รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี) มอบนโยบายให้สบพ.เป็นสถาบันการบินระดับนานาชาติ

กรุงเทพฯ--22 ธ.ค.--ศูนย์ปชส. กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี) มอบนโยบายให้สบพ.เป็นสถาบันการบินระดับนานาชาติ สานฝันเยาวชนเรียนดีแต่ด้อยโอกาสเป็นนักบินเอื้ออาทร วันที่ 18 ธันวาคม 2546 นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเดินทางไปตรวจราชการและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) พร้อมด้วยนายจารึก อนุพงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม ร่วมการตรวจราชการ โดยมีพลอากาศโท ชรัช ปานสุวรรณ ผู้ว่าการ สบพ. ให้การต้อนรับและบรรยายผลการดำเนินงานของ สบพ. ณ อาคารหอประชุม สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพมหานคร นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร สบพ.ว่า สบพ.เป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการผลิตบุคลาการทางการบินตามมาตรฐานสากล และได้รับการรับรองจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลักสูตรนักบิน ช่างซ่อม อากาศยาน และการควบคุมการจราจรทางอากาศ ซึ่งขณะนี้ สบพ.ยังไม่สามารถผลิตบุคลากรด้านการบินได้เพียงพอกับความต้องการของตลาดการบินภายในประเทศที่มีความต้องการนักบินจำนวนมาก และที่ผ่านมามีความต้องการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4 ต่อปี ขณะที่ สบพ.สามารถผลิตนักบินได้เพียงปีละ 100 คนเท่านั้น ทำให้ต้องจ้างนักบินชาวต่างประเทศเข้ามาทำการบินในประเทศ ทั้งนี้ ในอนาคตธุรกิจการบินมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะบริษัทการบินต่างๆ มีแผนซื้อเครื่องบินเพิ่มขึ้น และมีสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการประชาชนเพิ่มขึ้น รวมทั้ง การเติบโตของเครื่องบินส่วนบุคคล และการเปิดดำเนินการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในปลายปี 2548 พร้อมย้ำให้ผู้บริหารต้องมองให้ไกลยกระดับเป็นสถาบันการบินแห่งภูมิภาค ผลิตนักบินคุณภาพป้อนตลาด เพื่อสนับสนุนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการบิน (Hub) และให้พิจารณาการคัดเลือกเยาวชนที่มีผลการเรียนดีแต่ด้อยโอกาสให้เข้ามาเรียนในโครงการ "นักบินเอื้ออาทร" ตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการสร้างโอกาสให้กับคนยากจน สำหรับนโยบายที่มอบให้ สบพ.เร่งดำเนินการมี ดังนี้ 1. เร่งพัฒนาให้ สบพ.เป็นผู้นำในการผลิตบุคลากรทางด้านการบินเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาค และเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติในการส่งบุคลากรเข้ามาศึกษาเกี่ยวกับการบิน 2. ปรับโครงสร้างภายในองค์กรให้มีศักยภาพ มีความคล่องตัวมากขึ้นสอดคล้องกับภารกิจ การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัย และต้องเป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ 3. เป็นองค์กรหนึ่งที่เสริมสร้างความพร้อมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ซึ่งการจะเป็นศูนย์กลางการบินได้นั้น นอกจากจะมีสนามบิน โรงซ่อมอากาศยานที่ได้มาตรฐานสากล และมีสายการบินนานาชาติเปิดเที่ยวบินมาลงเป็นจำนวนมากแล้ว จำเป็นต้องมีสถาบันการบินที่สามารถผลิตบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพเข้าสู่ธุรกิจการบินด้วย 4. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สบพ.ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของประชาชนทั้งในและต่างประเทศ 5. สนับสนุนให้เยาวชนที่เรียนดี มีความสามารถ และมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักบินแต่ไม่มีโอกาสเข้ามาเรียนในหลักสูตรนักบิน สามารถเข้ามาเรียนในโครงการ "นักบินเอื้ออาทร" ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งโครงการนี้นอกจากผลิตนักบินสนองตอบธุรกิจการบินที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการพัฒนาบุคลากรที่เอื้อประโยชน์ต่อสังคมสำหรับผู้ด้อยโอกาสอีกด้วย 6. เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบครบวงจร เช่น หลักสูตรพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หลักสูตรการฝึกบินระยะสั้นที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว (Unseen in Thailand From The Sky) และจัดหลักสูตรการศึกษาเชิงปฏิบัติการให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง 7. สร้างเครือข่ายพันธมิตรกับสถาบันการบินและสายการบินทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายความร่วมมือทางด้านการเรียนการสอน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งทางด้านเทคโนโลยี และบุคลากร 8. เพิ่มบทบาทการวิจัย ให้คำปรึกษาด้านการบินแก่ภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ ต้องพัฒนาหลักสูตรให้มีความก้าวหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีด้านการบินที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง--จบ-- -รก-

ข่าว วิเชษฐ์ เกษมทองศรี ล่าสุด