ตลท.เริ่มใช้ 8 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมคำนวณดัชนีกลุ่มใหม่อย่างเป็นทางการ 5 ม.ค. 47 นี้ - newswit
กรุงเทพฯ--30 ธ.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลท. จัดหลักทรัพย์ 30 หมวดธุรกิจ (Sector) ปัจจุบันเข้าอยู่ภายใต้ 8 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (Industry Group) เพิ่มความสะดวกในการค้นหาหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเริ่มคำนวณดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ 8 กลุ่ม ตั้งแต่ 5 มกราคม 2547 เป็นต้นไป ส่วนดัชนีหมวดธุรกิจเดิมยังคงแสดงให้เห็น ยกเว้นหมวด REHABCO ที่จะไม่มีการเผยแพร่ดัชนีตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป ดร.นารี บุญธีรวร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนากลยุทธ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท. ได้ปรับปรุงการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์ขึ้นใหม่ เพื่อให้กลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์สามารถสะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยมากขึ้น พร้อมกับให้ภาพที่ชัดเจนในระดับหมวดธุรกิจด้วยในขณะเดียวกัน โดยจะเริ่มอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2547 เป็นต้นไป "ในโครงสร้างใหม่นี้ ตลท. จะสร้างกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) จำนวน 8 กลุ่มขึ้นใหม่ ซึ่งได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financials) กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) กลุ่มทรัพยากร (Resources) กลุ่มบริการ (Services) และกลุ่มเทคโนโลยี (Technology) โดยหมวดธุรกิจย่อยในปัจจุบันหรือ Sector ซึ่งมีอยู่ 30 หมวดยังคงไว้ โดยหมวดที่มีลักษณะธุรกิจใกล้กันหรือเอื้อประโยชน์ต่อกันจะถูกนำมาจัดเรียงไว้ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่" ดร.นารีกล่าว ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนในหมวดอื่นๆ (Others) หมวดบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน (Companies under Rehabilitation) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ และตราสารทางการเงิน อื่น ๆ จะไม่ถูกนำมารวมใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนากลยุทธ์กล่าวต่อว่า "การจัดกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ 8 กลุ่มนี้ จะทำให้ ผู้ลงทุนเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยสามารถพิจารณาจากภาพรวมของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่ก่อนที่จะเจาะจงลงไปในหมวดธุรกิจย่อย ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเปรียบเทียบการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้ลงทุนต่างประเทศยังสามารถพิจารณาเปรียบเทียบทิศทางของดัชนีราคาในแต่ละกลุ่ม อุตสาหกรรมระหว่างตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นอื่น ได้สะดวกขึ้นและชัดเจนขึ้น และโครงสร้างแบบใหม่นี้ยังสามารถรองรับลักษณะของกิจการที่จะเข้าจดทะเบียนต่อไปในอนาคตได้อย่างคล่องตัว" ตลท. ได้เริ่มทดลองเผยแพร่การรายงานหลักทรัพย์ ตามกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2546 ที่ผ่านมา โดยในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมจะประกอบด้วยหมวดธุรกิจย่อยที่มีธุรกิจใกล้เคียงกัน เริ่มต้นด้วยกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งจะประกอบด้วยหมวดธุรกิจย่อย 2 หมวดคือ หมวดธุรกิจการเกษตร และหมวดอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบด้วยหมวดธุรกิจย่อย 4 หมวด คือ หมวดของใช้ในครัวเรือน หมวดอัญมณีและเครื่องประดับ หมวดเวชภัณฑ์และเครื่องสำอาง และหมวดสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ทั้งนี้ การเรียงลำดับกลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่ จะเริ่มเรียงลำดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ คือ เริ่มด้วย Agro & Food Industry หรือกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ไปจนถึง Technology หรือกลุ่มเทคโนโลยี "สำหรับการคำนวณดัชนีนั้น ตลท. จะจัดทำดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมตั้งแต่วันทำการแรกของปี 2547 (วันที่ 5 ม.ค.47) โดยวันฐานของการคำนวณจะยึดเอาข้อมูลของวันทำการสุดท้ายของปี 2546 (วันที่ 31 ธ.ค.46) ซึ่งจะมีค่าเท่ากับ 100 และดัชนีหมวดธุรกิจ (Sectoral Index) จะยังคงมีอยู่ควบคู่ไปกับดัชนีกลุ่ม อุตสาหกรรม (Industry-Group Index) ที่จัดทำขึ้นมาใหม่นี้ ยกเว้นดัชนีของหมวดบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน หรือ REHABCO เท่านั้น ที่จะไม่มีการเผยแพร่ดัชนี" ดร.นารีกล่าวสรุป ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ S-E-T Call Center ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โทร. 0-2229-2222 หรืออีเมล์ [email protected] หรือดูรายละเอียดได้จาก www.set.or.th/th/whatsnew.html เอกสารประกอบข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ 123/ 2546 วันที่ 30 ธันวาคม 2546 ลักษณะการรายงานข้อมูลหลักทรัพย์ตามกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ การจัดเรียงหุ้นสามัญจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสำหรับ ปี 2547 จะมีลักษณะดังต่อไปนี้ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) - ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) - อาหารและเครื่องดื่ม (Foods & Beverages) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) - ของใช้ในครัวเรือน (Household Products) - อัญมณีและเครื่องประดับ (Jewelry & Ornaments) - เวชภัณฑ์และเครื่องสำอาง (Pharmaceutical Products & Cosmetics) - สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และรองเท้า (Textiles, Clothing & Footwear) กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financials) - ธนาคาร (Banking) - เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) - ประกันภัยและประกันชีวิต (Insurance) กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) - เคมีภัณฑ์และพลาสติก (Chemicals & Plastics) - เครื่องมือและเครื่องจักร (Machinery & Equipment) - บรรจุภัณฑ์ (Packaging) - เยื่อกระดาษและกระดาษ (Pulp & Paper) - ยานพาหนะและอุปกรณ์ (Vehicles & Parts) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) - วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง (Building & Furnishing Materials) - พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) กลุ่มทรัพยากร (Resources) - พลังงาน (Energy) - เหมืองแร่ (Mining) กลุ่มบริการ (Services) - พาณิชย์ (Commerce) - บันเทิงและสันทนาการ (Entertainment & Recreation) - การแพทย์ (Health Care Services) - โรงแรมและบริการท่องเที่ยว (Hotel & Travel Services) - การพิมพ์และสิ่งพิมพ์ (Printing & Publishing) - บริการเฉพาะกิจ (Professional Services) - ขนส่ง (Transportation) - คลังสินค้าและไซโล (Warehouse & Silo) กลุ่มเทคโนโลยี (Technology) - สื่อสาร (Communication) - เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ (Electrical Products & Computer) - ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components) - อื่นๆ (Others) บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกาดำเนินงาน (Companies under Rehabilitation)* หมายเหตุ: *ไม่มีการเผยแพร่ดัชนีกลุ่ม ติดต่อส่วนสื่อมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร. 0-2229 - 2036 / รุ่งรัชนี อริยภิญโญ โทร.0-2229-2659 กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร. 0-2229 - 2037 / ณัฐพร บุญประภา โทร. 0-2229 - 2049--จบ-- -รก-