อย.เปิดหาแนวร่วมจากผู้ผลิตและผู้จำหน่าย เร่งสร้างระบบความปลอดภัยด้านอาหาร
กรุงเทพฯ--12 มิ.ย.--อย. อย.เชิญชวนกลุ่มผู้ผลิตและผู้จำหน่ายอาหารเข้าร่วมโครงการอาหารปลอดภัย เผย ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ หากใครต้องการเข้าร่วมโครงการ ยกให้ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นตัวอย่างที่ดี นำนโยบาย ความปลอดภัยด้านอาหารมาเป็นนโยบายหลักของบริษัทในการคัดเลือกอาหารมาจำหน่าย และยังจัดสัมมนาชี้แจงนโยบายความปลอดภัยในอาหารให้แก่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าให้กับท็อปส์ เพื่อเข้าร่วมโครงการอาหารปลอดภัยด้วย น.พ.สถาพร วงษ์เจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย ไร้สารอันตรายปนเปื้อน กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการความปลอดภัยด้านอาหาร (FOOD SAFETY) ซึ่งตามแผนงานจะมีการตรวจสอบทั้งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหาร อาหารสด และอาหารแปรรูป โดย อย. ได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่ออกกวาดล้างอาหารที่มีสารปนเปื้อน 6 ชนิด คือ บอแรกซ์ ฟอร์มาลีน สารเร่งเนื้อแดง สารฟอกขาว สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสารกันราหรือกรดซาลิซิลิค ให้หมดไปจากตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตให้ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม อย.ตระหนักดีว่าการออกตรวจสอบหรือกวาดล้างอาหารที่มีสารอันตรายปนเปื้อนโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่อาจแก้ไขปัญหาสารอันตรายในอาหารในระยะยาวได้ จำเป็นที่ทางฝ่ายผู้ผลิตและผู้จำหน่ายจะต้องให้ความร่วมมือด้วยซึ่ง อย. ยินดีเปิดรับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ผลิตและผู้จำหน่ายอาหารอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันเป็นกลไกในการผลักดันให้การดำเนินโครงการอาหารปลอดภัยประสบผลสำเร็จ ดังเช่นกรณีของบริษัท ซีอาร์ซี เอโฮลด์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารของ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ได้เข้าร่วมโครงการอาหารปลอดภัย และได้นำนโยบายความปลอดภัยด้านอาหารของกระทรวงสาธารณสุขทุกรายเข้าร่วมโครงการ แล้วช่วยประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้การร่วมโครงการของกลุ่มผู้ร่วมค้าสำเร็จลุล่วงด้วยดี รองเลขาธิการฯ น.พ.สถาพร วงษ์เจริญ กล่าวต่อไปว่า อย.ยินดีจะเข้าไปชี้แจงให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารรปลอดภัยให้กับทุกสถานที่ผลิตและจำหน่าย โดยในวันที่ 13 มิถุนายน 46 อย. จะเข้าไปชี้แจงให้ข้อมูลรายละเอียดกับกลุ่มผู้ค้าของ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เกี่ยวกับโครงการอาหารปลอดภัย และให้คำแนะนำถึงวิธีการตรวจสอบสารเคมีที่ห้ามใช้ในอาหารด้วยชุดทดสอบด้วย ซึ่งเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่หน่วยงานเอกชนให้ความร่วมมือในการรณรงค์อาหารปลอดภัย และอย.หวังว่าจะมีผู้ประกอบการหลายๆ รายที่เข้ามาร่วมโครงการเพื่อเป็นแนวร่วมในการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัย หากทุกหน่วยงานเริ่มต้นให้ความร่วมมือกับ อย. ตั้งแต่วันนี้ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยจะไม่มีอาหารที่มีสารอันตรายปนเปื้อนอย่างแน่นอน--จบ-- -สก/รก-