กรมทางหลวงวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว

กรุงเทพฯ--24 ธ.ค.--ศูนย์ปชส. กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงพร้อมก่อสร้างสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย - ลาวที่จังหวัดเลย เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เริ่มลงมือก่อสร้างต้นปี 2547 ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 6 เดือน นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพน้ำเหือง เชื่อมระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีนายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ อธิบดีกรมทางหลวง ให้การต้อนรับและกล่าวรายงานถึงรายละเอียดของโครงการเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2546 โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว เป็นหนึ่งในโครงการที่สืบเนื่องมาจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในอันที่จะสร้างเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงกันระหว่างประเทศ ซึ่งเริ่มจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 1 ที่จังหวัดหนองคาย และสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ที่จังหวัดมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ที่ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2546 สำหรับจุดที่ตั้งของสะพานแห่งนี้อยู่บริเวณบ้านนากระเซ็ง ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย แยกจากทางหลวงหมายเลข 2195 ที่ กม. 17+850 ไปจนถึงแม่น้ำเหือง ประมาณ 1 กิโลเมตร เชื่อมฝั่งลาวที่เมืองแก่นท้าว แขวงไชยะบูลี โดยโครงการฯ นี้มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 3.2 กิโลเมตร ประกอบด้วยงานต่างๆ ดังนี้ 1. สะพานคอนกรีดข้ามแม่น้ำเหืองยาว 110 เมตร กว้าง 9 เมตร ทางเท้ากว้างข้างละ 1.50 เมตร 2. ถนนฝั่งไทย ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตยาว 800 เมตร ผิวจราจรกว้าง 7 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1 เมตร และถนนผิวทางลูกรังยาว 6 เมตร โครงการดังกล่าวก่อสร้างในวงเงินประมาณ 20.75 ล้านบาท โดยในส่วนของสะพานดำเนินการก่อสร้าง โดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 ขอนแก่น กรมทางหลวง และในส่วนของถนนดำเนินการก่อสร้างโดยศูนย์สร้างทางมหาสารคาม กรมทางหลวง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มลงมือก่อสร้างประมาณต้นปี 2547 ระยะเวลาก่อสร้าง 6 เดือน เมื่อโครงการสะพานมิตรภาพน้ำเหือง-ลาว แห่งนี้แล้วเสร็จ จะช่วยเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งโดยทางรถยนต์ระหว่างจังหวัดเลยและแขวงไชยะบูลีให้มีความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศให้ขยายตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มพูนความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันมานานระหว่างรัฐบาลและประชาชนของทั้งสองประเทศอีกด้วย--จบ-- -รก-

ข่าว กระทรวงการต่างประเท ล่าสุด