อย.เผยระดมพลทั่วประเทศรวมพลังขจัดสารอันตรายในอาหาร
กรุงเทพฯ--6 มิ.ย.--อย. สธ. รวมพลังมหาดไทย และ กทม.กวาดล้างสารอันตรายในอาหารให้หมดสิ้นทั่วประเทศภายในปี 46 ทั้งวัตถุดิบในการผลิตอาหาร อาหารสด อาหารแปรรูป และอาหารปรุงจำหน่าย ตั้งเป้าตรวจตลาด และซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่งภายใน มิ.ย.46 และตรวจอาหารในโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศภายใน ก.ค.46 พร้อมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหารใน สธ.เป็นแกนกลางสร้างระบบความปลอดภัยด้านอาหาร เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.46 นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมความปลอดภัยด้านอาหารว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายกำหนดให้ปี 2547 เป็นปีแห่งสุขภาพดีถ้วนหน้า เพื่อรณรงค์และเผยแพร่คุณภาพมาตรฐานอาหารของไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วโลก และประชาชนคนไทยต้องได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อนนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดผลดังกล่าว โดยได้ริเริ่มโครงการอาหารปลอดภัยขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย โดยครอบคลุมการดำเนินการตั้งแต่วัตถุดิบในการผลิตอาหาร ต้องไม่มีการนำเข้าหรือการกระจายเภสัชเคมีภัณฑ์ หรือเภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของสารต้องห้ามจำนวน 158 รายการ รวมทั้งเกลือของสารดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิด เช่น นำไปลักลอบผลิตยาโดยไม่ได้รับอนุญาต นำไปใช้ผสมอาหารสำหรับสัตว์ เป็นต้น ทางด้านอาหารสด ต้องไม่มีสารอันตราย ปนเปื้อน 6 ชนิด คือ สารเร่งเนื้อแดง บอแรกซ์ ฟอร์มาลิน สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว และสารเคมี จำกัด ศัตรูพืชตกค้างในระดับเกินกว่ามาตรฐานกำหนด รวมทั้งสารตกค้างในกลุ่มคลอแรมเฟนิคอล และไนโตรฟูแรน ซึ่งสถานที่ที่จำหน่ายอาหารสดต้องจำหน่ายอาหารที่ปลอดภัย โดยกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการตรวจแหล่งจำหน่ายอาหารทั้งตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่งทั่วประเทศภายใน มิ.ย. 46 และจะมีการมอบป้ายสัญลักษณ์อาหารปลอดภัยให้กับร้านค้าที่ตรวจไม่พบสารอันตรายปนเปื้อน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัย นอกจากนี้ จะมีการตรวจอาหารในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศภายในเดือน ก.ค. 46 นี้ด้วย สำหรับอาหารแปรรูป กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้สาถานที่ผลิตอาหาร 54 ประเภท ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตหรือจีเอ็มพี โดยเป็นมาตรการบังคับกฎหมายและจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 46 เป็นต้นไป ซึ่งอาหารที่ผลิตต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดด้วย ทางด้าน อาหารปรุงจำหน่ายต้องสะอาด มีคุณภาพ ปลอดภัย หากร้านจำหน่ายอาหารใดปฏิบัติได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน "อาหารสะอาด รสชาติอร่อย" หรือ "Clean Food Good Taste" ซึ่งเป็นมาตรฐานสุขอนามัยที่ดีในการปรุงอาหารจำหน่าย จะได้รับป้ายสัญลักษณ์มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข ส่วนทางด้านของผู้บริโภคนั้น กระทรวงสาธารณสุขมีโครงการรณรงค์ให้ความรู้กับผู้บริโภคให้มีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการเลือกซื้ออาหารอย่างปลอดภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า การประชุมความปลอดภัยด้านอาหารในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานได้ร่วมกันกวาดล้างสารอันตรายปนเปื้อนในอาหาร เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดี และถือเป็นนโยบายหลักในการร่วมกันพลังอาหารปลอดภัย สำหรับในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีหน่วยงานในสังกัดหลายหน่วยงานที่ร่วมกันผลักดันโครงการปลอดภัย จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหารในกระทรวงสาธารณสุขขึ้นเพื่อเป็นหน่วยวางแผน และประสานการนำนโยบายความปลอดภัยด้านอาหารไปสู่การปฏิบัติให้บังเกิดผลสำเร็จซึ่งจะเอื้อประโยชน์ในการติดตามการดำเนินการผลักดันให้ยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหารประสบความสำเร็จด้วยดี นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมถึงยุทธศาสตร์ในการดำเนินการด้านอาหารปลอยภัยว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะเน้นในส่วนภูมิภาค โดยจะควบคุมดูแลสถานที่ผลิตและจำหน่ายยา เภสัชเคมีภัณฑ์ อาหาร อาหารสัตว์ เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร วัตถุมีพิษทางการเกษตร รวมทั้งการผลิตในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ การผลิตพืช ผัก ผลไม้ มิให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย เฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าที่ด่านตลอดจนเร่งรัดการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนโดยเร็ว เพื่อให้โครงการอาหารปลอดภัยสัมฤทธิ์ผลภายในปีนี้--จบ-- -สก/พห-