สภาผู้แทนสหรัฐฯไม่อนุมัติให้นำเข้ายาจากต่างประเทศเข้าอเมริกา
วอชิงตัน, 25 ก.ค.-พีอาร์นิวส์ไวร์ / เอเชียเน็ท
การประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงของสภาผู้แทนราษฏรเรื่องการขออนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาจากประเทศ 26 ประเทศเข้าสหรัฐอเมริกา ปรากฏว่า วุฒิสมาชิกจำนวน 53 รายจากพรรคการเมือง 2 พรรค ได้ร่วมกันลงชื่อในจดหมายคัดค้านการขอนำเข้ายาดังกล่าว เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต้องการเจรจาในประเด็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเอกสารกำกับยาในช่วงสัปดาห์หน้าก่อน
สมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการให้สิทธิพิเศษภายในประเทศของประธานาธิบดีบุช โดยเฉพาะเรื่องประโยชน์ของเอกสารกำกับยาของผู้สูงอายุ ซึ่งการขอนำเข้ายาเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้กันและยังเป็นเรื่องที่มีความขัดแย้งกันสูง
"สำนักการบริการด้านมนุษย์และสุขภาพของสหรัฐฯประจำฝ่ายอำนวยการของทั้งบุชและคลินตันยังไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าการนำเข้ายาเป็นเรื่องที่ปลอดภัยและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้" วุฒิสมาชิกทั้ง 53 รายกล่าว
วุฒิสมาชิกกล่าวต่อไปว่า สภาผู้แทนฯได้มีมติสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ในเรื่องกฎหมายให้สำนักเลขาธิการด้านสุขภาพและมนุษย์สรุปให้ได้ว่า การนำเข้ายาเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่จะมีการอนุญาตให้นำเข้า แต่มาตรการที่ทางสภาผู้แทนฯได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วอาจจะนำไปสู่การตัดเงื่อนไขเรื่องความปลอดภัยออกไป
"การนำประเด็นเรื่องความปลอดภัยซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญออกจากการพิจารณา เป็นสิ่งที่เรามองว่าเป็นเรื่องที่ไม่รอบคอบ เนื่องจากการนำเข้ายานี้เป็นเรื่องที่ถูกคัดค้านโดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐ, สำนักการบริการด้านมนุษย์และสุขภาพของสหรัฐฯจากทั้งฝ่ายอำนวยการของพรรครีพับลิกันและเดโมแครต, ฝ่ายบริการภาษีของสหรัฐฯและหน่วยงานติดตามยาเสพติดสหรัฐฯมาก่อน" สมาชิกวุฒิสภากล่าว
สำเนาจดหมายของวุฒิสมาชิก
วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา
วอชิงตัน ดี.ซี. 20510
24 กรกฎาคม 2546
เรียน ประธานโทมัส, โทซินและกราสลีย์
การประชุมได้เริ่มต้นด้วยการไกล่เกลี่ยในเรื่องความแตกต่างระหว่างรูปแบบพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเอกสารกำกับยาของสภาผู้แทนฯและวุฒิสภา เราขอให้คุณคงเงื่อนไขเรื่องความปลอดภัยเอาไว้ในประเด็นการขอนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาในกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ สภาผู้แทนฯและวุฒิสภาได้ผ่านพระราชบัญญัติ เพื่อให้ประโยชน์ในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพด้วยการออกเอกสารกำกับยาและปรับปรุงเรื่องการซื้อขายยาทั่วไปให้ชาวอเมริกันสามารถทำได้ง่ายขึ้น เรารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งจำเป็น รวมทั้งการปฏิเสธอำนาจการตัดสินใจของสำนักบริการด้านมนุษย์และสุขภาพเรื่องการนำเข้ายาของสหรัฐฯก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน
สภาคองเกรสได้โต้เถียงกันในเรื่องการนำเข้ายาหลายครั้ง รวมถึงการผ่านพระราชบัญญัติเมดิซิน เอควิตี้ แอนด์ ดรัก เซฟตี้ 2000 (Medicine Equity and Drug Safety (MEDS) Act of 2000) พระราชบัญญัติดังกล่าวเปิดให้มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาเข้ามาในสหรัฐฯตราบเท่าที่สำนักการบริการด้านมนุษย์และสุขภาพของสหรัฐฯสามารถแสดงต่อสภาคองเกรสได้ว่า 1) การนำเข้ายาจะไม่เพิ่มความเสี่ยงให้กับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน 2) ผลกระทบต่อการลดค่าใช้จ่ายของผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าที่ส่งมาถึงผู้บริโภคชาวอเมริกัน ตั้งแต่ที่ได้มีการออกพระราชบัญญัติ MEDS สำนักการบริการด้านมนุษย์และสุขภาพของสหรัฐฯที่สังกัดกับฝ่ายบริหารของคลินตันและบุชก็ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า การนำเข้ายาเป็นเรื่องที่ปลอดภัยและคุ้มค่า ดังนั้นการนำกฎหมายที่มีอยู่มาใช้จึงไม่ทันเหตุการณ์
แม้ว่าวุฒิสภาจะสนับสนุนให้มีการออกพระราชบัญญัติ ซึ่งปลอดภัยและคุ้มค่าแก่การลงทุนอย่างเป็นเอกฉันท์ถึง 3 ครั้ง แต่ก็ยังคงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกบางส่วนที่พยายามขัดขวางการยื่นเสนอเรื่องดังกล่าว เราเชื่อว่าคงไม่เป็นการสุขุมรอบคอบนักที่จะสนับสนุนให้มีการเคลื่อนไหวที่สำคัญครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสภาคองเกรสมีส่วนในกระบวนการออกพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับประโยชน์ของใบสั่งซื้อยาของแพทย์ ซึ่งรวมถึงการแก้ไขกฎหมายให้สามารถหาซื้อยาโดยทั่วไปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การนำเข้ายาจากต่างประเทศยังถูกคัดค้านจาก องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) เลขาธิการของสำนักงานการบริการด้านมนุษย์และสุขภาพของสหรัฐฯ (HHS) จากตัวแทนพรรครีพับลิกันและเดโมแครตพรรคละ 1 ท่าน กรมศุลกากรสหรัฐฯ และหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) แม้ว่าจะเป็นการจำกัดการนำเข้ายาจากแคนาดาเท่านั้น
เราขอเรียกร้องให้ท่านขัดขวางความพยายามในการลดอำนาจของกฎหมายฉบับปัจจุบัน ซึ่งเรียกร้องให้สำนักงานการบริการด้านมนุษย์และสุขภาพของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ เพื่อที่จะไม่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงแก่สุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งลดราคาผลิตภัณฑ์ยาที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ด้วยความเคารพ,
-- เผยแพร่โดย เอเชียเน็ท (www.asianetnews.net)--
-ปป/สพ-