคารกรุงไทย มีกำไรสุทธิ 8 พันล้านบาท เนื่องมาจากการกันสำรองที่น้อยลงและการลดลงของต้นทุนการปล่อยสินเชื่อ ถึงแม้ว่าทางธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้นรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการแข่งขันด้านราคาในตลาด, ผลตอบแทนที่ลดลงรวมถึงการพึ่งพาการกู้ยืมของรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนใหญ่ๆที่เพิ่มมากขึ้นและตั๋วสัญญาใช้เงินที่ให้ผลตอบแทนต่ำอัตราผลกำไรส่วนต่างของดอกเบี้ยก็ลดลงเล็กน้อยไปอยู่ที่ 1.9% อัตราการเติบโตของสินเชื่อของธนาคารค่อนข้างสูงอยู่ที่ 26% ในปี 2545 และธนาคารคาดหวังว่าสินเชื่อจะโตต่ออีก 20% ในปี 2546 การเติบโตรวดเร็วของสินเชื่อในสภาวะเช่นนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ว่าหนี้เสียอาจจะเกิดขึ้นได้ ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2546 ธนาคารมีกำไรสุทธิ1.6 พันล้านบาท ลดลงจากครึ่งปีแรกของปีก่อน เนื่องมาจากการกันสำรองถึง 3.5 พันล้านบาท สำหรับการลดค่าลงของมูลค่าหนี้เสียที่มีอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามผลประกอบการก่อนการกันสำรองในครึ่งปีแรกของปี 2546 ก็ดีขึ้นกว่าปีก่อน ณ สิ้นปี 2545 หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 112.4 พันล้านบาท (หรือ ประมาณ 20% ของสินเชื่อ) เพิ่มขึ้นจาก 70.7 พันล้านบาทเมื่อปลายปีก่อนหน้า เนื่องมาจากการบันทึกกลับของยอดที่ตัดหนี้สูญไปแล้วตามกฎใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้เมื่อสิ้นปี 2545 ไม่ได้รวมสินเชื่อที่ได้โอนไปยัง บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) แม้ว่าธนาคารจะต้องร่วมรับผิดชอบบางส่วนในผลกำไรหรือขาดทุนจากสินเชื่อนั้นๆหลังการโอน ยอดสำรองหนี้สูญ ณ สิ้นปี 2545 อยู่ที่ 63.9 พันล้านบาท หรือ 57% ของ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 29.1 พันล้านบาทเมื่อปลายปีก่อน เนื่องจากการบันทึกกลับหนี้สูญเช่นกัน ณ สิ้นปี 2545 ธนาคารกรุงไทยมีกองทุนขั้นที่ 1 อยู่ที่ 57.7 พันล้านบาท และกองทุนขั้นที่ 2 อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท อัตรากองทุนขั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 11.7% ในขณะที่ อัตรากองทุนโดยรวมอยู่ที่ 12.6% อัตรานี้ลดลงมา 3% จากปีก่อน เนื่องจาก การซื้อคืนใบสำคัญแสดงสิทธิจากกองทุนเพื่อการพัฒนาสถาบันการเงิน และการเติบโตที่สูงของสินเชื่อ อัตราการเติบโตที่สูงของสินเชื่อในปีนี้อาจทำให้อัตราเงินกองทุนลดลงได้อีก แต่ธนาคารก็จะยังคงมีอัตรากองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่แข็งแรงอยู่ ติดต่อ ชัยพัฒน์ ไพฑูรย์, Vincent Milton, กรุงเทพฯ +662 655 4762/4759 David Marshall, ฮ่องกง +852 2263 9963 หมายเหตุ : การจัดอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Ratings) ใช้วัดความน่าเชื่อถือของบริษัทในประเทศที่อันดับเครดิตของประเทศนั้นอยู่ในระดับต่ำกว่าอันดับเครดิตระดับเพื่อการลงทุน หรือมีอันดับเครดิตอยู่ในระดับต่ำแม้จะอยู่ในระดับเพื่อการลงทุน อันดับเครดิตของบริษัทที่ดีที่สุดของประเทศจะอยู่ที่ระดับ "AAA" และการจัดอันดับเครดิตอื่นในประเทศ จะเป็นการเปรียบเทียบความเสี่ยงกับบริษัทที่ดีที่สุดนี้เท่านั้น อันดับเครดิตภายในประเทศนั้นถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนภายในประเทศในแต่ละประเทศนั้นๆ และมีสัญลักษณ์ที่กำหนดไว้ต่อท้ายจากอันดับเครดิตสำหรับแต่ละประเทศ เช่น "AAA(tha)" ในกรณีของประเทศไทย อันดับเครดิตภายในประเทศนั้นไม่สามารถนำไปใช้เปรียบเทียบระหว่างประเทศได้ หมายเหตุ : อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินและอันดับเครดิตสนับสนุนของฟิทช์ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของฟิทช์วิเคราะห์ถึงสถานะทางการเงินของธนาคารเมื่อไม่มีปัจจัยช่วยเหลือภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง อันดับเครดิตสนับสนุนวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการที่ทางธนาคารจะได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น หรือ จากรัฐบาลถ้าทางธนาคารประสบปัญหา อันดับเครดิตนี้ไม่ใช่อันดับเครดิตของหนี้ แต่เป็นอันดับความแข่งแกร่งของสถานะการเงินของธนาคาร และระดับการสนับสนุนจากภายนอกซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีให้ทางธนาคารก็ได้--จบ-- -นห-